posttoday
แก้ให้ถูกที่

แก้ให้ถูกที่

30 พฤษภาคม 2559

จากแนวโน้มเศรษฐกิจโลก ซึ่งยังผันผวนฟื้นตัวช้ากว่าที่หลายฝ่ายคาดมาก นับเป็นโจทย์ยากของรัฐบาล ที่จะแก้ปัญหาดังกล่าว ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามจะกระตุ้นให้เครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวอื่นเข้ามาช่วยการส่งออก ซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักถึงกว่า 60% ของการเติบโตเศรษฐกิจ รวมทั้งการเพิ่มหักลดหย่อนภาษี เพื่อหวังจะเร่งให้เกิดการลงทุนของภาคเอกชน

จากแนวโน้มเศรษฐกิจโลก ซึ่งยังผันผวนฟื้นตัวช้ากว่าที่หลายฝ่ายคาดมาก นับเป็นโจทย์ยากของรัฐบาล ที่จะแก้ปัญหาดังกล่าว ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามจะกระตุ้นให้เครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวอื่นเข้ามาช่วยการส่งออก ซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักถึงกว่า 60% ของการเติบโตเศรษฐกิจ รวมทั้งการเพิ่มหักลดหย่อนภาษี เพื่อหวังจะเร่งให้เกิดการลงทุนของภาคเอกชน

ตามที่รัฐบาลกล่าวในการประชุมใหญ่หอการค้าภาค 5 ภาค ประจำปี 2559 ล่าสุด ว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 31 พ.ค. จะเสนอ ครม.พิจารณามาตรการสนับสนุนการลงทุนของเอกชนเพิ่ม เบื้องต้นจะให้เอกชนลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า แม้โครงการลงทุนจะยังสร้างไม่เสร็จในปีนี้ โดยให้นำเงินลงทุนตามจริงมาหักลดหย่อนได้ เพื่อเร่งให้เอกชนลงทุนเร็วขึ้นและเงื่อนไขน้อยลงกว่าการกระตุ้นเดิม ที่การใช้สิทธิจะต้องขอจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) หรือกระทรวงการคลังก่อน และเงินที่ใช้ลงทุนต้องทำให้เสร็จภายในสิ้นปีนี้ถึงจะเข้าเงื่อนไข นำเม็ดเงินที่ลงทุนไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า

พูดง่ายๆ เป็นการผ่อนคลายเงื่อนไข หวังเร่งให้เอกชนตัดสินใจ เริ่มตอกเสาเข็มโครงการ เพราะในการลงทุนหากเริ่มต้นเมื่อไร เอกชนจะมีต้นทุนต่างๆ เช่น ต้นทุนการเงินดอกเบี้ยกู้ มากดดันให้ต้องเร่งเดินหน้าโครงการให้เสร็จ เมื่อโครงการเสร็จก็จะเกิดการจ้างงาน ผลิตสินค้าหรือบริการออกมาขาย เศรษฐกิจก็หมุนเวียน

อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามเอกชนส่วนใหญ่ยังต้องการรอความชัดเจนของเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวชัดกว่านี้ ไม่อยากเสี่ยงลงทุน เพราะเงื่อนไขหักภาษี 2 เท่า แต่โครงการไปไม่รอด โดยเห็นบทเรียนดังกล่าวมาแล้วจากทั่วโลก เช่น จีนในช่วงที่เศรษฐกิจสหรัฐและยุโรปเผชิญวิกฤต จีนแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มการบริโภคในประเทศ ด้วยการลงทุนโครงการต่างๆ ลงทุนขยายโรงงาน ลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ส่งผลให้กำลังการผลิตล้นโลก โครงการอสังหาริมทรัพย์บางแห่งโดนทิ้งร้างทั้งโครงการ เกิดภาระหนี้จำนวนมาก

นอกจากนี้ ในการสำรวจของธนาคารแห่งประเทศไทย ถึงประเด็นภาครัฐควรทำนโยบายอื่นที่จำเป็นต่อการส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชนเพิ่มเติมจากมาตรการภาษีหรือไม่ เอกชนส่วนใหญ่เห็นว่าแรงจูงใจให้เกิดการลงทุน 4 อันดับแรก เป็นเรื่อง 1.การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะด้านคมนาคม เพื่อช่วยลดต้นทุนขนส่ง และเปิดพื้นที่การลงทุนแหล่งใหม่ 2.การยกระดับคุณภาพการศึกษาและคุณภาพแรงงาน เพราะนักเรียนนักศึกษาจบใหม่คุณภาพไม่ตรงความต้องการของตลาดแรงงาน รวมทั้งปัญหาขาดแคลนแรงงานระดับช่างเทคนิค ผู้เชี่ยวชาญทำการวิจัยและพัฒนา 3.การพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยเฉพาะการเชื่อมโยงมหาวิทยาลัยและภาคธุรกิจ และ 4.ถึงเป็นมาตรการทางภาษีตามนโยบายส่งเสริมการลงทุน เช่น ซูเปอร์คลัสเตอร์ เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน นิวโกรว์ เอนจิ้น (New Growth Engine) 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย

เมื่อเป็นเช่นนี้ หากรัฐบาลจะกระตุ้นให้เกิดการลงทุนเอกชนที่เคยมีสัดส่วนมากถึง 30-40% ของจีดีพี ซึ่งช่วงหลายปีที่ผ่านมาหดลงไปเกือบครึ่งเหลือแค่ 19% ของจีดีพี รัฐบาลอาจจะต้องสร้างความเชื่อมั่นของเศรษฐกิจไทยให้มีความหวังได้มากกว่านี้ ต้องบริหารโครงการต่างๆ โครงการลงทุนขนาดใหญ่ หรือเมกะโปรเจกต์ที่ประกาศว่าจะทำมากมายให้เกิดขึ้นจริงเดินหน้าจริง ใกล้เคียงกับเวลาที่ประกาศไว้ เมื่องานจากรัฐออกมาเป็นเนื้อเป็นหนัง เชื่อแน่ว่าความมั่นใจเอกชนก็จะมา และกล้าลงทุน แม้จะลดเงื่อนไขการส่งเสริมการลงทุนไปบ้าง ดังนั้นรัฐบาลคงต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้มากขึ้น ดีกว่าลดภาษีแบบได้ไม่คุ้มเสีย

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้