
อิหร่าน-สหรัฐฯ โจมตีเรือแรงสุดตั้งแต่เริ่มสงคราม ดันน้ำมันทะลุ 100 ดอลลาร์
อิหร่านโจมตีเรือ 10 ลำใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ หลังสหรัฐฯ จมเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่าน 5 ลำ นับเป็นการโจมตีทางทะเลครั้งใหญ่ที่สุดนับแต่สงครามเริ่ม
อิหร่านระบุเมื่อวันพุธ (9 ก.ย.) ว่าได้โจมตีเรือ 10 ลำบริเวณใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ หลังสหรัฐฯ โจมตีและจมเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน 5 ลำ นับเป็นการโจมตีเรือเดินทะเลครั้งใหญ่ที่สุดระหว่างทั้งสองฝ่ายนับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้นเมื่อ 6 เดือนก่อน
เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ขณะที่มีรายงานลูกเรือบนเรือบรรทุกน้ำมันเสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย และสูญหายอีก 1 ราย
การโจมตีเกิดขึ้นหลังสถานการณ์ในทะเลค่อนข้างสงบตลอดเดือนที่ผ่านมา ขณะที่สหรัฐฯ พยายามกดดันอิหร่านผ่านมาตรการทางเศรษฐกิจ
อิหร่านยังระบุว่าได้ยิงขีปนาวุธนำวิถีโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดน ขณะที่จอร์แดนเปิดเผยว่าสามารถสกัดขีปนาวุธได้ 18 ลูก ส่วนอีก 2 ลูกตกในพื้นที่ไม่มีประชากรและไม่ก่อความเสียหาย ด้านเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่าทหารอเมริกันทั้งหมดปลอดภัย
กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน หรือ IRGC ขู่ว่าจะยกระดับการตอบโต้ หากถูกโจมตีเพิ่มเติม พร้อมระบุว่าอิหร่านเตรียมเผยแพร่แผนที่เขตห้ามเดินเรือแห่งใหม่ที่ขยายพื้นที่ไปถึงเมืองชาบาฮาร์ บริเวณชายฝั่งใกล้ปากีสถาน
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวหาว่าอิหร่านพยายามแทรกแซงการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งจะเป็นตัวชี้ว่าพรรครีพับลิกันจะยังคงควบคุมสภาคองเกรสได้หรือไม่
สหรัฐฯ เดินหน้าโจมตีเรืออิหร่าน
กองทัพสหรัฐฯ ระบุว่าได้ทำลายเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน 5 ลำในช่วงข้ามคืน พร้อมเผยแพร่ภาพเรือถูกไฟไหม้ก่อนจมลง โดยกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ระบุว่าการโจมตีเป็นการตอบโต้ที่ IRGC ยิงขีปนาวุธใส่เรือรบสหรัฐฯ 2 ครั้ง และไม่มีทหารอเมริกันได้รับบาดเจ็บ
สหรัฐฯ ประกาศนโยบายใหม่ในการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่าน เพื่อตอบโต้การโจมตีที่เป็นภัยต่อเรือรบของสหรัฐฯ และระบุว่าได้โจมตีเรืออิหร่านไปแล้ว 10 ลำในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า หากอิหร่านพยายามโจมตีเรือรบสหรัฐฯ อีก ก็จะต้องสูญเสียเรือบรรทุกน้ำมันเพิ่มขึ้น
อิหร่านระบุว่าได้ยิงโจมตีเรือสหรัฐฯ 2 ลำ และเรือบรรทุกน้ำมันอีก 8 ลำ เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ
หนึ่งในเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดเกิดขึ้นกับเรือบรรทุกผลิตภัณฑ์น้ำมัน Hercules Star ซึ่งจอดทอดสมอนอกชายฝั่งดูไบ มีลูกเรือเสียชีวิต 1 ราย และสูญหายอีก 1 ราย ขณะที่หน่วยงานความมั่นคงทางทะเลของสหราชอาณาจักร หรือ UKMTO รายงานว่าเรือลำหนึ่งในพื้นที่เกิดอาการเอียงหลังถูกวัตถุพุ่งชน
เจ้าหน้าที่ท่าเรืออิรักระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมัน New Andros ซึ่งบรรทุกน้ำมันเตาประมาณ 2 ล้านบาร์เรล เกิดไฟไหม้หลังถูกโดรนโจมตีในน่านน้ำอิรัก แต่ลูกเรือทั้ง 22 คนปลอดภัย
UKMTO ยังได้รับรายงานว่าเรือพาณิชย์หลายลำในอ่าวเปอร์เซียตอนเหนือและอ่าวโอมาน ซึ่งอยู่คนละฝั่งของช่องแคบฮอร์มุซ ถูกโจมตีจนไม่สามารถเดินเรือได้ ขณะที่มีรายงานเรือขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG ได้รับความเสียหายที่ท่าเรือ Khor Fakkan ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาตึงตัว
ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งก่อนเกิดสงครามเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราว 1 ใน 5 ของโลก กลับมาเผชิญความเสี่ยงจากการสู้รบอีกครั้ง หลังช่วงหลายสัปดาห์ก่อนหน้านี้สหรัฐฯ ระบุว่าประสบความสำเร็จมากขึ้นในการนำเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบดังกล่าว
Claudio Galimberti หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Rystad Energy ระบุว่า ปริมาณน้ำมันที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงเหลือเพียงราว 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากระดับ 8-9 ล้านบาร์เรลต่อวันในสัปดาห์ก่อนการสู้รบกลับมาปะทุเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม
นอกจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้นแล้ว ราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปยังเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง โดยราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลเฉลี่ยในสหรัฐฯ ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่มากกว่า 5.94 ดอลลาร์ต่อแกลลอน







