
มาร์คลั่นทำเสียดินแดนไม่ขออยู่แผ่นดินไทย
เอ็มโอยู 2543 ที่ทำขึ้นในสมัยอดีตรัฐบาลนายชวน หลีกภัย มีการอนุมัติให้ใช้แผนที่ 1:200,000 และภาคประชาชนได้ออกมาเรียกร้องให้ยกเลิกเอ็มโอยูฉบับดังกล่าว ขณะนี้รัฐบาลดำเนินการไปถึงไหนแล้ว ติดขัดตรงไหนบ้าง และต้องการให้ภาคประชาชนเข้าไปช่วยเหลืออย่างไร
ก่อนตอบคำถามต้องขอชี้แจงว่ามีความเห็นหรือเจตนารมณ์ที่ไม่ต่างกัน ซึ่งยืนยันว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่มีผลประโยชน์อื่นแอบแฝงไปมากกว่าผลประโยชน์ของประเทศชาติ และไม่มีเหตุผลที่จะเอาแผ่นดินของคนไทยไปแลกกับประโยชน์ของชาติ ถ้าทำเช่นนั้นก็ไม่ใช่แค่ไม่สมควรจะเป็นนายกฯ แต่ไม่สมควรจะอยู่ในแผ่นดินไทยด้วยซ้ำ
สำหรับเรื่องเอ็มโอยู 2543 นั้นไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องแผนที่ 1:200,000 เป็นเรื่องของหลักวิธีจัดทำหลักเขตแดนไม่มีข้อผูกมัดเรื่องทำหลักเขตแดน และมีเนื้อหาสำคัญไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ หรือมีกลุ่มใดฝ่ายหนึ่ง เข้าไปรุกล้ำเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ โดยคณะกรรมการจัดทำหลักเขตแดนต้องยึดสนธิสัญญาและสันปันน้ำ
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังมีความเห็นที่แตกต่างกัน ฝ่ายหนึ่งเห็นว่าหากยกเลิกเอ็มโอยู 2543 จะเป็นผลดี แต่ผมเห็นต่างไป ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันในเรื่องประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก ซึ่งต้องมาคุยกันว่าแต่ละฝ่ายมีเหตุมีผลอย่างไร ถ้าทางไหนดีกว่าก็ยินดี
“
หากเห็นว่ายกเลิกดีกว่า ก็พร้อมจะยกเลิก แต่ถ้าคงไว้แล้วได้ประโยชน์กว่า ก็ต้องคงไว้ ทั้งหมดต้องดูเรื่องผลประโยชน์ของประเทศ ไม่ใช่ต้องบอกว่าต้องเลิก หรือห้ามเลิก แต่ขอให้มั่นใจว่า เอ็มโอยูจะไม่เกี่ยวข้องกับการนำแผนที่ 1:200,000 มาพิจารณา ซึ่งเราจะยึดสนธิสัญญาและสันปันน้ำเป็นหลัก”ทั้งนี้ ในวันที่ 8 ส.ค. หลังจากจบรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ ทางช่อง 11 แล้วได้ประสานให้มีการจัดรายการตั้งแต่เวลา 10.0013.00 น. โดยเชิญผู้แทนที่เกี่ยวข้อง 5 คน และตัวแทนจากรัฐบาลรวมผมด้วย 5 คน มาคุยกันว่าคิดเห็นอย่างไร และหลังจากนี้การทำงานของรัฐบาลจะเชิญผู้รู้มาทำงานเตรียมการกรณีขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกและเรื่องอื่นๆ ซึ่งการออกรายการครั้งนี้ก็จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะได้ข้อมูล และจะได้ร่วมกันทำงานต่อไปในวันข้างหน้าจะต้องทำอย่างไร
n จากข้อเท็จจริงในพื้นที่พบว่ามีทหารและชาวกัมพูชาเข้ามาอยู่ในดินแดนไทยซึ่งเกิดมาก่อนหน้านี้ แล้วรัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร
ขอบคุณที่พูดว่าปัญหานี้เกิดมาก่อนหน้านี้ เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นมีมาแล้ว 67 ปี มีชุมชน ตลาดเข้ามาอยู่ ไม่เป็นไปตามเอ็มโอยู 2543 แน่นอน สิ่งที่ต้องทำต่อไป คือ จะต้องใช้ 2 มาตรการกดดัน คือ มาตรการทางการทูตและการทหาร เหตุผลที่ต้องใช้มาตรการทางการทูตเพราะยังมีประเทศอื่นๆ ที่ไม่เข้าใจในสถานการณ์
“
หากไทยไม่ทำความเข้าใจก็อย่าหวังว่าจะได้เปรียบทางการทูต ซึ่งทั้ง รมว.ต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม และกองทัพ จะประท้วงรักษาสิทธิ เดินหน้าเพื่อให้มีการเคารพข้อตกลง ซึ่งประเด็นนี้ไม่สามารถอธิบายลงรายละเอียดได้ว่าจะทำอย่างนั้นอย่างนี้ได้”n
พอหรือยังกับมาตรการทางด้านการทูต ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะใช้มาตรการอื่นในการรักษาศักดิ์ศรีของประชาชนคนไทยขอยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่มีการปล่อยปละ แต่การดำเนินการต้องขึ้นอยู่กับ จังหวะ เวลา วิธีการ จากที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ยืนยันได้ว่ากองทัพให้ความร่วมมือ100%
n กองทัพบอกว่าพร้อมแล้ว เหลือแต่แค่รอคำสั่งจากฝ่ายการเมือง
รัฐบาลมีหน้าที่ปกป้องอธิปไตย แต่ไม่สามารถที่จะมาพูดรายละเอียดบนเวทีได้
n รักษาน้ำใจประเทศเพื่อนบ้าน แต่ประเทศเพื่อนบ้านกลับไม่รักษาน้ำใจเรา
ดีใจที่ยังใช้คำว่าประเทศเพื่อนบ้าน แต่ไทยต้องรักษาสิทธิของประเทศ แต่เพื่อนบ้านยังไงก็ต้องเป็นเพื่อนบ้านต่อไปในอนาคต ไม่มีทางเป็นอื่น จะทำงานด้วยความรับผิดชอบ ปฏิบัติงานไปตามวิธีที่ดีที่สุด ซึ่งยืนยันว่าอะไรเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดและจะไม่ลังเลที่จะทำ
n เครือข่ายต้องการปราสาทพระวิหารคืน ซึ่งตั้งแต่ 2505 ซึ่งมีการขอสงวนสิทธิโต้แย้ง มาจนถึง 2553 กลับยังไม่เห็นการใช้สิทธิโต้แย้งในการทวงคืนแต่อย่างไร
จากที่ศาลโลกตัดสินไว้เมื่อปี 2505 และมีการขอสงวนสิทธิโต้แย้งซึ่งจะต้องมีหลักฐานใหม่ ตนเองและนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ส่งให้ผู้เชี่ยวชาญ ข้าราชการ ไปหาข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาต่อสู้ แต่จำเป็นที่จะต้องได้ข้อมูล ถ้าไม่มีข้อมูลเพิ่มก็จะเป็นปัญหา อีกด้านหนึ่งคือการรุกคืบใช้เทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์ ไม่ว่าจะใช้เทคโนโลยีมาดูสันปันน้ำ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดำเนินการอยู่
n ปัญหาเฉพาะหน้าการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารมรดกโลก ในพื้นที่ทับซ้อนรัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร และในส่วนที่มีผู้รุกรานเข้ามาในชายแดนไทย ทั้งกองกำลังติดอาวุธและประชาชนทั่วไป จะแก้ไขปัญหาตรงนี้อย่างไร
ในเรื่องการขึ้นทะเบียนมรดกโลก ได้เอาจริงเอาจังมาตลอด ตั้งแต่ต้นปีมา ทั้งนายกษิตและนายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ทัดทานการรุกคืบของกัมพูชามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตอนที่นายสุวิทย์ไปประชุมที่บราซิล เกรงว่าอาจจะเสียเปรียบ คณะรัฐมนตรีจึงมีมติว่าพร้อมที่จะถอนตัวจากการเป็นภาคีของคณะกรรมการมรดกโลก หากยังไม่ฟังคำคัดค้านจากฝั่งไทย จนทำให้มีการเปลี่ยนมติด้วยการเลื่อนการพิจารณาออกไป และ 1 ปีเต็มก็พร้อมสู้หากเมื่อใดที่คณะกรรมการมรดกโลกจะมาดำเนินการใดๆ ที่กระทบต่ออธิปไตย เพราะไม่ใช่หน้าที่ของกรรมการมรดกโลกและยูเนสโก
นอกจากนี้ ยังพูดกับเลขาธิการสหประชาชาติว่าบทบาทของยูเนสโกต้องส่งเสริมสันติภาพ แต่ตลอดเวลาตั้งแต่การขึ้นมรดกโลก คนไม่สามารถไปท่องเที่ยว เกิดปะทะกันจนมีการสูญเสีย ซึ่งยูเนสโกกำลังเดินมาผิดทาง ซึ่งไทยมีหน้าที่คัดค้าน และยูเนสโกก็เข้าใจ
ทั้งนี้ วิธีที่จะบรรลุเป้าหมายมีหลายวิธี จะเลือกวิธีไหน เวลาใด ต้องดูความเหมาะสม ไม่ใช่ดูแค่วิธีเดียวแล้วจะแก้ปัญหาเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แต่ต้องดูว่าอะไรจำเป็นต้องทำแล้วดีที่สุดต่อประเทศ และต้องเคารพอธิปไตยซึ่งกันและกัน ไม่ต้องการให้ประชาชนอยู่ในภาวะที่สู้กันไม่จบสิ้น และไม่ต้องการให้ประเทศที่ 3 เข้ามาแทรกแซงได้







