
กกต.แจงมาตรา61ไม่ขัดรธน.แนะอย่ากังวลเกินเหตุ
"บุญส่ง"รับยังไม่มีเรื่องร้องเรียนผิดประชามติ แจงมาตรา61ไม่ขัดรัฐธรรมนูญชี้อย่ากังวลเกินเหตุ
"บุญส่ง"รับยังไม่มีเรื่องร้องเรียนผิดประชามติ แจงมาตรา61ไม่ขัดรัฐธรรมนูญชี้อย่ากังวลเกินเหตุ
นายบุญส่ง น้อยโสภณ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย เปิดเผยว่า กกต.ได้รับแจ้งเบาะแสการออกเสียงประชามติบริเวณปริมณฑล จำนวน 11 เรื่อง ที่เกี่ยวข้องกับนักการเมือง กลุ่มการเมืองที่ลงพื้นที่ แสดงความคิดเห็น และร้องว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อาจกระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559 ซึ่งฝ่ายสืบสวนสอบสวนตรวจสอบแล้ว พบว่าไม่ครบองค์ประกอบความผิดตามกฎหมาย และบางเรื่องเกิดขึ้นก่อนพ.ร.บ.มีผลบังคับใช้ จึงได้สั่งยุติเรื่อง จึงถือว่าไม่มีเรื่องร้องเรียนใน กกต.
ขณะเดียวกันพบว่ามีการแจ้งเบาะแสแอพพลิเคชั่นตาสับปะรด โดยนับตั้งแต่เปิดตัวจนถึงวันที่ 16 พ.ค.59 มีจำนวน 2 เรื่อง โดยร้องว่านายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ สมาชิกพรรคเพื่อไทย และนายพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ อาจารย์รัฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สวมเสื้อรับและไม่รับที่มีลักษณะชี้นำ ซึ่งได้ส่งไปยังกกต.กทม. ในฐานะเจ้าของพื้นที่ในการตรวจสอบ ว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดอาญาหรือไม่
นายบุญส่ง กล่าวว่า แม้มาตรา 61 ของพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกประชามติ จะถูกมองว่าขัดรัฐธรรมนูญ แต่ส่วนตัวเห็นว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ เพราะการกระทำที่จะถือว่าเข้าข่ายผิดมาตราดังกล่าวต้องมี 3 องค์ประกอบ คือ 1.ต้องไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง 2.ต้องไม่ก้าวราว รุนแรง ข่มขู่ ปลุกระดม และ 3.การกระทำนั้นมีเจตนามุ่งให้ประชาชนออกเสียงไปทางใดทางหนึ่ง จึงยากมากที่จะมีการกระทำผิดในลักษณะดังกล่าวได้
อย่างไรก็ตาม จึงไม่อยากให้ผู้ที่จะแสดงความคิดเห็นแกรงกลัวมากเกินไป เพราะตัวกฎหมายมีเจตนาปรามเท่านั้น เพราะความผิดตามกฎหมายนี้เป็นความผิดทางอาญา ซึ่งกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจ กกต. ในการชี้ขาด ดังนั้น หากประชาชนพบเห็นการกระทำความผิดก็สามารถที่จะแจ้งต่อพนักงานสอบสวนได้เลย ถ้ามาแจ้ง กกต. ก็จะรวบรวมแจ้งต่อพนักงานสอบสวนให้ไปดำเนินการ ซึ่งแนวปฏิบัตินี้แจ้งเป็นหนังสือไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 23 พ.ค.59 ว่าตำรวจจะดำเนินการอย่างไร
นายบุญส่ง ยังกล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายการเมืองเรียกร้องให้มีการเปิดพื้นที่แสดงความคิดเห็นมากขึ้นนั้น ซึ่งกรณีดังกล่าวไม่ใช่หน้าที่ของ กกต. แต่ส่วนตัวมองว่าผู้ออกกฎหมายควบคุมสถานการณ์มีเจตนาที่ดี เพราะขณะนี้สถานการณ์ยังอยู่ในช่วงที่มีความขัดแย้งอยู่







