
"สรยุทธ"ลั่นพร้อมสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์
"สรยุทธ"โพสต์ไอจีแจงคดีปลอมใบคิวโฆษณาบริษัท ไร่ส้ม ชี้เป็นการดำเนินคดีซ้ำซ้อน
"สรยุทธ" โพสต์ไอจีแจงคดีปลอมใบคิวโฆษณา บริษัท ไร่ส้ม ชี้เป็นการดำเนินคดีซ้ำซ้อน
หลังจากที่สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) สั่งฟ้อง นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา อดีตผู้ประกาศข่าวชื่อดัง พร้อมพวกฐานปลอมเอกสารสิทธิและใช้หรืออ้างเอกสารสิทธิปลอม กรณีปลอมใบคิวโฆษณา บริษัท ไร่ส้ม จำกัด เพื่อฉ้อโกงค่าโฆษณา สร้างความเสียหายให้ อสมท. มูลค่า 138 ล้านบาท โดยศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว พร้อมนัดตรวจหลักฐานสอบคำให้การวันที่ 29 ส.ค.
ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ได้โพสต์ข้อความลงในอินสตาแกรม @sorrayuth9111 ระบุว่า ข้อกล่าวหาในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง ร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิและใช้หรืออ้างเอกสารสิทธิปลอม ถือเป็นการดำเนินดำเนินคดีซ้ำซ้อน รวมทั้งภาพหลักฐานทางคดี ความเห็นของพนักงานสอบสวน สรุปคำให้การ และพยานในคดี ถูกนำออกไปเผยแพร่โดยสื่อมวลชนโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก่อนจะทิ้งท้ายว่า มั่นใจในความบริสุทธิ์ของตัวเอง และขอใช้สิทธิตามกระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในศาลสูงต่อไป
ข้อความทั้งหมดมีดังนี้
"ตามที่พนักงานอัยการได้มีคำสั่งฟ้องบริษัท ไร่ส้ม จำกัด นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา, นางสาวมณฑา ธีระเดช และ นางพิชชาภา เอี่ยมสอาด ความผิดฐานร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิและใช้หรืออ้างเอกสารสิทธิปลอม และร่วมกันทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งเอกสารของผู้อื่นในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ในวันนี้นั้น
กระผม นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ขอชี้แจงว่า
1. คดีนี้พนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ได้กล่าวหาผมและบุคคลอื่น ๆ ว่ากระทำผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง ร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิและใช้หรืออ้างเอกสารสิทธิปลอม และร่วมกันทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งเอกสารของผู้อื่นในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ซึ่งข้อเท็จจริงตามข้อกล่าวหาทั้งหมดเป็นเรื่องเดียวกันกับคดีของศาลอาญา หมายเลขดำที่ อ.313, อ.342-2558 ในเรื่องทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือความผิดที่เกี่ยวข้องกันของเจ้าหน้าที่ของรัฐและผู้สนับสนุน ซึ่งตามหลักกฎหมายอาญา การกระทำตามข้อกล่าวหาดังกล่าวหากจะเป็นความผิดก็เป็นการกระทำความผิดเพียงกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบท ที่ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาเป็น คดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.595-596/2559 โดยข้อเท็จจริงตามข้อกล่าวหาของพนักงานสอบสวนล้วนปรากฏอยู่ใน "คำพิพากษาของศาลอาญา" อย่างครบถ้วน
ดังนั้น การมากล่าวหาหรือฟ้องในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง ร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิและใช้หรืออ้างเอกสารสิทธิปลอม และร่วมกันทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งเอกสารของผู้อื่นในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน แก่ผมและบุคคลอื่น ๆ อีก จึงเป็นการดำเนินคดีกับผมหลายครั้งจากการกระทำครั้งเดียว ซึ่งน่าจะขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (4) และทำให้ผมกับบุคลอื่น ๆ ได้รับความเดือดร้อนเกินสมควรจากการถูกดำเนินคดีซ้ำซ้อน
2. บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) ผู้กล่าวหาได้นำเรื่องนี้ไปยื่นฟ้องคดีเองต่อศาลแขวงพระนครเหนือ ตั้งแต่วันที่ 28 กรกฏาคม 2558 เป็นคดีอาญาหมายเลขดำที่ 8134/2558 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการไต่สวนมูลฟ้องว่าศาลจะรับคำฟ้องไว้พิจารณาต่อไปหรือไม่ พนักงานอัยการจึงไม่จำเป็นต้องฟ้องคดีเองอีก และไม่มีประเด็นต้องกังวลเรื่องอายุความอีกต่อไป
3. สำหรับคดีที่ศาลอาญามีคำพิพากษาดังทราบอยู่แล้วนั้น ผมมั่นใจในความบริสุทธิ์ของผม และขอใช้สิทธิตามกระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของผมในศาลสูงต่อไป
4. เป็นที่น่าสงสัยว่า ภาพถ่ายรายงานการสอบสวนคดีอาญาที่ 1596/2550 ประกอบด้วยภาพหลักฐานทางคดี ความเห็นของพนักงานสอบสวน สรุปคำให้การของผม บริษัท ไร่ส้ม จำกัด และพยานในคดี ถูกนำออกไปเผยแพร่โดยสื่อมวลชนโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และยังมีการแสดงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมที่ไม่ถูกต้อง ทำให้สาธารณชนเข้าใจว่าเป็นเรื่องใหม่ และชี้นำว่ามีการกระทำความผิดอีก
สรยุทธ สุทัศนะจินดา 2 มิถุนายน 2559"
ภาพประกอบจากอินสตาแกรม @sorrayuth9111







