
ไทยมั่นใจพ้นไอยูยู
“บิ๊กป้อม” ระบุไทยรอดใบแดงปมไอยูยู บัวแก้วยันสหภาพยุโรปยังไม่แจ้งผลการตัดสินใจอย่างเป็นทางการ
“บิ๊กป้อม” ระบุไทยรอดใบแดงปมไอยูยู บัวแก้วยันสหภาพยุโรปยังไม่แจ้งผลการตัดสินใจอย่างเป็นทางการ
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เปิดเผยว่า ขณะนี้มีข่าวดีที่ประเทศไทยจะไม่ถูกใบแดงจากการแก้ปัญหาประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและขาดการควบคุม (ไอยูยู) ของสหภาพยุโรป (อียู) แต่ต้องพยายามกันต่อไป
“ประเทศอื่นลงกันหมด มีไทยตัวเลขขึ้นเขียวประเทศเดียว เพราะเราทำงานแก้ปัญหาประมงเข้าตาอียู เขาชื่นชมเรา แต่นี่ยังไม่ประสบความสำเร็จนะ แต่เขาถือว่าเราตั้งใจ ยังมีหลายอย่างที่ไม่สำเร็จ แต่ถ้าเราตั้งใจ เราก็อาจได้ใบเขียว เรายังไม่เลื่อนสถานะ อยู่ตำแหน่งเดิมก็เก่งแล้ว” พล.อ.ประวิตร กล่าว
พล.อ.ประวิตร ย้ำว่า ผลดังกล่าวสืบเนื่องจากทีมเจ้าหน้าที่ของไทยที่ไปประชุมกับอียูได้แจ้งผลการประเมินมาอย่างไม่เป็นทางการ และคาดว่าปลายเดือน มิ.ย.นี้ ทีมเทคนิคจะเดินทางมา จากนั้นเดือน ก.ค. ทีมใหญ่จะมาแจ้งผลอย่างเป็นทางการ
“ทีมใหญ่อียูจะมาคุย แนะนำ เพราะเราทำตามที่เขาแนะนำ แต่ยังไม่สำเร็จ โดยเฉพาะเรื่องการติดจีพีเอสเรือประมง และการบังคับใช้กฎหมายเรือประมงที่ทำผิด” พล.อ.ประวิตร ระบุ
ด้าน พล.ร.ท.จุมพล ลุมพิกานนท์ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาไอยูยูประสบผลสำเร็จอย่างมาก เพราะนายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก และนายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง ได้ร่วมกันชี้แจงให้อียูเข้าใจว่ามีความคืบหน้าและก้าวหน้าไปขนาดไหน
พล.ร.ท.จุมพล กล่าวว่า ที่ผ่านมาคณะทำงานประชุมทำงานกันอย่างหนัก จึงทำให้ทางอียูได้ตระหนักและเข้าใจว่ารัฐบาลไทยมุ่งมั่นทำงานแก้ไขปัญหาไอยูยูเพียงใด จากนี้ไปอีก 6 เดือน หรือประมาณเดือน ต.ค. ที่จะมีการประเมินกันอีกครั้งว่าไทยจะได้ใบเขียว หรือยังคงใบเหลืองต่อไป
“ในฐานะ ศปมผ. ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติจะเน้นการทำงานอย่างบูรณาการตามข้อแนะนำของอียู เพราะทางรัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และเห็นว่าอียูเปรียบเสมือนครู ศปมผ.เสมือนลูกศิษย์จะปฏิบัติตามเพื่อทำให้ไทยหลุดใบเหลือง และได้รับใบเขียว” พล.ร.ท.จุมพล กล่าว
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศได้ออกหนังสือชี้แจงการสัมภาษณ์ของ พล.อ.ประวิตร ว่า ในการเดินทางไปประชุมร่วมกับผู้แทนอียูครั้งล่าสุด ระหว่างวันที่ 17-19 พ.ค.ที่ผ่านมา ทางอียูยังไม่ได้แจ้งผลการตัดสินใจเรื่องใบแดงหรือใบเหลืองแต่อย่างใด ดังนั้นไทยยังคงเดินหน้าทำงานอย่างหนักต่อไป







