posttoday
จิตตะ โปรแกรมวิเคราะห์หุ้นเพื่อคนทั่วโลก

จิตตะ โปรแกรมวิเคราะห์หุ้นเพื่อคนทั่วโลก

12 มิถุนายน 2559

โดย...สวลี ตันกุลรัตน์

โดย...สวลี ตันกุลรัตน์

จะมีสักกี่คนที่กล้าฝันว่า “อยากทำอะไรบางอย่างให้คนทั่วโลกใช้” และจะมีสักกี่คนที่ไม่ทำให้ความฝันนั้นเป็นแค่เรื่องเพ้อฝัน

ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร จิตตะ ดอท คอม คงเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่กล้าฝันและลงมือทำจนสำเร็จ เพราะวันนี้ Jitta (จิตตะ) กลายเป็นโปรแกรมวิเคราะห์หุ้นจากปัจจัยพื้นฐาน ที่ช่วยให้นักลงทุนทั่วโลก “ลงทุนบริษัทที่ยอดเยี่ยม ในราคาที่เหมาะสม” ได้ง่ายๆ

ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา ไทย สิงคโปร์ เวียดนาม ฮ่องกง และภายใน 2 ปีนี้ ตราวุทธิ์ บอกว่า จะมีบริการให้ครบ 10 ตลาดหลักทั่วโลก เพราะมีนักลงทุนจากทั่วทุกมุมโลกที่ได้ลองใช้ Jitta แล้วต้องการให้มีข้อมูลหุ้นของประเทศเขาบ้าง

“แรงบันดาลใจของผม คือ อยากทำอะไรบางอย่างให้คนทั่วโลกใช้ และจะมีอะไรดีกว่าทำในสิ่งที่รัก ผมชอบการลงทุน ก็มักจะมีคนมาถามว่าจะลงทุนอย่างไร เลยอยากสร้างเครื่องมือที่ทำให้คนเข้าใจการลงทุนเหมือนที่ผมเข้าใจ และทำให้ทุกคนรู้ว่า การลงทุนเป็นเรื่องใกล้ตัว ไม่ใช่เรื่องยาก” ตราวุทธิ์ กล่าว

นอกจากนี้ การลงทุนเป็นภาษาสากล ทุกประเทศเข้าใจได้เหมือนกันหมด จึงไม่ยากที่จะทำให้เว็บไซต์ของคนไทย “โกอินเตอร์” ได้อย่างที่เขาตั้งใจไว้

แต่ที่น่าทึ่งที่สุดสำหรับ Jitta คือ นักลงทุนสามารถใช้บริการได้ฟรี ซึ่ง ตราวุทธิ์ บอกว่า ช่วงแรกนักลงทุนหลายคนไม่สบายใจที่จะใช้ Jitta เพราะคิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะทำฟรี

“แต่ผมอยู่ในโลกอินเทอร์เน็ตจะเห็นว่า ในโลกอินเทอร์เน็ตทุกอย่างเขาให้ใช้ฟรี เช่น Google หรือ YouTube ก็ฟรี มันคือการให้ แล้ว Business Model ถึงจะตามมาทีหลัง และปรัชญาของผมเหมือนเดิม คือ ถ้าเราช่วยคนให้ได้สิ่งที่เขาต้องการมากพอ เราก็จะได้ทุกอย่างเอง

“เหมือนตอนที่ทำหนังสือ Google Make Me Rich คนก็ถามว่า มาเขียนหนังสือทำไม มาเปิดเผยทำไม แต่มันเป็นตัวผม พอทำอะไรได้ก็อยากจะแชร์ รู้สึกว่า ถ้าคนอื่นทำได้บ้าง เราก็แฮปปี้ ไม่ได้คิดจะเก็บไว้คนเดียว เพราะการได้แบ่งปันสิ่งที่เรามีให้คนอื่นรู้ มันสามารถต่อยอดให้ใครได้อีกเยอะ

“นอกจากนี้ การแชร์มันทำให้เราเก่งขึ้น เพราะต้องพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ”

อย่างไรก็ตาม ตราวุทธิ์ บอกว่า แม้ว่าจะสามารถทำให้ Jitta เป็นโปรแกรมวิเคราะห์หุ้นสำหรับคนทั่วโลกได้แล้ว แต่สำหรับเขาแล้ววันนี้ยังห่างไกลจากคำว่า “ประสบความสำเร็จ”

“ถ้าจะเรียกว่าประสบความสำเร็จ ควรจะต้องสบายใจกว่านี้ ต้องทำให้บริษัทสามารถเติบโตได้ด้วยตัวเอง แต่ตอนนี้ยังวุ่นวาย ยังต้องขยายทีม ต้องทำการตลาด” ตราวุทธิ์ กล่าว

แต่แม้จะมีปัญหาเข้ามามากมาย แต่ ตราวุทธิ์ บอกว่า “ปัญหาคือสิ่งที่เราต้องแก้ไข” และจากประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้เขาบอกตัวเองได้ว่า “ในฐานะผู้นำ เมื่อเวลามีปัญหาต้องไม่ตื่นตูม ต้องหาทางออกให้ได้ อย่าหนี ต้องเผชิญหน้า เพราะวิธีแก้ปัญหาที่ง่ายที่สุด คือหาต้นตอปัญหาให้เจอและจัดการกับมัน

“เวลามีปัญหา อย่าคิดคนเดียว ต้องปรึกษาคนที่มีความรู้มากกว่าเรา แล้วเราจะได้ไอเดียมาเอง”

เหมือนในช่วงที่เปิดตัว Jitta เวอร์ชั่น 1 ที่สหรัฐอเมริกา แต่กลับไม่ได้รับความสนใจมากนัก ทำให้เขารู้ว่า “กำลังทำสิ่งที่คนไม่ต้องการ” ทำให้เขาต้องกลับมาศึกษาและพัฒนาจนออกมาเป็นเวอร์ชั่น 2 ที่โดนใจนักลงทุนมากยิ่งขึ้น

“ตอนเวอร์ชั่นแรกคิดว่า อยากทำให้คนจำนวนมากๆ มาใช้งาน ก็มีคนมาใช้เยอะนะ แต่เราไม่รู้ว่าเขาใช้แล้วรู้สึกอย่างไร พอมาเวอร์ชั่น 2 เราก็ทำให้คนแค่ 10-20 คนใช้ ซึ่งเขาก็ใช้งานจริง และไม่ว่าเขาอยากได้ฟีเจอร์อะไรขอให้บอกมา ทีมงานของเราที่มีอยู่ 5-6 คน พร้อมจะทำให้ทันที”

เพราะในเวลานั้น เขารู้แล้วว่า “อย่าทำของที่ไม่มีใครรัก และทำให้มีคนใช้บริการที่รักเราร้อยคน ดีกว่ามีคนชอบเป็นล้าน เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่คนล้านคน แต่มีแค่ร้อยแค่พันคนที่รักและใช้บริการ ก็ทำให้เติบโตได้

“ช่วงแรกเราไม่ได้มองว่า Startup ต้องทำอย่างไร ทำให้ทั้งทีมต้องเสียเวลาจากความไม่รู้ของเรา เลยต้องกลับมาศึกษาจนรู้ว่า แนวคิดของ Startup ต่างจาก SME เช่น เวลา SME เปิดร้านอาหารจะต้องทำให้ใหญ่ ทำให้ดูดีตั้งแต่วันที่เปิดร้าน แต่ Startup จะคิดกลับกัน ต้องเริ่มจากคิดเมนูเด็ดให้ได้ก่อน เอาไปให้เพื่อนๆ ลองชิม แล้วจึงเปิดร้านเล็กๆ และค่อยๆ ขยายไป”

เมื่อมีแนวคิดที่ถูกต้องจึงไม่สนใจว่าจะเริ่มจากคนใช้งานเพียง 10-20 คน จากนั้นจึงทำให้ Jitta พัฒนาจนมาถึงวันที่นักลงทุนที่ได้ทดลองใช้ Jitta Line และ Jitta Score ยอมรับว่า “เจ๋งจริง”

“ช่วงเวลาที่ภูมิใจมากที่สุด คือ เวลามีคนใช้งาน Jitta แล้วชอบ และยอมรับว่าเป็นเครื่องมือที่ดี มันเป็นความรู้สึกที่ดีมาก และเวลาที่มีฟีดแบ็กเข้ามา แม้ว่าจะบอกว่าดีหรือไม่ดีก็ดีใจ เพราะแสดงว่ามีคนใช้งานจริงๆ และถ้าบอกว่าไม่ดีเราก็จะได้ปรับปรุงให้ดีขึ้น และตอนนี้มีชาวต่างชาติที่ชอบ Jitta จริง ซึ่งถือว่าได้ก้าวไปสู่ความฝันอีกขั้นหนึ่ง”

นอกจากนี้ ตราวุทธิ์ ยังฝากไปถึงคนที่ฝันอยากจะเป็น Startup ว่า “โจทย์ในการทำธุรกิจที่ดีที่สุด คือ ไปดูว่าสิ่งที่เรามีไปแก้ปัญหาให้คนได้เยอะหรือเปล่า ทำให้เขาแก้ปัญหาได้ไหม ถ้าทำได้สุดท้ายธุรกิจมันจะเกิดได้เอง ไม่ต้องไปคิดเรื่องอื่น”

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI