
เนชันแนลทรัสต์แห่งอังกฤษ
โดย...นพ.วิชัย โชควิวัฒน
โดย...นพ.วิชัย โชควิวัฒน
เมื่อพูดถึงทรัสต์ คนไทยโดยมากคงนึกถึงสถาบันการเงินจำนวนมากที่ล้มไปหลังเกิดวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ เมื่อกลางปี 2540 แต่เนชันแนลทรัสต์ของอังกฤษมิใช่สถาบันการเงินลักษณะนั้น หากเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมลักษณะหนึ่ง มีหน้าที่ในการดูแลรักษาอาคารสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และความงดงามของธรรมชาติทั่วอังกฤษ ชื่อเต็มขององค์กรแห่งนี้คือ National Trust for Places of Historic Interest or Natural Beauty
องค์กรแห่งนี้ก่อตั้งขึ้น เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 2438 ในรูปแบบของ “สมาคมที่ไม่มุ่งผลกำไร” (Association not for profit) ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จัดตั้งบริษัท พ.ศ. 2405-2430 หลังจากนั้นได้มีการเปลี่ยนแปลงสถานะองค์กร จนกระทั่งปัจจุบันได้กำหนดวัตถุประสงค์อย่างเป็นทางการ คือ
“มุ่งทำงานอนุรักษ์ผืนแผ่นดินและทรัพย์สมบัติ (รวมทั้งอาคาร) ที่มีความงามหรือมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ โดยสำหรับผืนแผ่นดินจะมุ่งอนุรักษ์ ธรรมชาติ สิ่งของ และชีวิตของทั้งสัตว์และพืช รวมทั้งจะอนุรักษ์บรรดาเฟอร์นิเจอร์ ภาพ และสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ หรือทางศิลปะของชาติ”
สมบัติชิ้นแรกที่เนชันแนลทรัสต์เข้าไปดูแลอนุรักษ์ คือ บ้านพักพระที่อัฟริสตัน (Afriston Clergy House) ที่วัดใกล้วิหารเซนต์แอนดรูว์ วัดในชนบทแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อราวปี พ.ศ. 1903 ขณะนั้นบ้านหลังนี้ได้สร้างมาแล้วนานนับสิบปี โดยเดิมเป็นบ้านของชาวนาฐานะดีที่นั่น เป็นบ้านโครงไม้ชั้นเดียว หลังคามุงด้วยแผงหญ้าหนา ทางวัดซื้อบ้านหลังนี้ เมื่อปี พ.ศ. 1938 แต่มิได้นำมาเป็นบ้านพักของพระอธิการของวัด แต่ให้คนเช่าเพื่อเป็นรายได้ของวัด
เมื่อเวลาผ่านไป บ้านหลังนี้ก็เก่าแก่ทรุดโทรมลง และกลายเป็นปัญหาของวัด เพราะการที่จะรักษาบ้านโบราณเช่นนั้นไว้เป็นภาระหนักอึ้ง จึงมีความคิดที่จะรื้อทิ้ง เมื่อผู้เช่าคนสุดท้ายเสียชีวิตลงในปี พ.ศ. 2431 ก็เป็นโอกาส แต่เพราะความเก่าแก่อายุกว่าห้าร้อยปี การจะรื้อทำลายจึงมิใช่เรื่องง่าย 2 ปีต่อมาพระอธิการคนใหม่คือท่านสาธุคุณเบย์นอน จึงติดต่อสถาปนิกในกรุงลอนดอนเพื่อซ่อมแซม แต่ยังมิได้ทำอะไร
ช่วงนั้นมีการก่อตั้ง “สมาคมปกป้องอาคารโบราณ” (Society for the Protection of Ancient Buildings : SPAB) ขึ้นแล้ว โดย วิลเลียมมอร์ริส ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2423 ทั้งนี้เนื่องจากก่อนหน้านั้น อาคารโบราณหลายแห่งที่ทรงคุณค่าทั้งทางประวัติศาสตร์ และศิลปะโดยเฉพาะตามวัดต่างๆ ถูกทำลายไปมากมายจากการบูรณะซ่อมแซมโดยขาดความรู้ความเข้าใจ
ในปี พ.ศ. 2444 สาธุคุณเบย์นอนได้ติดต่อขอคำปรึกษาจากสมาคมปกป้องอาคารโบราณ และได้ระดมเงินทุนได้ 124 ปอนด์ แต่เรื่องก็ยืดเยื้อมาเรื่อยๆ ท่านสาธุคุณเบย์นอนเริ่ม “ถอดใจ” หลังทราบว่าเนชันแนลทรัสต์ได้ก่อตั้งขึ้น และมีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์อาคารที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ จึงขอให้ทางสมาคมปกป้องอาคารโบราณช่วยติดต่อทางสมาคมเนชันแนลทรัสต์ ว่าสนใจจะรับเอาบ้านหลังนี้ไปดูแลหรือไม่ ในที่สุดเนชันแนลทรัสต์ก็ตกลงรับซื้อบ้านหลังนี้ไปในราคา 10 ปอนด์
ออคตาเวีย ฮิลล์ หนึ่งในผู้ก่อตั้งสมาคมเนชันแนลทรัสต์ ได้ให้ความเอาใจใส่ในการบูรณปฏิสังขรณ์อาคารหลังนี้อย่างรอบคอบ โดยการติดต่อขอคำแนะนำจากสมาคมปกป้องอาคารโบราณ เพื่อมิให้อาคารอันทรงคุณค่าถูกทำลายไปโดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และไม่มีความสามารถเพียงพอเหมือนที่เกิดขึ้นในที่อื่นๆ ก่อนหน้านั้น คณะกรรมการบริหารเนชันแนลทรัสต์ ได้ประชุมเมื่อเดือน ธ.ค. 2438 และมีมติชัดเจนเป็นหลักการและแนวทางปฏิบัติว่า “การบูรณปฏิสังขรณ์ หมายความว่า จะทำงานเท่าที่จำเป็นเพื่ออนุรักษ์อาคารโดยให้มีงานใหม่น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”
ในการบูรณปฏิสังขรณ์ ออคตาเวีย ฮิลล์ ได้ติดต่อสมาคมปกป้องอาคารโบราณให้แนะนำสถาปนิก “ที่มีใจรักและสามารถอยู่ดูแลการบูรณะอย่างใกล้ชิด สามารถตัดสินใจในทุกจุดระหว่างการทำงาน โดยต้องเป็นสถาปนิกที่มีความรู้ความเข้าใจในศิลปะและงานช่างอย่างแท้จริง” ทางสมาคมแนะนำสถาปนิก ชื่อ อัลเฟรด พาวเวลล์ ให้และสามารถทำงานจนสำเร็จลุล่วงอย่างดี
ความร่วมมืออย่างดียิ่งระหว่าง สมาคมปกป้องอาคารโบราณและเนชันแนลทรัสต์ ดำรงสืบเนื่องมาอย่างยาวนานตลอดจนถึงปัจจุบัน อาคารทุกหลังที่เนชันแนลทรัสต์เข้าไปดูแล ล้วนซ่อมแซมโดยสถาปนิกและช่างที่ได้รับการฝึกฝนอย่างดีจากสมาคมปกป้องอาคารโบราณ โดยยึดหลักการเดียวกับการบูรณะอาคารหลังแรกนั้น
ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมเป็นที่ประจักษ์ สภาผู้แทนราษฎรอังกฤษได้ออกกฎหมายเพิ่มอำนาจหน้าที่ให้แก่เนชันแนลทรัสต์ โดยออกเป็น พ.ร.บ.โดยเฉพาะ (National Trust Act) ฉบับแรก เมื่อปี พ.ศ. 2450 และมีการแก้ไขเพิ่มเติมอีก 5 ครั้ง ในปี พ.ศ. 2462, 2480, 2484, 2496 และ 2514 ปัจจุบัน เนชันแนลทรัสต์ยังมีสถานะเป็นองค์กรการกุศล (Charitable Organization) ภายใต้ พ.ร.บ.องค์กรการกุศล (Charitable Act 2006) ด้วย
ทั้งนี้ พ.ร.บ.ที่เพิ่มอำนาจหน้าที่ให้เนชันแนลทรัสต์นี้ เสนอโดยผู้แทนราษฎร (Private bill) มิใช่ร่างกฎหมายที่เสนอโดยรัฐบาลหรือพรรคการเมือง แต่ก็ผ่านการเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎร แสดงถึงการยอมรับในผลงานของบุคคลและองค์กรที่ทำงานด้วยใจรัก และอย่างผู้มีความรู้ความสามารถโดยแท้จริง รวมทั้งเชื่อมั่นในระบบบริหารงานในลักษณะที่มิใช่โดยรัฐ
ปัจจุบันเนชันแนลทรัสต์มีทรัพย์สินมากมาย มีอาคารทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ราว 200 แห่ง แต่ละแห่งมีสังหาริมทรัพย์ เช่น ภาพเขียน เฟอร์นิเจอร์ หนังสือ เครื่องโลหะ เซรามิก และสิ่งทอ อาคารส่วนใหญ่มีสวนอยู่ด้วย ทรัพย์สินจำนวนมากได้มาในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 20 ที่กฎหมายมรดก ทำให้ผู้รับมรดกจำนวนมากไม่สามารถแบกรับภาระในเรื่องภาษีและการดูแลทรัพย์มรดกประเภทอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ได้ จึงขายหรือยกทรัพย์สินให้ โดยส่วนมากเนชันแนลทรัสต์อนุญาตให้เจ้าของเดิมยังอยู่อาศัยต่อไปได้
นอกจากอาคารและสวนจำนวนมากแล้ว เนชันแนลทรัสต์ยังมีภาพเขียนและประติมากรรมทรงคุณค่าจำนวนมาก
สถานที่ต่างๆ ของเนชันแนลทรัสต์ เปิดบริการดึงดูดใจประชาชนได้อย่างดี นอกจาก “เรื่องราว” ที่จัดทำอย่างมืออาชีพมากมายแล้ว สถานที่ของราชการโดยมากที่มีสนามหญ้ามักมีป้าย “ห้ามเดินลัดสนาม” แต่ในสถานที่ของเนชันแนลทรัสต์ ป้ายกลับเป็น “โปรดวิ่งเล่นบนสนามหญ้า”







