สายไฟพะรุงพะรัง ทัศนะอุจาดเสี่ยงอันตราย
ปัญหาทัศนะอุจาดไม่น่าชมโดยเฉพาะสายไฟฟ้าที่พะรุงพะรังระเกะระกะ กลายเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาหารือในเวทีเสวนาเรื่อง “ทรรศนะอุจาด จาก Street and Canal Furniture … จะแก้อย่างไร”
โดย...วิรวินท์ ศรีโหมด
ปัญหาทัศนะอุจาดไม่น่าชมโดยเฉพาะสายไฟฟ้าที่พะรุงพะรังระเกะระกะ กลายเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาหารือในเวทีเสวนาเรื่อง “ทรรศนะอุจาด จาก Street and Canal Furniture … จะแก้อย่างไร” ซึ่งจัดขึ้นโดยคณะกรรมาธิการการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา
“สายไฟฟ้าและสายโทรคมนาคมที่เห็นว่าเกะกะพะรุงพะรังนั้นสุ่มเสี่ยงที่จะเป็นอันตราย เนื่องจากมีการลักลอบพาดสายโดยไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานการติดตั้ง ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรรื้อถอนสายที่ไม่ใช้ออกเช่นกัน มิเช่นนั้นอาจทำให้เสารับน้ำหนักเกินมาตรฐานจนเกิดอันตราย” คือความกังวลของ ขวัญฤดี โชติชนาทวีวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์สิ่งแวดล้อม วช.
ขวัญฤดี บอกว่า เมืองน่าอยู่เป็นคำที่ทุกคนมักคุ้นเคย แต่สภาพความเป็นจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะทั้งถนน ลำคลอง เต็มไปด้วยทัศนะอุจาดที่จะนำไปสู่อันตราย ฉะนั้นการแก้ปัญหาควรมีหน่วยงานหลักหรือเจ้าภาพดำเนินการ
“ปัจจุบันไม่มีแม่งานและปล่อยให้เป็นอำนาจของแต่ละหน่วยงานเอง ที่สำคัญควรกำหนดมาตรการข้อบังคับของแต่ละหน่วยงานให้เชื่อมโยงและสอดคล้องกันด้วย” ขวัญฤดี ระบุ
ประเด็นที่ขวัญฤดีได้ตั้งข้อสังเกต ได้รับการสำทับข้อเท็จจริงจาก บรรจง เหลืองรัตนมาศ รองผู้อำนวยการสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งยอมรับว่า กทม.ไม่มีอำนาจในการจัดระเบียบเสาไฟที่ไม่เป็นระเบียบ และที่ผ่านมาได้ติดต่อสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลรวมทั้งหาแนวทางการแก้ไขแล้วแต่ก็ไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน
“ปัญหาตอนนี้อยู่ที่อำนาจในการดำเนินการ เนื่องจาก กทม.ไม่มีอำนาจที่จะเข้าไปจัดการและออกระเบียบ จึงไม่สามาถแก้ปัญหาได้ ดังนั้นจากนี้ควรให้อำนาจหน้าที่หน่วยงานท้องถิ่นเข้ามาดูแล หรือหากจะมีการติดตั้งอะไรก็ควรให้ท้องถิ่นพิจารณาเห็นชอบด้วย” รองผู้อำนวยการรายนี้ ระบุ
มีคำอธิบายจาก มนูญ จันทรักษา รองผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ที่ชี้ประเด็นว่าสายไฟที่พะรุงพะรังเหล่านั้นไม่ได้อยู่ภายใต้การดูแลของการไฟฟ้า
มนูญ ให้ภาพว่า ขอบเขตการดูแลระบบการให้บริการไฟฟ้าของ กฟภ. มีทั้งสิ้น 74 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งตัวของสายไฟฟ้านั้นรับรองว่าไม่เป็นอันตรายแก่ผู้คนที่สัญจรแน่นอน เพราะมีความสูงเหนือพื้นดิน 8 เมตร และจะสูงกว่าสายระบบสื่อสารโทรคมนาคมอื่นที่อยู่ด้านล่างของเสา ซึ่งส่วนใหญ่จะมีความไม่เป็นระเบียบ
รองผู้ว่า กฟภ. อธิบายถึงการดำเนินการแก้ไขปัญหาว่า ขณะนี้ในพื้นที่ของ กฟภ.ได้สั่งการให้สาขาบริการในแต่ละพื้นที่เชิญผู้ให้บริการสายโทรคมนาคมที่ใช้ร่วมมาพูดคุย เพื่อขอความร่วมมือในการช่วยกันดูแลระบบสายเครือข่ายอื่นๆ ให้เป็นระเบียบ
พร้อมกันนี้ ให้ช่วยรื้อถอนสายที่ไม่ใช้ออกเพื่อความเป็นระเบียบ แต่ถึงอย่างไรก็อยากให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่ดูแลผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมเข้ามาเป็นเจ้าภาพดูแลเรื่องนี้ด้วยโดยตรง
กฤษณ์ธวัช นพนาคีพงษ์ รองเลขาธิการ วช. ชี้ประเด็นว่า ทัศนะอุจาดที่พบเห็นในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นป้ายโฆษณาที่เต็มท้องถนน รวมถึงการรุกล้ำริมคลองเพื่อสร้างที่อยู่อาศัยนั้น ล้วนแต่มีต้นเหตุมาจากการเติบโตของชุมชนเมือง ซึ่งทุกฝ่ายจึงต้องร่วมกันแก้ไข
สุทธิมล เกษสมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานจัดการคุณภาพน้ำ กทม. บอกว่า ขณะนี้ กทม.มีแผนฟื้นฟูริมสองฝั่งคลอง โดยจะมีการปรับปรุงระบบเชื่อมต่อท่อน้ำเสียใต้ดิน จากเดิมที่ปล่อยน้ำเสียลงในคลองให้เชื่อมต่อไปยังโรงบำบัดน้ำเสียใกล้เคียง
จากนั้นจะนำน้ำที่ผ่านการบำบัดไปใช้ประโยชน์ เช่น รดน้ำต้นไม้ ส่วนคลองอื่นๆ ในเขต กทม. เช่น คลองลาดพร้าว คลองแสนแสบ ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนของการศึกษาพัฒนา ก่อนที่จะนำเสนอแผนเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อดำเนินการปรับปรุงต่อไป
พล.ท.ชัยยุทธ พร้อมสุข ประธานกรรมาธิการทรัพยากรฯ ย้ำว่า ทัศนะอุจาดที่เกิดขึ้นในหลายเมืองใหญ่ของประเทศ โดยเฉพาะ กทม.นั้น สะท้อนถึงภาพลักษณ์ที่ไม่เป็นระเบียบและอาจส่งผลต่อความไม่ปลอดภัย
“เรื่องจิตสำนึกเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกภาคส่วนจะต้องร่วมกันพัฒนา ปรับปรุงแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ระบบสาธารณูปโภคให้เป็นระเบียบ สะอาด และสวยงาม เพื่อเป็นตัวเชื่อมโยงให้นำไปสู่การพัฒนาประเทศ” พล.ท.ชัยยุทธ กล่าว


