posttoday
นายกรัฐมนตรีให้สติ

นายกรัฐมนตรีให้สติ

05 มิถุนายน 2559

ท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

โดย...ส.คลองเตย

ท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผู้มีอำนาจเต็มในการบริหารประเทศในยุคที่ถูกใจ ตรงใจ คนที่เป็นศิษย์สวนโมกข์อย่าง สุเทพ เทือกสุบรรณ มากที่สุด ได้แสดงการแก้ไขปัญหากรณีของวัดพระธรรมกายในช่วง 5-6 วันที่ผ่านมา แบบผ่อน โดยไม่หักด้ามพร้าด้วยเข่า ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ มีสติ ไม่เหมือนที่ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม และ DSI หน่วยงานในกำกับของนายพลเอกจากอู่ทอง ที่แสดงท่าทีแข็งมาตลอด จนผู้คนและพระคิดว่าคงเห็นภาพพระสงฆ์กับเจ้าหน้าที่ยื้อยุดฉุดกระชากลากถู จีวรหลุดเต็มจอโทรทัศน์ให้โลกเย้ยหยันกันอีก

นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ออกมาได้ทันท่วงที ช่วยให้หน่วยงานอื่นมีสติ มิเช่นนั้นคงสร้างรอยด่างพร้อยให้เกิดขึ้นต่อชาวพุทธ แบบไม่รู้จะเอาหน้าไปอวดชาวโลกได้อย่างไร จึงควรที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะได้บอกให้ทุกคนได้รู้จักใช้สติ เพื่อให้เกิดปัญญาในการทำงานให้มากขึ้น เพราะถ้าไม่ดื้อด้านดันทุรัง จะจับกุมอย่างเดียวด้วยกำลัง ทำนองหักด้ามพร้าด้วยเข่า ไม่มีการพิสูจน์ค้นคว้าหาข้อมูลด้วยความเคารพต่อผู้ถูกกล่าวหา เหมือนปากว่าเคารพๆ เช่น กรณีสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือกรณีวัดพระธรรมกาย แต่มีพฤติกรรมผ่านสื่อด้วยการอ้างอำนาจ อ้างกฎหมาย อ้างหน้าที่ ในลักษณะจะใช้อำนาจบังคับจับกุม รังแต่จะทำให้ภาพแห่งความไว้วางใจของคณะสงฆ์และศิษย์ส่วนใหญ่ที่มีต่อรัฐบาลติดลบลงไปไม่มีที่สิ้นสุด

ถ้าทุกหน่วยงานตั้งสติได้ ทำตามที่นายกรัฐมนตรีเปิดทางให้ ทุกอย่างน่าจะราบรื่น จึงถามว่าทำไม DSI ไม่ไปกราบสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เพื่อหาข้อมูลเรื่องรถเบนซ์โบราณให้กระจ่างบ้าง เพราะที่รับรองของเจ้าประคุณสมเด็จเต็มไปด้วยคนทุกระดับ ทั้งตาสีตาสา ยายมา ป้าเมี้ยนจากที่ไหนๆ ก็ไปกราบไปคุยกับท่านได้ทุกวัน ที่ด้านหลังรูปหล่อหลวงพ่อสด คนสุพรรณบุรี เหมือนหัวหน้าของ DSI

การหลีกเลี่ยงไม่พบ ไม่ไปกราบพระเถระผู้ใหญ่ถึงวัด ทำให้ไม่สามารถโน้มน้าวความคิดผู้คนจำนวนมาก ไม่ให้เชื่อว่ามันเป็นเกมการเมือง ที่ต้องการขวางสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ไม่ให้ดำรงตำแหน่งประมุขสงฆ์ตามมติมหาเถรสมาคมที่เสนอชื่อขึ้นไปที่รัฐบาลได้

คำถามต่างๆ มีอีกมากมาย ทั้งที่ในวัด ทั้งในร้านอาหารที่มีการพูดคุยกัน แต่มีคำตอบในทางร้ายต่อรัฐบาลเป็นส่วนมาก โชคดีที่ พล.อ.ประยุทธ์ รีบออกมาดึงอารมณ์คนได้ทัน มิเช่นนั้นจะสร้างความเศร้าใจให้ชาวพุทธมากไปกว่าเดิม

สติและปัญญาของการแก้ไขปัญหาเช่นนี้ ทำให้เห็นว่าเรื่องต่างๆ ในสังคมไทยมีทางออกและคลี่คลายได้มากขึ้น ขึ้นอยู่กับระดับของคนบริหารว่าเป็นบัวเหล่าไหน แต่ยืนยันได้ว่า 2 ปีกว่ามานี้ ให้ใช้เวลาทบทวนเถิดว่าได้สร้างความไว้วางใจให้คณะสงฆ์และชาวบ้านขนาดไหน ในยุคไม่มีพรรคไม่มีพวก บางเรื่องทำให้คนขำไม่ออกเพราะผิดพลาด ถึงขนาดย้าย หรือแต่งตั้งตำรวจที่ตายแล้วได้เลย

บรรทัดนี้ จึงขอบอกว่าท่าทีของท่านนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.น่าจะทำให้เกิดฉุกคิดด้วยสติและปัญญาของผู้นำในทุกกระทรวงอื่นๆ ได้ในไม่ช้า เพราะนายกรัฐมนตรีปูทางให้แล้ว

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้