posttoday
การประชุมวิชาการการแพทย์ฉุกเฉินระดับชาติขององค์กรภาคเอกชนที่ไม่แสวงหากำไร ครั้งที่ 8 "พลังจิตอาสาไทยใจหนึ่งเดียว"

การประชุมวิชาการการแพทย์ฉุกเฉินระดับชาติขององค์กรภาคเอกชนที่ไม่แสวงหากำไร ครั้งที่ 8 "พลังจิตอาสาไทยใจหนึ่งเดียว"

26 กรกฎาคม 2569

สพฉ. ผนึกกำลังมูลนิธิมิตรภาพสามัคคี และภาคีเครือข่าย จัดประชุมวิชาการการแพทย์ฉุกเฉินระดับชาติ ครั้งที่ 8 จังหวัดสงขลา "รวมพลังกู้ชีพกู้ภัย จิตอาสาไทยใจหนึ่งเดียว" ยกระดับศักยภาพกู้ชีพกู้ภัยไทย พร้อมรับมือสาธารณภัยและภัยพิบัติขนาดใหญ่ สร้างเครือข่ายเข้มแข็งเพื่อความปลอดภัยของประชาชน

สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ร่วมกับมูลนิธิมิตรภาพสามัคคี (ท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง) หาดใหญ่ บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด และภาคีเครือข่าย จัด “การประชุมวิชาการการแพทย์ฉุกเฉินระดับชาติขององค์กรภาคเอกชนที่ไม่แสวงหากำไร ครั้งที่ 8” ภายใต้แนวคิด “รวมพลังกู้ชีพกู้ภัย จิตอาสาไทยใจหนึ่งเดียว” ระหว่างวันที่ 25–26 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องหาดใหญ่ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ระดมผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์ฉุกเฉิน กู้ชีพ กู้ภัย จิตอาสา องค์กรภาคเอกชนที่ไม่แสวงหากำไร และหน่วยงานภาครัฐจากทั่วประเทศกว่า 2,000 คน ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ พัฒนาทักษะ และเชื่อมโยงเครือข่าย เพื่อยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงาน และสร้างความพร้อมในการรับมือสาธารณภัยและภัยพิบัติที่มีความซับซ้อนมากขึ้น พร้อมมอบรางวัล “HERO AWARD” ให้แก่เยาวชนและประชาชนผู้มีจิตอาสาช่วยเหลือผู้ป่วยหรือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ โดยมีกิจกรรมสำคัญอยู่ที่ EMS Competition การแข่งขันทักษะการแพทย์ฉุกเฉิน การแข่งขัน CPR ชิงแชมป์ประเทศไทย และ Grand Simulation จำลองสถานการณ์ภัยพิบัติขนาดใหญ่ เพื่อทดสอบการทำงานร่วมกันและการบริหารทรัพยากรในภาวะวิกฤต

การประชุมวิชาการการแพทย์ฉุกเฉินระดับชาติขององค์กรภาคเอกชนที่ไม่แสวงหากำไร ครั้งที่ 8 "พลังจิตอาสาไทยใจหนึ่งเดียว"

 

ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.พิเชษฐ์  หนองช้าง เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) นายเลอพงศ์ สวนสังข์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการป้องกันสารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และนายประยูร ภู่แสง รองกรรมการผู้จัดการบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ร่วมมอบนโยบายและทิศทางการขับเคลื่อนงานการแพทย์ฉุกเฉินและสาธารณภัย โดยมีนายแพทย์อภิชาต วชิรพันธ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 12 เป็นประธานในพิธี และนายจิรวัตร์ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวต้อนรับผู้ร่วมงาน และนายอรุณชัย ศิริมหาชัย ประธานมูลนิธิมิตรภาพสามัคคี (ท่งเซียเซี่ยงตึ้ง) หาดใหญ่ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน นอกจากนั้น ยังได้รับเกียรติจากกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และกงสุลใหญ่ประเทศมาเลเซียประจำจังหวัดสงขลา กล่าวแสดงความยินดีพร้อมแสดงเจตนารมย์ความร่วมมือ ตลอดจนผู้แทนองค์กรกู้ชีพกู้ภัยจากทั่วประเทศกว่า 2,000 คน เข้าร่วมแสดงพลังในการประชุมครั้งนี้ ภายในพิธีเปิดยังมีการมอบรางวัล HERO Award โดยประธานในพิธีเพื่อเชิดชูเกียรติผู้ปฏิบัติงาน

การจัดประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรการกุศลที่ไม่แสวงหากำไร ซึ่งต่างตระหนักตรงกันว่า การแพทย์ฉุกเฉินและงานกู้ชีพกู้ภัยถือเป็นกลไกสำคัญในการรักษาชีวิตประชาชนในภาวะวิกฤต โดยเฉพาะเมื่อประเทศไทยต้องอยู่ท่ามกลางสถานการณ์สาธารณภัยที่มีแนวโน้มซับซ้อน เกิดขึ้นบ่อยครั้ง และรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นอุทกภัย อุบัติเหตุหมู่ หรือภัยธรรมชาติรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะบทเรียนจากสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการบูรณาการสรรพกำลังทั้งบุคลากร เครื่องมือ ระบบการสื่อสารประสานงานจากทุกภาคส่วน เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็วและเกิดประสิทธิผล ดังนั้น การสร้างมาตรฐานเดียวกันของเครือข่ายกู้ชีพกู้ภัยจึงเป็นภารกิจสำคัญที่จะช่วยให้การช่วยเหลือผู้ประสบเหตุเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และลดการสูญเสียชีวิตและความพิการของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

วัตถุประสงค์สำคัญในการจัดประชุมครั้งนี้ เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้ปฏิบัติการด้านการแพทย์ฉุกเฉิน กู้ชีพ กู้ภัย และจิตอาสาภาคเอกชนทั่วประเทศ ให้มีองค์ความรู้และทักษะที่ทันสมัย สามารถปฏิบัติงานตามมาตรฐานเดียวกัน พร้อมรับมือกับภัยพิบัติและสาธารณภัยทุกรูปแบบ ตลอดจนสร้างเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ถ่ายทอดนวัตกรรม และส่งเสริมการบูรณาการเครือข่ายให้สามารถแบ่งปันกำลังคน เครื่องมือ และทรัพยากรระหว่างหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเกิดเหตุการณ์ขนาดใหญ่ อันจะนำไปสู่การสร้างความมั่นคงด้านความปลอดภัยให้กับประชาชนทั้งประเทศ

จังหวัดสงขลาได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพจัดงานในปีนี้ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีเครือข่ายกู้ชีพกู้ภัยเข้มแข็ง และมีบทเรียนสำคัญจากเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในอดีต ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพลังของความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนในการบริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉิน การจัดประชุมในพื้นที่แห่งนี้จึงไม่เพียงเป็นเวทีทางวิชาการ แต่ยังเป็นการถ่ายทอดบทเรียนจริงเพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้ปฏิบัติงานทั่วประเทศ

กิจกรรมวิชาการตลอดสองวันได้รับการออกแบบให้ครอบคลุมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิด้านเวชศาสตร์ฉุกเฉินจากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานชั้นนำของประเทศ ถ่ายทอดองค์ความรู้ในหัวข้อสำคัญ อาทิ การพัฒนามาตรฐานการแพทย์ฉุกเฉิน แนวทาง CPR Guideline 2025 การเตรียมความพร้อมรับมือสาธารณภัย การจัดการผู้ป่วยในสถานการณ์ภัยพิบัติ การเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยในพื้นที่สูงและพื้นที่จำกัด ตลอดจนการบริหารจัดการทรัพยากรร่วมระหว่างหน่วยงานเมื่อเกิดเหตุการณ์วิกฤต

การประชุมวิชาการการแพทย์ฉุกเฉินระดับชาติขององค์กรภาคเอกชนที่ไม่แสวงหากำไร ครั้งที่ 8 "พลังจิตอาสาไทยใจหนึ่งเดียว"

หนึ่งในกิจกรรมสำคัญคือเวทีเสวนา "บทเรียนมหาอุทกภัย น้ำท่วมหาดใหญ่ กับการเตรียมพร้อมและตอบโต้ภัยพิบัติของประเทศ" ซึ่งรวบรวมผู้เชี่ยวชาญจาก สพฉ. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กองทัพ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา และเครือข่ายมูลนิธิกู้ชีพกู้ภัย มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์จริง พร้อมเสนอแนวทางยกระดับระบบการบริหารจัดการภัยพิบัติของประเทศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีการสาธิตการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในสถานการณ์จริง การกู้ภัยบนที่สูง การช่วยเหลือในพื้นที่จำกัด การจำลองเหตุการณ์ภัยพิบัติขนาดใหญ่ (Grand Simulation) และกิจกรรม EMS Competition ซึ่งเปิดโอกาสให้ทีมกู้ชีพจากทั่วประเทศแข่งขันทักษะด้านการแพทย์ฉุกเฉินในสถานการณ์จำลอง เพื่อทดสอบความรู้ ความสามารถ และการทำงานเป็นทีมตามมาตรฐานสากล รวมทั้งการแข่งขัน CPR ชิงแชมป์ประเทศไทยสำหรับเครือข่ายมูลนิธิทั่วประเทศ ซึ่งนับเป็นไฮไลต์สำคัญของการประชุมในปีนี้

ดร.พิเชษฐ์ หนองช้าง เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญของการรวมพลังเครือข่ายองค์กรภาคประชาชน องค์กรไม่แสวงหากำไร และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานด้านการแพทย์ฉุกเฉินให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ พร้อมยืนยันว่า สพฉ. จะเดินหน้าสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เทคโนโลยี และการบูรณาการข้อมูล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการการแพทย์ฉุกเฉินที่รวดเร็ว มีคุณภาพ และเท่าเทียม โดยย้ำว่า "การแพทย์ฉุกเฉินไม่ใช่ภารกิจของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นภารกิจของทุกภาคส่วนที่ต้องร่วมมือกัน เพื่อให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีและมีคุณภาพมาตรฐาน"

การประชุมวิชาการการแพทย์ฉุกเฉินระดับชาติขององค์กรภาคเอกชนที่ไม่แสวงหากำไร ครั้งที่ 8 จึงไม่ใช่เพียงเวทีวิชาการ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเชื่อมโยงพลังเครือข่ายกู้ชีพกู้ภัย จิตอาสา และหน่วยงานทุกภาคส่วนทั่วประเทศให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรฐานการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน การรับมือสาธารณภัย และสร้างความมั่นคงด้านความปลอดภัยให้แก่ประชาชนไทยอย่างยั่งยืน

ข่าวล่าสุด

การประชุมวิชาการการแพทย์ฉุกเฉินระดับชาติขององค์กรภาคเอกชนที่ไม่แสวงหากำไร ครั้งที่ 8 "พลังจิตอาสาไทยใจหนึ่งเดียว"

การประชุมวิชาการการแพทย์ฉุกเฉินระดับชาติขององค์กรภาคเอกชนที่ไม่แสวงหากำไร ครั้งที่ 8 "พลังจิตอาสาไทยใจหนึ่งเดียว"