posttoday
แก้เศรษฐกิจ 'เสือตัวใหม่' งานหนักผู้นำใหม่ปินส์

แก้เศรษฐกิจ 'เสือตัวใหม่' งานหนักผู้นำใหม่ปินส์

12 พฤษภาคม 2559

ในช่วงปี 1980 ฟิลิปปินส์ได้ชื่อว่าเป็น “คนป่วยแห่งเอเชีย” จากเศรษฐกิจที่ขยายตัวติดลบและตามไม่ทันประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โดย...ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์

ในช่วงปี 1980 ฟิลิปปินส์ได้ชื่อว่าเป็น “คนป่วยแห่งเอเชีย” จากเศรษฐกิจที่ขยายตัวติดลบและตามไม่ทันประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประสบกับปัญหายากจนอย่างรุนแรง ประกอบกับความไม่มีเสถียรภาพทางการเมือง จนกระทั่งถึงยุคสมัยของประธานาธิบดีเบนิกโน อาคีโน ที่ครองตำแหน่งระหว่างปี 2010-2016 ได้สลัดอาการป่วยทางเศรษฐกิจทิ้ง และเปลี่ยนให้ฟิลิปปินส์กลายเป็น “เสือตัวใหม่”

อย่างไรก็ตาม ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา โรดริโก ดูเตอร์เต อดีตผู้ว่าเมืองดาเวาฝีปากกล้า คว้าชัยตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของฟิลิปปินส์ไปตามคาด ปัดคู่แข่งอย่าง มานูเอล ร็อกซาส ผู้สมัครที่เป็นผู้สืบทอดของประธานาธิบดี เบนิกโน อาคีโน ทิ้งไป ส่งผลให้นักลงทุนต่างกังวลต่อความต่อเนื่องของนโยบายทางเศรษฐกิจว่า ดูเตอร์เต จะพาเศรษฐกิจไปในทิศทางใด

ก่อนหน้านี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) คาดการณ์เศรษฐกิจฟิลิปปินส์จะขยายตัว 6% ในปี 2016 และ 6.2% ในปีหน้า มากกว่าประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างอินโดนีเซียที่ 4.9% มาเลเซียที่ 4.4% และไทยที่ 3% เนื่องจากประชากรในประเทศของฟิลิปปินส์มีมากกว่า 100 ล้านคน ทำให้แรงซื้อในประเทศมากตามไปด้วย ประกอบกับการกระตุ้นจากภาครัฐ

ฟิลิปปินส์ใช้เวลานานนับสิบปี นับตั้งแต่การปฏิวัติประชาชนในปี 1986 ในการฟื้นฟูประชาธิปไตยและเดินเครื่องเศรษฐกิจ โดย อาคีโน ได้รับความนิยมในนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจ แก้ความยากจน และดึงการลงทุนจากต่างชาติ ส่งผลให้ฟิลิปปินส์สามารถขยายตัวได้เฉลี่ย 6.3% ในยุคสมัยของอาคีโน

ฟิลิปปินส์สามารถดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติได้ 5,700 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.99 แสนล้านบาท) ในเดือน ม.ค.-พ.ย. 2014 มากกว่าปี 2013 ถึง 60% โดยกระแสทุนจากต่างชาติส่วนใหญ่ไหลลงไปในภาคส่วนก๊าซ ชิ้นส่วนเครื่องปรับอากาศ การเงินและประกันภัย การขนส่ง รวมถึงโกดัง ซึ่งการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาตินั้นมาจากข้อได้เปรียบด้านประชากรศาสตร์

ฟิลิปปินส์มีประชากรมากกว่า 100 ล้านคน และเป็นผู้รู้หนังสือ เก่งภาษาอังกฤษ รวมถึงยังเป็นคนรุ่นเยาว์เสียส่วนมาก จึงเป็นปัจจัยที่ดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม แม้เศรษฐกิจจะขยายตัวขึ้นจนได้ชื่อเป็นเสือตัวใหม่ แต่ประชาชนกว่า 1 ใน 4 ของฟิลิปปินส์ยังเผชิญกับความยากจน

ความยากจนนี้เองจึงเป็นปัญหาประการแรกที่ผู้นำคนใหม่ของฟิลิปปินส์จะต้องแก้ไข และเป็นปัจจัยที่ส่งเสริมให้ ดูเตอร์เต สามารถคว้าชัยในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ได้อีกด้วย ซึ่งความท้าทายของดูเตอร์เต คือการทำให้ประชาชนทั้งประเทศได้รับประโยชน์จากเศรษฐกิจที่ขยายตัวขึ้น โดยเฉพาะภาคส่วนเกษตรที่เผชิญกับความยากจนสูง ซึ่งในไตรมาส 4 ปี 2015 ภาคส่วนเกษตรหดตัวลงไป 0.3% เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมที่ขยายตัว 6.8% และภาคบริการที่ขยายตัว 7.4% ดังนั้นนโยบายสำหรับภาคการเกษตรจึงเป็นสิ่งจำเป็น

ความยากจนของประชากรยังมาพร้อมกับการขาดโครงสร้างพื้นฐานที่โตไม่ทันกับขนาดเศรษฐกิจ และกลายเป็นการสะดุดขาตัวเองของฟิลิปปินส์ โดยประชาชนส่วนใหญ่ยังเผชิญความยากลำบากในการเดินทาง และถนนก็ยังคงไม่รองรับยอดขายรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในฟิลิปปินส์ ซึ่งอาคีโนพยายามผลักดันโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 6,500 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.27 แสนล้านบาท) ก่อนที่จะหมดวาระ แต่ล้มเหลวไปในเดือน มี.ค.

การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดย สตีเฟน รูด จากมูลนิธิเอเชีย (เอเชียฟอนเดชั่น) เปิดเผยว่า การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานไม่เพียงแต่จะช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัวขึ้นจากการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ประเทศสามารถขยายตัวได้อย่างดีขึ้นในอนาคตอีกด้วย เนื่องจากปัจจุบันนักท่องเที่ยวไม่สามารถเข้ามาเที่ยวฟิลิปปินส์ได้อย่างเต็มที่เนื่องจากขาดสนามบิน การขนส่งที่แย่ ซึ่งเพิ่มต้นทุนโลจิสติกส์ รวมถึงอินเทอร์เน็ตยังช้าฉุดภาคส่วนเทคโนโลยีและสารสนเทศอีกด้วย

การจะหาเงินทุนมาลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน หนทางหนึ่งในมุมมองของผู้นำใหม่ฟิลิปปินส์คือ การผูกสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับจีนมากขึ้น และหาเงินทุนจากธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแห่งเอเชีย (เอไอไอบี) ของจีน ซึ่งจะกลายเป็นการเปลี่ยนจุดยืนแข็งกร้าวของฟิลิปปินส์ต่อจีน เนื่องจากปัญหาข้อพิพาททะเลจีนใต้ โดยอนาคตผู้นำฟิลิปปินส์ยังประกาศพร้อมเจรจาพหุภาคีกับจีนอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม การเข้าหาจีนของฟิลิปปินส์จะสร้างความลำบากใจให้กับพันธมิตรที่สำคัญอย่างสหรัฐ ซึ่งอาคีโนได้ผูกสัมพันธ์มาอย่างเหนียวแน่น เพื่อที่จะใช้อำนาจของสหรัฐในการต่อกรกับจีนในประเด็นข้อพิพาททะเลจีนใต้

ในขณะที่เศรษฐกิจท้องถิ่นของฟิลิปปินส์ยังคงไม่แข็งแกร่งพอที่จะรับข้อตกลงการค้าเสรีขนาดใหญ่อย่างข้อตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (ทีพีพี) ขณะเดียวกันสำหรับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คงต้องจับตานโยบายของว่าที่ผู้นำคนใหม่ของฟิลิปปินส์ต่อประเทศในภูมิภาคนี้ เนื่องจากฟิลิปปินส์จะเป็นประธานเวียนสำหรับประชาคมประชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ในปี 2017

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวนิกเกอิ ระบุว่า ดูเตอร์เตมีแนวโน้มที่จะเข้าหาทีพีพีอย่างรอบคอบ เนื่องจากทีพีพีมีจุดมุ่งหมายเพื่อเสรีทางการค้าและการลงทุน

เสรีทางการค้าและการลงทุนเป็นจุดหนุนสำคัญในการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ โดยในสมัยของอาคีโนนั้น ไม่สามารถปลดข้อจำกัดไม่ให้ต่างชาติถือหุ้นเกิน 40% ในบางภาคส่วนได้ แต่ดูเตอร์เตกลับประกาศให้ต่างชาติสามารถถือหุ้นได้มากกว่าขีดจำกัดดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ภาพลักษณ์ของตัวประธานาธิบดีคนใหม่ของฟิลิปปินส์ก็ไม่ค่อยสู้ดีนัก เช่น การล้อเล่นในคดีข่มขืนสตรีชาวออสเตรเลีย ส่งผลให้ออสเตรเลียไม่พอใจอย่างแรง และยังประกาศจะจัดการกับอาชญากรโดยไม่สนสิทธิมนุษยชน โดยท่าทีที่แข็งกร้าวดังกล่าว ทำให้ดูเตอร์เตได้ฉายาเป็น โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งเอเชีย รวมถึงยังถูกมองเป็นเผด็จการ ซึ่งจะเป็นการก้าวถอยหลังทางประชาธิปไตยและขวางการลงทุนต่างชาติ

บรรดาผู้เชี่ยวชาญต่างเห็นตรงกันว่า ในช่วงแรกตลาดจะต้อนรับดูเตอร์เตอย่างดี และกระแสทุนจะยังคงไหลเข้าฟิลิปปินส์ อย่างไรก็ตาม เมื่อพ้นจากช่วงแรกไปแล้ว และประธานาธิบดีคนใหม่ของฟิลิปปินส์ยังไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้เป็นชิ้นเป็นอัน ต่างชาติก็คงพิจารณาความน่าลงทุนของฟิลิปปินส์เสียใหม่

ชะตาของฟิลิปปินส์ต้องฝากเอาไว้กับผู้นำคนใหม่ฝีปากกล้าคนนี้เสียแล้ว

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI