posttoday
ฮิปปี้เทคโนโลยีเขย่าโลก

ฮิปปี้เทคโนโลยีเขย่าโลก

10 มิถุนายน 2559

โดย...พรพรต

โดย...พรพรต

เห็นภาพไปแล้วว่าประเทศไทยภายใต้การนำรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะนำประเทศไทยไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ที่พัฒนาจากไทยแลนด์ 1.0 โตด้วยเกษตรกรรม 2.0 โตด้วยอุตสาหกรรมเบา 3.0 โตด้วยอุตสาหกรรมหนัก และ 4.0 โตด้วยนวัตกรรมหรืออินโนเวชั่นที่จะมีความตื่นตาตื่นใจด้วยเทคโนโลยี ไบโอเทค ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial intelligence : AI) โรโบติก หรือหุ่นยนต์ต่างๆ

ยังไม่นับรวมเทคโนโลยีอื่นๆ ที่จะทยอยเข้ามาไล่ล่าให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอีกเป็นระลอกไล่ไปตั้งแต่ไอโอที (Internet of things) เครื่องพิมพ์ 3 มิติ (3D Printing) พิมพ์สิ่งของเครื่องใช้ออกมาเหมือนจินตนาการในการ์ตูนโดราเอมอน แวร์เอเบิล (Wearable) ต่างๆ เช่น นาฬิกา แว่นตา ต่อไปอาจฝังชิปเข้าไปในอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย บิ๊กดาต้า ระบบเก็บข้อมูลมหาศาล

บล็อกเชน (Blockchain) โครงข่ายเก็บข้อมูลธุรกรรมการเงิน สิ่งนี้แหละจะเป็นตัวทำให้วงการธนาคารปั่นป่วนขั้นต่อไป จากฟินเทคของเมืองไทย ปัจจุบันตามการแบ่งของกระทิง-เรืองโรจน์ พูนผล ฟินเทคเมืองไทยอยู่ในยุค 2.0 จากเดิมฟินเทคยุคแรกมาจากสตาร์ทอัพเป็นร้อยๆ รายเข้าไปเปิดให้บริการแต่ละบริการแข่งกับธนาคาร เช่น ปล่อยกู้ โอนเงิน ฟินเทคไทย 2.0 เป็นยุคที่นายแบงก์ผู้ยิ่งใหญ่หันมานั่งเจรจาร่วมมือกับสตาร์ทอัพเด็กรุ่นใหม่ที่มีไอเดียมีเทคโนโลยีการให้บริการทางการเงินฟินเทคในรูปแบบใหม่ๆ ซึ่งต่อไปเมื่อบล็อกเชนเข้ามา ธุรกรรมการเงินรูปแบบเดิมที่จะต้องมีตัวกลางสถาบันการเงิน สำนักชำระบัญชีคอยบริหาร แต่บล็อกเชนจะไม่มีตัวกลางอย่างที่เคยเป็นมา เช่น เมื่อคนทำธุรกรรมด้วยบิตคอยน์ (Bitcoin) จะมีรหัสโทเคน (Token) ที่สร้างขึ้นมาแล้วทำการสื่อสารกับบล็อกเชน เพื่อตรวจสอบว่าบิตคอยน์นั้นเป็นของจริงหรือไม่ก่อนที่จะทำธุรกรรมกันจริง

ถัดจากนั้นก็เออาร์/วีอาร์ Augmented Reality (AR) และ Virtual Reality (VR) การผสานภาพโลกของความเป็นจริงเข้ากับโลกเสมือนนาโนเทคโนโลยี (Nanotechnology) เทคโนโลยีการสร้างวิเคราะห์ วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องจักรหรือผลิตภัณฑ์ที่มีขนาดเล็กมากๆ ชีวิตสังเคราะห์ (Synthetic Biology) ศาสตร์ด้านชีววิทยาสังเคราะห์ สร้างรหัสพันธุกรรมขึ้นมาใหม่ทั้งหมด เพื่อสร้างสิ่งมีชีวิตสังเคราะห์ รวมทั้งเทคโนโลยี การฝังไมโครโพรเซสเซอร์เข้าไปในวัตถุ (Pervasive computing หรือ Ubiquitous Computing) ทำให้สิ่งนั้นสมาร์ทขึ้นสามารถรายงานผลส่งไปที่ต้นทางแบบเรียลไทม์ ไม่ต้องมาคอยดูเหมือนก่อน

จากไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยีดังกล่าว ที่ทยอยเข้ามาสร้างแรงกระเพื่อมเมืองไทยให้ดิจิทัลมากขึ้น ในครั้งนี้จะลองไปมองภาพกว้าง แล้วโลกกำลังจะเปลี่ยนไปอย่างไรใน ค.ศ. 2020 (พ.ศ. 2543) หรืออีก 5 ปี ผ่านมุมมองของนักยุทธศาสตร์ คณะกรรมการป้องกันแห่งชาติ (National Defense Panel) กระทรวงกลาโหม สหรัฐอเมริกา ที่มองไว้เมื่อ ค.ศ. 1997 (พ.ศ. 2540) ได้มองแนวโน้มใหญ่ที่จะเกิดขึ้นใน ค.ศ. 2020 มี 4 กระแสใหญ่

คือ 1.จะเกิดปัญหาการเปลี่ยนแปลงภูมิรัฐศาสตร์ในระดับโลก 2.จะเกิดปัญหาการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรโลก ที่มีลักษณะผกผันกับการลดลงของจำนวนทรัพยากร 3.จะเกิดการคุกคามของระบบตลาดเสรีที่ไร้การควบคุม อันจะนำไปสู่การล่มสลายของรัฐชาติ ความวุ่นวายของสังคม และ 4.ทิศทางการปฏิวัติเทคโนโลยีที่จะนำไปสู่เสถียรภาพ ความสงบสุข ความมั่นคงของมนุษย์ หรืออาจนำไปสู่ด้านตรงข้ามความอันตรายต่างๆ

ประเด็นการเปลี่ยนแปลงภูมิรัฐศาสตร์โลก นักยุทธศาสตร์สหรัฐมองว่า ผลการล่มสลายของสหภาพโซเวียตยังจะเกิดผลกระทบต่อไปอีกเป็นทศวรรษ มีผลต่อการวางยุทธศาสตร์ความมั่นคงในโลกหลายขั้วอำนาจ ประเทศมหาอำนาจจะลากประเทศอื่น ให้เข้าร่วมความขัดแย้งต่างๆ แบบลากไปลากมา ขึ้นอยู่กับการควบคุมฝ่ายใดจะมากกว่ากัน ซึ่งการที่ประเทศที่โดนลากไปลากมา ไม่คิดจะหาทางออกใด ก็เท่ากับเป็นการยอมประเทศใหญ่

ปัญหาประชากรเพิ่มในอัตราผกผันกับทรัพยากรลด โดยหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ประชากรโลกเพิ่มขึ้นปี 2493 ประชากรมีกว่า 2,500 ล้านคน ปัจจุบันเพิ่มเป็นกว่า 6,000 ล้านคน และการที่โลกส่วนใหญ่อยู่ในระบบทุนนิยม กระตุ้นให้มีการบริโภค เพื่อให้อัตราการเติบโตเศรษฐกิจขยายตัว สิ่งนี้ย่อมทำให้ทรัพยากรโลกต้องโดนใช้มากขึ้นไปต่อเนื่อง ทางออกหนึ่งคือ การต้องมีเทคโนโลยี เช่น เทคโนโลยีการเกษตร อกริเทค (Agritech) ไบโอเทค การตัดต่อพันธุกรรม เข้ามาช่วย หรือไม่เช่นนั้นต้องไปคิดค้นระบบเศรษฐกิจ การเมือง ที่เข้ากับความต้องการความเชื่อวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่ซึ่งสอดคล้องกับธรรมชาติกับสิ่งแวดล้อมในพื้นที่นั้นนำไปสู่การสร้างความสมดุล เรียกว่าโลกต่อไปจะเป็นโลกอันหลากหลาย

ส่วนการคุกคามของระบบตลาดเสรี หากโลกยังเดินไปด้วยระบบทุนนิยม การคุกคามของตลาดเสรีไร้การควบคุม หรือไม่สามารถควบคุมได้จะนำไปสู่การล่มสลายของรัฐชาติต่างๆ แต่ก่อนที่รัฐชาติจะโดนล่มสลาย จะมีประเทศที่เชื่อว่าโลกต้องมีขั้วอำนาจเดียว ขึ้นมาต้านการคุกคามของตลาดเสรี โดยก่อนจะเกิดขึ้นของโลกอันหลากหลาย ก็ต้องรอให้ชาติมหาอำนาจแต่ละชาติพังพินาศกันไปหมดแล้ว

สุดท้ายทิศทางการปฏิวัติเทคโนโลยี พวกนี้จะเกิดขึ้นมาเพื่อสนองความสุข ความสงบสุข ความมีเสถียรภาพของสังคมมนุษย์ ไม่ได้ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้มีอำนาจ ไม่ว่าจะในฐานะรัฐชาติ หรือบรรษัท ที่มักจะเบี่ยงเบนการพัฒนาของเทคโนโลยีมาเพื่อประโยชน์ของกลุ่มก้อนของตน ของรัฐ ของบรรษัท ไม่ได้เป็นการพัฒนามาเพื่อประโยชน์กับคนส่วนใหญ่ของโลก

จะเห็นได้ว่าจากที่กลุ่มนักยุทธศาสตร์ของสหรัฐ ซึ่งมีการทำนายเมื่อกว่า 19 ปีก่อน ว่าอีกกว่า 20 ปีข้างหน้า หรือถึง ค.ศ. 2020 โลกจะเป็นอย่างไร นับว่ามีแนวโน้มใกล้เคียงกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงมาก โดยเฉพาะเรื่องผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี

ดังนั้น หลังจากนี้คงจะต้องดูว่าผลการเปลี่ยนของเทคโนโลยีต่างๆ จะเป็นเพียงแค่การปฏิรูปหรือปฏิวัติโลก ให้ไร้พรมแดน ไม่มีรัฐชาติ หรือบรรษัท ตามคำทำนายแค่ไหน งานนี้ต้องลุ้นว่า พวกบุปผาชนหรือฮิปปี้ทางเทคโนโลยี ที่ต้องการนำความรู้ทางเทคโนโลยีมาเปลี่ยนโลกจะเขย่าโลกไปสู่สมดุลใหม่ได้มากแค่ไหน

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้