
ประเด็นร้อน
ประเด็นร้อนวันที่ 10 ส.ค. อุณหภูมิพุ่งสูงสุดที่ทำเนียบรัฐบาล เนื่องด้วยการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นอีกนัดหนึ่งที่จะท้าทายความรู้สึกของประชาชน ด้วยเรื่องขออนุมัติโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน มูลค่า 6.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย อำนวยการสร้าง
1.นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ยืนยันเสนอแผนการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน เข้าสู่การพิจารณาของ ครม. แม้ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวตั้งข้อสังเกตว่าแผนของกระทรวงคมนาคม ยังไม่สามารถดำเนินการให้เป็นรูปธรรม และไม่เชื่อว่าจะแก้ปัญหาขาดทุนสะสมได้ และไม่มีแผนรองรับบริหารจัดการ ขสมก. ให้เกิดประสิทธิภาพ รวมถึงกระบวนการจัดหารถเมล์ด้วยร่างทีโออาร์ที่ไม่ค่อยปกติ และต้องอย่าลืมว่าพรรคประชาธิปัตย์สมัยเป็นฝ่ายค้าน ได้ต่อต้านและถล่มโครงการนี้อย่างหนักถึงขั้นอภิปรายไม่ไว้วางใจมาแล้ว
2.น่าจับตาไม่แพ้กัน วันนี้น่าจะมีการยกเลิกประกาศใช้กฎหมายร้อน พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในอีกบางจังหวัด โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยืนยันถึงเรื่องนี้ ส่วนจะมีจังหวัดใดบ้าง นายกรัฐมนตรีเอ่ยเพียงว่าสั่งการให้นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ไปพิจารณาในที่ประชุม ศอฉ.วันนี้
3.เรื่องน่าติดตามประการต่อมา คือการแก้ไขปัญหากรณีปราสาทพระวิหารของรัฐบาล ในขณะถูกกัมพูชาเดินเกมรุกกับนานาชาติอย่างหนัก ทั้งการส่งหนังสือถึงสหประชาชาติ และล่าสุดการเรียกร้องให้มีการเจรจาแบบพหุภาคี โดยมีองค์กรระหว่างประเทศ ทั้งยูเอ็น ศาลโลก และอาเซียน เข้ามาเกี่ยวข้อง แทนที่จะเป็นการหารือแบบทวิภาคีไทยกัมพูชา น่าสนใจอย่างยิ่งว่ากระทรวงการต่างประเทศไทยของไทยในยุคที่นายกษิต ภิรมย์ เป็นรัฐมนตรี จะสามารถโชว์ศักยภาพในการรับเกมของกัมพูชาได้หรือไม่ และด้วยวิธีไหน โดยเฉพาะแรงกดดันจากภาคประชาชนบางส่วนที่ต้องการให้ขับชาวกัมพูชาให้พ้นจากพื้นที่พิพาทที่เราเชื่อว่าเป็นของเรา
พลาดไม่ได้อีกเช่นกัน วันนี้ตัวแทนพันธมิตรฯ และนักวิชาการ จะมีการแถลงข่าวเรื่องนี้เพื่อยืนยันจุดยืนของกลุ่มว่าจะเสนอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาอย่างไร
4.ย่างเข้าเดือน ส.ค. ก็เป็นฤดูกาลแห่งการโยกย้ายข้าราชการ ใน ครม.จะมีการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลขึ้นนั่งเก้าอี้เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คนใหม่ แทนนายอำพน กิตติอำพน ที่ครบวาระ แว่วว่าเป็นการชิงดำระหว่าง คือ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รองเลขาธิการฯ และนายพรชัย รุจิประภา ปลัดกระทรวงพลังงาน
สำหรับนายอำพน เก้าอี้ตัวใหม่คงไม่พ้นนั่งในตำแหน่งเลขาธิการคณะรัฐมนตรี แทนนายสุรชัย ภู่ประเสริฐ โดยมีข่าวว่า นายสุรชัยอาจถูกโยกไปเป็นระดับ 11 เช่นปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี แทนนายนที เปรมรัศมี ที่กำลังเกษียณอายุราชการ
ขณะเดียวกันก็จะมีการเสนอชื่อเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) คนใหม่ แทนนายทศพร ศิริสัมพันธ์ ที่จะครบวาระเช่นเดียวกัน
ด้านกระทรวงมหาดไทย เต็งจ๋าปลัดกระทรวงคนใหม่ไม่พ้นเด็กสร้างในเครือข่ายเนวินคอนเนกชัน คือ นายมงคล สุระสัจจะ อธิบดีกรมการปกครอง
5.หันไปดูเรื่องเงินๆ ทองๆ ของรัฐบาล ครม.วันนี้อีกเช่นกัน กระทรวงการคลังจะนำแผนการกู้เงิน ตาม พ.ร.ก.กู้เงินฉุกเฉิน 4 แสนล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการไทยเข้มแข็ง 2555 ประจำไตรมาส 4 ปี 2553 จำนวน 6 หมื่นล้านบาท โดยเป็นการกู้ต่อเนื่อง ทั้งนี้เดิมกำหนดจะต้องใช้เงินในไตรมาส 4 ทั้งสิ้น 98,856 ล้านบาท แต่หลังจากการบริหารจัดการเงินตามโครงการไทยเข้มแข็งฯ สิ้นสุดเดือน ก.ค. 2553 มีการเบิกจ่ายเงินไปแล้ว 2.56 แสนล้านบาท จากวงเงินที่อนุมัติจริง 3.10 แสนล้านบาท เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศเปลี่ยนแปลงไป ความจำเป็นในการใช้เงินจำนวนมากจึงลดลง จึงยังคงเหลือวงเงินค้างไว้ 3 หมื่นล้านบาท
6.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. นัดประชุมคณะกรรมการ ก.ตร. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่องน่าสนใจ แนวทางการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับนายพล ประจำปี 2553
7.สมาคมธนาคารต่างประเทศขอคลายข้อข้องใจ ด้วยการเข้าพบหารือกับนางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และผู้บริหาร ธปท. ประจำปี 2553 เพื่อรับทราบภาวะเศรษฐกิจและแนวโน้มในระยะต่อไป รวมทั้งรับเป็นการรับฟังปัญหาอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไปพร้อมกันด้วย ที่ห้องประชุมอาคาร 1 แบงก์ชาติ สำนักงานใหญ่บางขุนพรหม







