
ศรัทธาแรงกล้า นำพาสร้างทัวร์
หลายคนที่เคยเดินทางไปแสวงบุญยังสังเวชนียสถาน 4 ตำบล ซึ่งเป็นสถานที่ที่ทำให้รู้สึกระลึกถึงพระพุทธเจ้า
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
หลายคนที่เคยเดินทางไปแสวงบุญยังสังเวชนียสถาน 4 ตำบล ซึ่งเป็นสถานที่ที่ทำให้รู้สึกระลึกถึงพระพุทธเจ้า ได้แก่ ลุมพินีวัน สถานที่ประสูติ ในประเทศเนปาล พุทธคยา สถานที่ตรัสรู้ สารนาถ สถานที่แสดงปฐมเทศนา และกุสินารา สถานที่ปรินิพพาน ซึ่ง 3 แห่งนี้อยู่ในประเทศอินเดีย ส่วนใหญ่คงเคยผ่านการใช้บริการบริษัทนำเที่ยวมา
การทำทัวร์บุญนั้นไม่ใช่ใครๆ ก็ทำได้ดี แต่ต้องมีความรู้ความเข้าใจพระพุทธศาสนาด้วยจึงทำให้ผู้ร่วมทัวร์เข้าถึงแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง และบริษัท ศรัทธาทัวร์ ก็เป็นหนึ่งในบริษัทนำเที่ยวที่ยืนหยัดทำทัวร์สังเวชนียสถานมานานกว่า 30 ปี มีจุดเริ่มต้นจากผู้ก่อตั้งมีความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า
เลิศรัชต์ อัครพัศพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรัทธาทัวร์ เล่าให้ฟังว่า เริ่มทำทัวร์แดนพุทธภูมิ ไปแสวงบุญที่สังเวชนียสถานในอินเดียและเนปาล ตั้งแต่ครั้งอายุเพียง 25 ปี กระทั่งปัจจุบันอายุ 55 ปีแล้ว จุดเริ่มต้นการทำทัวร์มาจากสมัยเรียนอยู่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เคยได้ทุนไปเรียนเรื่องศาสนาในต่างประเทศ เวลานั้นได้ศึกษาศาสนาต่างๆ ทั้งศาสนาพุทธ คริสต์ อิสลาม ฮินดู เต๋า และขงจื๊อ เพื่อเปรียบเทียบการสอนของศาสนา ระหว่างนั้นก็ทำให้เกิดความเลื่อมใสและศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า
เมื่อเรียนจบคณะนิติศาสตร์ จึงไม่ได้ไปทำงานในวิชาชีพด้านกฎหมาย แต่สนใจทำหน้าที่พาคนไปกราบพระพุทธเจ้าในแดนพุทธภูมิแทน เพราะมีฉันทะ คือมีความพอใจ มีความสุขเมื่อได้เห็นผู้คนได้ไปกราบพระพุทธเจ้าถึงแดนพุทธภูมิ จึงเปิดบริษัทนำเที่ยวพาคนไป และระหว่างทางที่ทำทัวร์ก็ได้แรงบันดาลใจสำคัญให้ยืนหยัดทำทัวร์อย่างต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้ เพราะเชื่อว่า “ชีวิตของผมรอดได้ ปลอดภัยได้ด้วยบารมีของพระพุทธเจ้า”
สาเหตุที่เชื่อเช่นนี้ ก็เพราะเคยเจอวิกฤตครั้งใหญ่ ที่เชื่อว่าผ่านมาได้ เนื่องจากการกระทำที่ผ่านมา อันเกิดจากความศรัทธาในพระพุทธศาสนาช่วยเราไว้
วิกฤตที่ว่าก็คือ ครั้งหนึ่งในชีวิตเลิศรัชต์เคยไปเป็นลูกศิษย์ของพระอาจารย์ท่านหนึ่ง ทำหน้าที่ขับรถให้เมื่อครั้งเดินทางไปยุโรป ช่วงนั้นเปิดบริษัทนำเที่ยวแล้ว ปรากฏว่าหลังจบการเดินทางครั้งนั้น พระอาจารย์ท่านนี้เกิดเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับสีกา ส่งผลให้เลิศรัชต์ต้องตกเป็นหนึ่งในพยานฝ่ายโจทก์ต้องไปให้การในชั้นศาลว่าพระอาจารย์ทำผิดจริง
ทันทีที่ศาลตัดสินว่าพระอาจารย์ท่านนี้ทำผิด เลิศรัชต์ถูกลูกศิษย์ที่เคารพในตัวพระอาจารย์ท่านนี้ไม่พอใจมาก จ้องจะทำให้เกิดความไม่ปกติในชีวิตของเลิศรัชต์ เวลานั้นได้ตั้งจิตขอบารมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง ปรากฏว่าก็รอดพ้นภยันตรายต่างๆ มาได้ โดยมั่นใจว่าเป็นเพราะบารมีของพระพุทธเจ้า ส่วนพระอาจารย์ท่านนั้นเองก็ต้องอพยพไปอยู่ในสหรัฐจนถึงวันนี้ก็กว่า 10 ปีแล้ว
เลิศรัชต์ เล่าว่า อีกสิ่งที่ทำให้รู้สึกได้ว่าเป็นเพราะบารมีของพระพุทธเจ้าก็คือ ครั้งหนึ่งในชีวิตเคยมีโอกาสสัมผัสกับการเป็นบุคคลที่ดูแลการเดินทางของบุคคลสำคัญของประเทศได้ก็เพราะทำทัวร์แดนพุทธภูมิ
“ผมเคารพในสถาบันพระมหากษัตริย์ของไทย จึงรู้สึกดีใจมากที่มีโอกาสในการดูแลการเดินทาง ไม่เพียงเท่านี้ยังรู้สึกดีใจที่ได้นำคนทุกระดับชั้นไปยังแดนพุทธภูมิได้”
ความภูมิใจหนึ่งที่เลิศรัชต์ไม่ลืมคือ ได้ดูแลคุณป้าท่านหนึ่งที่นุ่งโจงกระเบน มีเชี่ยนหมากติดตัวไปแดนพุทธภูมิ ครั้งแรกที่เดินทาง คุณป้าไปกับญาติพี่น้องไม่กี่คน แต่หลังจากนั้นคุณป้าไปชวนคนในหมู่บ้านเดินทางไปแดนพุทธภูมิด้วยกันหมดโดยคุณป้าออกค่าเดินทางให้ รวมแล้วคุณป้าเดินทางไปถึง 7 ครั้งกระทั่งเสียชีวิต ซึ่งระหว่างเดินทางเคยมีโอกาสถามคุณป้าว่าเหตุใดตั้งใจถึงเพียงนี้ ก็ได้คำตอบว่าครั้งแรกที่เดินทางได้อธิษฐานกับพระพุทธเจ้าว่า อยากมีโอกาสสร้างบุญ ปรากฏว่าถนนสุวินทวงศ์ตัดผ่านที่ดินของคุณป้า ทำให้ได้เงินมากว่า 400 ล้านบาท จึงตั้งใจนำเงินไปทำบุญด้วยการนำคนอื่นไปกราบพระพุทธเจ้า ซึ่งทำให้เลิศรัชต์ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการทำให้ความตั้งใจของคุณป้าสำเร็จ
ขณะที่ความภูมิใจอื่น เช่น ได้พาหลวงปู่ทิม วัดพระขาว จ.พระนครศรีอยุธยา ไปลาพระพุทธเจ้ายังกุสินารา สถานที่ปรินิพพาน เพราะหลังกลับจากการเดินทางไม่ถึง 1 เดือน หลวงปู่ก็มรณภาพ และได้มีโอกาสถวายพระราชดำเนิน สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เมื่อครั้งก่อนประชวร
ทั้งนี้ จากการทำทัวร์แดนพุทธภูมินาน 30 ปี เลิศรัชต์ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของทัวร์บุญ เห็นคนป่วยทางด้านจิตใจมากขึ้น คนที่เดินทางไปกราบพระพุทธเจ้าในลักษณะเหมือนนกปีกหักมีมากขึ้น คือไปเพื่อแข่งขันกันสร้างวัดมากมายให้วิจิตรพิสดาร ชิงดีชิงเด่นด้านวัตถุ ทั้งที่จริงการไปกราบพระพุทธเจ้าควรทำจิตให้ผ่องใส แต่กลับกลายเป็นว่าการเดินทางไปนั้นยังพัฒนาทางจิตใจน้อย พัฒนาความรู้เรื่องพุทธศาสนาน้อย สิ่งเหล่านี้ทำให้เลิศรัชต์รู้สึกว่า หลังจากนี้ต้องตั้งมั่นทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งช่วยพัฒนาความรู้เรื่องพุทธศาสนาและการพัฒนาจิตใจให้มากขึ้นในระหว่างการพาทัวร์แดนพุทธภูมิ
จากความเปลี่ยนแปลงที่พบเจอ ทำให้เห็นว่าการทำทัวร์แดนพุทธภูมิต้องมี 3 อย่าง คือ พุทธกิจ ศาสนกิจ และธุรกิจ อย่าคิดเป็นธุรกิจมากเกินไปจะไม่ดี ต้องพาคนไปกราบพระพุทธเจ้าให้ถูกที่ถูกเวลา ถูกหน้าที่ชาวพุทธด้วย







