posttoday
ธีร์ธวัช แร่จั่น  ประเทศน่าลงทุนธุรกิจความงาม

ธีร์ธวัช แร่จั่น ประเทศน่าลงทุนธุรกิจความงาม

16 มิถุนายน 2559

วงการธุรกิจความสวยความงาม ถ้าเอ่ยชื่อ “ธีร์ธวัช แร่จั่น” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอร์มาลิงค์ (Dermalink) ผู้นำเข้านวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์ความงาม และสุขภาพ น้อยคนที่จะไม่รู้จัก เพราะธุรกิจของเขานอกจากจะเป็นที่รู้จักและอยู่แถวหน้าของเมืองไทยแล้ว ยังไปเฉิดฉายในต่างประเทศหลายๆ ประเทศด้วย

วงการธุรกิจความสวยความงาม ถ้าเอ่ยชื่อ “ธีร์ธวัช แร่จั่น” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอร์มาลิงค์ (Dermalink) ผู้นำเข้านวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์ความงาม และสุขภาพ น้อยคนที่จะไม่รู้จัก เพราะธุรกิจของเขานอกจากจะเป็นที่รู้จักและอยู่แถวหน้าของเมืองไทยแล้ว ยังไปเฉิดฉายในต่างประเทศหลายๆ ประเทศด้วย

ธีร์ธวัช เล่าที่มาของการทำธุรกิจนี้ให้ฟังว่า เริ่มจากเป็นคนที่รักสุขภาพและอยากมีสุขภาพดี จึงชอบออกกำลังกาย กินอาหารเสริมและใช้ครีมบำรุงเป็นประจำ และด้วยความที่เรียนวิทยาศาสตร์ เอกเคมี จึงชอบนวัตกรรมสุขภาพและความงาม ทำให้รู้ว่าส่วนผสมอันไหนดีไม่ดี จนวันหนึ่งก็คิดว่าน่าจะทำเป็นบิซิเนสได้

“เลือกธุรกิจสุขภาพและความงามโดยเป็นผู้นำเข้านวัตกรรมผลิตภัณฑ์ความงามและสุขภาพจากต่างประเทศมาขายในไทยและในต่างประเทศร่วมกับพาร์ตเนอร์อีกคน โดยผมจะทำหน้าที่หาซอร์ซิ่งผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ รวมถึงการวิจัยใหม่ๆ ส่วนพาร์ตเนอร์ก็จะหาตลาด”

นักธุรกิจหนุ่มเล่าว่า การหันมาจับธุรกิจนี้ถือว่ามาถูกทาง เพราะธุรกิจโตตั้งแต่ปีแรก (เปิดบริษัทปี 2554) จากนั้นก็ขยายธุรกิจมาเรื่อยๆ ทุกวันนี้เดอร์มาลิงค์มีพนักงาน 100 กว่าคน จากตอนแรกมี 10 คน ขณะที่พาร์ตเนอร์ธุรกิจก็มีหลายประเทศทั้งเกาหลี สหรัฐ และยุโรป 

“เราต้องการขยายธุรกิจไปทั่วโลกและตอนนี้กำลังหาตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศ เพื่อขายผลิตภัณฑ์ให้กับคลินิก โรงพยาบาล และสถาบันความงาม โดยประเทศที่เราอยากทำตลาดมี 7 ประเทศ คือ บราซิล ดูไบ จีน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย รัสเซีย และเวียดนาม บางประเทศก็เริ่มไปแล้ว” ธีร์ธวัช กล่าว

1 บราซิล


เป็นประเทศที่เทรนด์ศัลยกรรมความงามโตมากประเทศหนึ่งและติดท็อปไฟว์ของโลก ไม่แปลกกับการเป็นประเทศน่าลงธุรกิจความงามของธีร์ธวัชที่ให้เหตุผลว่า คนอาจมองว่าธุรกิจศัลยกรรมของเกาหลีโตมาก ก็จริงอยู่ แต่ถ้าเทียบสเกลกับบราซิลละก็บราซิลโตกว่าเยอะ และกำลังซื้อสูงเพราะคนบราซิลมี สองร้อยกว่าล้านคน ขณะที่ผู้หญิงบราซิลจะชอบเสริมหน้าอก ทำหน้า และสะโพก แล้วหมอศัลยกรรมของเขาก็เก่งจึงนับเป็นประเทศน่าลงทุน


2 ดูไบ


ธีร์ธวัช เปิดเผยว่า หลายปีมานี้ธุรกิจความงามของดูไบค่อนข้างโต จะเห็นว่าผู้หญิงตะวันออกกลางมักเดินทางมาทำศัลยกรรมและเสริมความงามที่เมืองไทยเยอะ เช่น มาดูดไขมัน ผ่าตัดไขมันหน้าท้อง ฉีดโบทอกซ์ เพราะที่ดูไบค่ารักษาค่อนข้างแพง สมมติที่เมืองไทย 1 แสนบาท ดูไบจะ 3 แสนบาท ที่น่าสนใจดูไบเป็นเขตพิเศษไม่มีเรื่องภาษี


"นอกจากเจาะตลาดดูไบแล้วยังต้องการใช้ดูไบเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าไปยังประเทศตะวันออกกลางอื่นๆ ด้วย เช่น ซาอุดิอาระเบีย คูเวต ปากีสถาน ตอนนี้มีการคุยกับพาร์ตเนอร์ 2-3 รายแล้ว ตลาดหลักจะเป็นผู้หญิงที่ 80% มีปัญหาไขมันสะสม เราก็จะเน้นขายสินค้าพวกเครื่องดูดไขมันเป็นหลักและอื่นๆ"


3จีน


ตลาดจีนใหญ่กำลังซื้อมหาศาล มีเงินจับจ่ายสูงใครๆ ก็อยากไปลงทุน นักธุรกิจหนุ่มผู้รักสุขภาพให้เหตุผลว่า จีนเป็นประเทศเศรษฐีใหม่เยอะ ถ้าไปยุโรปจะเห็นว่าคนที่ต่อแถวซื้อหลุยส์ วิตตอง แอร์เมส คนจีนทั้งนั้น ใบหนึ่งไม่ใช่ 2-3 หมื่นบาท แต่เป็น 4-5 แสนบาท แล้วธุรกิจความงามก็บูมโตประมาณ 60-70% ตอนนี้คนจีนมักจะเดินทางไปศัลยกรรมที่เกาหลี บางคนก็มาไทยขึ้นกับว่าจะมาทำอะไร ถ้าทำหน้าก็ไปเกาหลี ถ้าทำบอดี้จะมาไทย


4 ฟิลิปปินส์


ธีร์ธวัช บอกว่า พฤติกรรมผู้บริโภคของคนฟิลิปปินส์เรื่องความงามจะคล้ายๆ คนไทย คือ ชอบผิวขาว เพราะผู้หญิงฟิลิปปินส์ผิวสองสี คล้ำๆ เหมือนไทย สวยหรือไม่สวยไม่รู้ขอขาวไว้ก่อน ทุกวันนี้มิใช่แค่ผู้หญิงแต่ 3-4 ปีมานี้ ผู้ชายหันมาดูแลตัวเองมากขึ้นเปอร์เซ็นต์ขึ้นไปถึง 10-20% เพราะเขามองว่าภาพลักษณ์สำคัญ เดอร์มาลิงค์ก็จะเน้นขายพวกยาผิวขาว วิตามินผิวขาว และอื่นๆ ซึ่งคนฟิลิปปินส์จะแฮปปี้มากกับสินค้าไทย


5 อินโดนีเซีย


ประเทศที่มีประชากรสูงเป็นอันดับ 4 ของโลก 2 ของเอเชีย และ 1 ของอาเซียน จึงไม่แปลกที่ธีร์ธวัชตัดสินใจเลือกลงทุน เขาบอกว่า อินโดนีเซียเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาและกำลังซื้อสูง มีการทุ่มงบพัฒนาประเทศมหาศาล น่าสนใจคือคนระดับกลางมีรายได้สูงขึ้นและใส่ใจเรื่องสุขภาพและความงาม


"คนอินโดนีเซียก็จะชอบผิวขาวใส ต้องการจมูกโด่ง หน้าแหลม ตาโต เรารู้เลยว่าต้องขายอะไร แต่อินโดฯ เป็นประเทศมุสลิม ผลิตภัณฑ์ต้องได้รับการรับรองตรา ฮาลาล เราจึงให้ความสำคัญต่อกระบวนการผลิตดูตั้งแต่ต้นทางเลือกโรงงานผลิตที่มีมาตรฐานรับรองและโดยเฉพาะฮาลาล"
6 รัสเซีย

"เป็นประเทศที่ผมไม่เคยไปและอยากไปมาก แล้วธุรกิจความงามก็กำลังมา โดยเฉพาะเกี่ยวกับร้อยไหมเพิ่งเริ่มมาได้ 2-3 ปี แต่มาร์จิ้นค่อนข้างสูงและคู่แข่งน้อย ถือเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาที่มีเศรษฐกิจใหญ่และกำลังซื้อสูง ถ้าตีตลาดรัสเซียได้ก็สามารถที่จะขยายธุรกิจไปยังยูเครน เบลารุสได้อีกด้วย"

7 เวียดนาม

อาจไม่ใช่ประเทศที่น่าลงทุนในเวลานี้ แต่อีก 3 ปีข้างหน้า เขาคาดว่าธุรกิจความงามจะบูม เพราะตอนนี้เวียดนามเริ่มมีคลินิกความงามระดับเกรดบีและซีมากขึ้น ขณะเดียวกันก็มีคุณหมอรุ่นใหม่ๆ ที่จบมาแล้วไปเทกคอร์สด้านความงามที่เมืองไทย เกาหลี และสหรัฐอเมริกา และมีแนวโน้มกลับมาเปิดคลินิกมากขึ้น จึงเป็นตลาดหนึ่งที่น่าลงทุน

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา