
แข่งขันไทยแกร่ง
อันดับแข่งขันไทยเพิ่มมาอยู่ที่ 28 ในปีนี้ สะท้อนรัฐบาลมาถูกทาง เอกชนแนะเร่งแก้ปัญหาสังคม-การศึกษา
อันดับแข่งขันไทยเพิ่มมาอยู่ที่ 28 ในปีนี้ สะท้อนรัฐบาลมาถูกทาง เอกชนแนะเร่งแก้ปัญหาสังคม-การศึกษา
นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (กพข.) สถาบันจัดการนานาชาติ (International Institute for Management Development) หรือ IMD ได้เผยแพร่ผลการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของ 61 ประเทศทั่วโลกประจำปี 2559 ปรากฏว่าอันดับของประเทศไทยดีขึ้น 2 อันดับมาอยู่ที่อันดับที่ 28 จากอันดับที่ 30 ในปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ไทยยังเป็นประเทศเดียวในอาเซียนที่มีอันดับที่ดีขึ้นจากทั้งหมด 5 ประเทศ โดยสิงคโปร์อันดับลดลงจากอันดับที่ 3 ไปอยู่อันดับที่ 4 มาเลเซียลดลง 5 อันดับไปอยู่ที่ 19 ฟิลิปปินส์ลดลง 1 อันดับไปอยู่ที่ 42 และอินโดนีเซียลดลง 6 อันดับ ไปอยู่ที่ 48 ส่วนเกาหลีใต้ ซึ่งได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกอันดับลดจากอันดับที่ 25 มาเป็นอันดับที่ 29
“ได้รายงานผลการจัดอันดับให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีรับทราบ ท่านนายกฯ ดีใจว่าที่ทำมาได้แสดงออกมาที่การจัดอันดับการแข่งขันของประเทศ เพราะที่ผ่านมาได้เร่งรัดกระบวนการทำงานของภาครัฐในทุกๆ สัปดาห์ เชื่อว่าเรื่องที่รัฐบาลกำลังทำอยู่ขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษา การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานจะสะท้อนในการจัดอันดับปีต่อๆ ไปให้ดีขึ้นอีก เพราะอันดับที่เผยแพร่ในปีนี้ยังคงใช้ข้อมูลของปีที่แล้ว” นายปรเมธี กล่าว
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ถือเป็นสัญญาณที่ดี สะท้อนว่าการทำงานด้านต่างๆ เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศให้ไปในทางที่ดีขึ้นได้ดำเนินการมาถูกทาง และเป็นไปตามเจตจำนงที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องการที่จะทำงานเพื่อพัฒนาขีดความสามารถของประเทศและแก้ไขอุปสรรคการลงทุน ซึ่งส่งผลต่อภาพพจน์ความน่าเชื่อถือของประเทศ ความน่าสนใจในการลงทุน
ขณะที่ด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ลดลงนั้น การเร่งรัดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งการลงทุนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับดิจิทัลและอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ มูลค่ากว่า 1.5-2 หมื่นล้านบาท จะช่วยให้การประเมินในเรื่องนี้ได้รับคะแนนเพิ่มขึ้นในปีต่อไป
นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า โดยภาพรวมถือว่าน่าพอใจกับสิ่งที่รัฐบาลได้พยายามปรับปรุงประสิทธิภาพของประเทศ แต่ยังมีปัญหาต้องแก้ไขอีกมาก โดยเฉพาะกฎหมายด้านธุรกิจและด้านสังคม ที่รัฐบาลต้องยกเป็นวาระแห่งชาติ ทั้งด้านการศึกษาและสาธารณสุข
น.ส.ผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า อันดับความสามารถแข่งขันของไทยที่ดีขึ้น เชื่อว่าจะกระตุ้นให้เกิดการลงทุนและทำธุรกิจในไทยมากขึ้น ซึ่งกรมได้ปรับปรุงขั้นตอนการจดทะเบียนธุรกิจให้รวดเร็วขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกต่อนักลงทุน







