
รุมสวดรัฐจุดอ่อน
ประสาร-เอกชน เรียกร้องรัฐปรับตัวให้ทันโลก กฎหมายเยอะไป ปล่อยแข่งขันเสรี
ประสาร-เอกชน เรียกร้องรัฐปรับตัวให้ทันโลก กฎหมายเยอะไป ปล่อยแข่งขันเสรี
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานอนุกรรมการเตรียมการจัดตั้งบรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติ (ซูเปอร์บอร์ด) กรรมการในคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) กล่าวในงาน “ธุรกิจไทยในวันที่ไม่เหมือนเดิม” ว่า บริบทของโลกที่ไม่เหมือนเดิม ภาครัฐต้องปรับตัวขับเคลื่อนประเทศ เปลี่ยนจากการกำกับดูแลมาสนับสนุน และปล่อยให้เป็นกลไกเสรีมากขึ้น
นอกจากนั้น ยังต้องทบทวนกฎหมายให้สอดคล้องกับสภาพธุรกิจในปัจจุบัน โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับธุรกิจ ทุกวันนี้การมีกฎหมายเป็นแสนฉบับ การขออนุญาตทำธุรกิจอะไรต้องขออนุญาตหลายหน่วยงาน ภาระในส่วนนี้กระทบและเป็นต้นทุนของธุรกิจอยู่ประมาณ 10-20% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) หากทบทวนกฎหมายได้จะช่วยยกระดับการแข่งขันได้
นางชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามพิวรรธน์ เปิดเผยว่า ภาครัฐควรปรับการบริหารจัดการประเทศ โดยการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นมากขึ้น เพื่อช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ได้รวดเร็ว และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เอกชนทำงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป กล่าวว่า โลกเปลี่ยนแปลงเร็วและซับซ้อนมากขึ้น สิ่งที่ภาครัฐควรทำ คือ ปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด ลดการแทรกแซง ทำให้เกิดการแข่งขันเสรี และควรเร่งแก้ไขภาพลักษณ์กรณีการประมงที่ผิดกฎหมาย ไม่มีการรายงาน และไม่มีการควบคุม (ไอยูยู) ยุโรปให้ใบเหลืองการทำประมงของไทย ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์สินค้าไทยมาก
ด้าน นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า อีก 5 ปีข้างหน้าโลกจะก้าวจากยุคโมบายมาสู่ดิจิทัลอย่างสมบูรณ์ ธุรกิจขนาดใหญ่อาจล้มได้เพราะธุรกิจเล็กๆ มีแพลตฟอร์มใหม่และก้าวทันโลก ภาครัฐเป็นหน่วยงานที่สำคัญที่จะช่วยผลักดันให้ธุรกิจไทยปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง ด้วยการยกเลิกกฎหมายที่มีความทับซ้อนและทำให้การทำงานเอกชนยากมากขึ้นออกไป
“รัฐไฟเขียวดิจิทัลอีโคโนมีใช้เวลาร่างกฎหมาย 3 ปี พัฒนาระยะยาว 20 ปี แต่โลกเปลี่ยนแปลงไปถึงไหนแล้ว”
นายธีรนันท์ ศรีหงส์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า จุดอ่อนของรัฐบาลคือขาดการทำงานที่เป็นเอกภาพ ยกตัวอย่างหากทำธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ ต้องติดต่อกับหน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์กับกระทรวงไอซีที ทำให้การทำธุรกิจเกิดความล่าช้า ไม่ทันกับการแข่งขันและความเปลี่ยนแปลงของโลก







