
วัดพระมหาธาตุ นครศรีธรรมราช ศูนย์กลางศรัทธากว่าพันปี สู่ “มรดกโลก” แห่งแรกของภาคใต้
เปิดเรื่องราว "พระบรมธาตุคู่เมืองนครศรีธรรมราช" ศูนย์กลางแห่งศรัทธาที่หล่อหลอมผู้คน ศิลปะ และวัฒนธรรมมายาวนานกว่าพันปี ก่อนก้าวสู่มรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 6 ของไทย และแห่งแรกของภาคใต้
"เกิดมาหนึ่งชาติ ต้องได้กราบพระธาตุเมืองนครฯ"
ประโยคที่ชาวนครศรีธรรมราชบอกเล่าต่อกันมาหลายชั่วอายุคน วันนี้ไม่ได้เป็นเพียงคำชวนให้เดินทาง เมื่อ "วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร" จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม จากการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ณ นครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569
https://www.posttoday.com/general-news/745958
ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์สำคัญของประเทศไทย เพราะนี่คือ มรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 6 ของประเทศ มรดกโลกแห่งที่ 9 ของไทย และเป็นแห่งแรกของภาคใต้
กว่าพันปีแห่งศรัทธา 'วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร'
วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร หรือที่ชาวบ้านมักเรียกว่า “วัดพระบรมธาตุ” เป็นวัดเก่าแก่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองนครศรีธรรมราช บริเวณกำแพงเมืองโบราณ ริมถนนราชดำเนิน ซึ่งในอดีตเคยเป็นแนวสันทรายโบราณที่เรียกว่า "หาดทรายแก้ว"
แม้จะไม่มีหลักฐานยืนยันปีที่สร้างอย่างแน่ชัด แต่ตำนานท้องถิ่นระบุว่า วัดแห่งนี้ถือกำเนิดขึ้นพร้อมกับองค์พระมหาธาตุเจดีย์ราวปี พ.ศ. 854 ในยุคอิทธิพลศิลปะศรีวิชัย เพื่อประดิษฐาน พระทันตธาตุ หรือพระเขี้ยวแก้วของพระพุทธเจ้า
หัวใจของวัดคือ "พระบรมธาตุเมืองนคร" พระเจดีย์ทรงลังกาขนาดใหญ่ที่สุดของภาคใต้ และนับเป็นเจดีย์ทรงระฆังขนาดใหญ่แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ องค์พระธาตุสูง 55.78 เมตร ปลียอดหุ้มด้วยทองคำจนได้รับสมญา "พระธาตุทองคำ"
ขณะเดียวกัน ยังมีความเชื่อว่าเมื่อแสงแดดส่องกระทบ องค์พระธาตุจะไม่ทอดเงาลงสู่พื้น จึงถูกขนานนามอีกชื่อว่า "พระธาตุไร้เงา"
ศูนย์รวมจิตใจชาวนครศรีธรรมราช
สำหรับชาวนครศรีธรรมราช พระบรมธาตุไม่ได้เป็นเพียงโบราณสถาน แต่คือศูนย์รวมจิตใจของผู้คนมาหลายชั่วอายุคน ความศรัทธาที่มีต่อพระบรมสารีริกธาตุเป็นแรงหล่อหลอมให้ผู้คนเข้ามาตั้งถิ่นฐาน สร้างบ้านแปลงเมือง และร่วมกันทำนุบำรุงองค์พระธาตุอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นรากฐานของอัตลักษณ์เมืองนครศรีธรรมราชในทุกวันนี้
แรงศรัทธานี้ยังดึงดูดพุทธศาสนิกชนจากทั่วสารทิศ ไม่ว่าจะเป็นชาวไทย จีน มาเลเซีย สิงคโปร์ รวมถึงนักแสวงบุญจากอีกหลายประเทศ ที่เดินทางมากราบสักการะองค์พระบรมธาตุอย่างไม่ขาดสาย
ภายในวัดยังเต็มไปด้วยโบราณสถานและศิลปกรรมที่ทรงคุณค่า ไม่ว่าจะเป็น
- พระวิหารหลวง ที่ประดิษฐาน "พระศรีศากยมุนีศรีธรรมราช" พระพุทธรูปศิลปะอยุธยาตอนต้นอันงดงาม
- พระวิหารคด ที่รายล้อมด้วยพระพุทธรูปจำนวนมาก
- ซุ้มเจดีย์ศิลปะศรีวิชัย ซึ่งเชื่อว่าเป็นต้นแบบขององค์พระมหาธาตุ
- รวมถึง เจดีย์หกหว้า ที่มีความเชื่อว่าเป็นสถานที่บรรจุพระบรมอัฐิของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
- นอกจากนี้ ภายในวัดยังมี ประติมากรรมเท้าขัตตุคาม-รามเทพ บริเวณบันไดทางขึ้นองค์พระธาตุ ซึ่งเชื่อว่าเป็นต้นแบบของ "ท้าวจตุคามรามเทพ" สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคยได้รับความนิยมไปทั่วประเทศในช่วงปี พ.ศ. 2549-2550
ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ
อีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่สืบทอดต่อกันมาหลายร้อยปี คือ ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ ซึ่งจัดขึ้นปีละ 2 ครั้ง ในวันมาฆบูชา และวันวิสาขบูชา
จากข้อมูลของศูนย์ศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช ระบุว่า เป็นประเพณีที่ชาวนครได้ร่วมมือร่วมใจกันบริจาคเงินทองตามกำลังศรัทธานำเงินที่ได้จากการบริจาคนั้นไปซื้อผ้ามาเย็บต่อกันเข้าให้เป็นแถบยาวนับพันหลา
แล้วพากันแห่ผ้าดังกล่าวไปยังวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารเพื่อนำแถบผ้านั้นไปพันโอบรอบฐานองค์พระบรมธาตุเจดีย์ อันเป็นเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุท่ามกลางขบวนแห่อันยิ่งใหญ่ ด้วยความเชื่อว่าการได้ร่วมพิธีนี้เป็นสิริมงคลสูงสุดอย่างหนึ่งของชีวิต
สุชาติ เผยเหตุผล วัดพระมหาธาตุได้รับการขึ้นทะเบียน
ด้าน สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย เปิดเผยว่า ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยเหตุผลสำคัญที่วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร ได้รับการขึ้นทะเบียนเนื่องจากเป็นแหล่งมรดกที่มี คุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากล (Outstanding Universal Value) สะท้อนความหลากหลายทางศาสนาและความเชื่อด้านจิตวิญญาณ
รวมถึงเป็นหลักฐานของการแลกเปลี่ยนอิทธิพลทางศาสนา ศิลปกรรม และวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงผู้คนทั่วภูมิภาคเอเชียภาคพื้นสมุทรมายาวนานกว่า 1,500 ปี
นอกจากนี้ วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร ยังเป็นศูนย์กลางของประเพณีและวิถีวัฒนธรรมที่สืบทอดต่อเนื่องมาหลายศตวรรษ ผ่านการผสมผสานความเชื่อดั้งเดิมกับหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนาอย่างเป็นเอกลักษณ์ จึงได้รับการยอมรับให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าในระดับสากล
ททท.พร้อมเดินหน้าต่อยอดส่งเสริมท่องเที่ยว
ขณะที่ ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า การขึ้นทะเบียนครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์สำคัญของประเทศไทย โดยวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร ได้รับการขึ้นทะเบียนภายใต้เกณฑ์คุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากล 2 ข้อ ได้แก่
เกณฑ์ข้อ 2 : เป็นการแลกเปลี่ยนที่สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงคุณค่าของมนุษย์ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง หรือในพื้นที่ทางวัฒนธรรมใดใดของโลก ผ่านการพัฒนาด้านสถาปัตยกรรม หรือด้านเทคโนโลยี ด้านอนุสรณ์ศิลป์ ไปจนถึงการวางผังเมืองหรือการออกแบบภูมิทัศน์ต่าง ๆ
โดยวัดพระมหาธาตุแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายทางศาสนา ความต่อเนื่องทางจิตวิญญาณ และองค์ประกอบสำคัญที่สะท้อนถึงอิทธิพลทางศาสนาและรูปแบบศิลปะ จากศาสนาฮินดู พุทธศาสนามหายาน และพุทธศาสนาเถรวาท ที่ได้รับการถ่ายทอดทั่วทั้งตอนใต้ของเอเชียภาคพื้นสมุทรมาเป็นเวลากว่า 1,250 ปี
วัดพระมหาธาตุมีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่หลากหลายและทรงคุณค่า ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากแหล่งที่สำคัญในภูมิภาคนี้ เช่น ศิลปะปาละจากนาลันทา ศิลปะชวาภาคกลาง ศิลปะศรีลังกา และศิลปะมอญจากเมียนมาทางตอนใต้
จึงเป็นตัวอย่างของการแลกเปลี่ยนทางศาสนาและสถาปัตยกรรมในมวลมนุษย์อย่างชัดเจน โดยรูปแบบสถาปัตยกรรม การปฏิบัติทางพุทธศาสนา และประเพณีที่ยังคงดำรงอยู่ของอารามแห่งนี้ ยังมีอิทธิพลอย่างมากต่อสถานที่ต่าง ๆ ในประเทศไทย มาเลเซีย และประเทศอื่น ๆ อีกด้วย
และเกณฑ์ข้อ 6 ความเชื่อมโยงโดยตรงหรือมีความเป็นรูปธรรมต่อเหตุการณ์หรือประเพณีที่เกี่ยวกับการดำรงชีวิต ความคิด ความเชื่อ มีความเกี่ยวข้องกับศิลปะและงานวรรณกรรมที่มีความสลักสำคัญในระดับสากล
ฐาปนีย์กล่าวต่อว่า ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการประกาศคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรมไทยสู่สายตาชาวโลก แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และสืบทอดมรดกแห่งศรัทธาที่ดำรงอยู่มากว่าพันปี พร้อมเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้สัมผัสนครศรีธรรมราชในฐานะเมืองแห่งพระพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมที่ยังมีชีวิต
ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการยกระดับจังหวัดสู่จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมระดับโลก ควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและการอนุรักษ์มรดกอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร นับเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งแรกของภาคใต้ และเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 6 ของประเทศไทย ต่อจาก นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา, เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร, แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง, เมืองโบราณศรีเทพและโบราณสถานสมัยทวารวดีที่เกี่ยวข้อง และภูพระบาท ประจักษ์พยานแห่งวัฒนธรรมสีมา
แหล่งข้อมูล : กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม-ประเทศไทย, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย อ้างอิงข้อมูลจากสำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช และคณะนักแสดงโขนจากวิทยาลัยนาฏศิลปนครศรีธรรมราช
https://www.finearts.go.th/storage/contents/2020/12/file/wnpHbBq44EJMS2t5mzPcMu8DfLUTNxi4z0UJZF8S.pdf
เครดิตภาพจาก : กรมประชาสัมพันธ์/ กระทรวงวัฒนธรรม/กรมศิลปากร







