
ดอลล์อ่อนดูดทุนนอกลุยไทย
ตลท.มองเม็ดเงินต่างชาติมีโอกาสไหลเข้าหุ้นไทย ชู 4 เดือนแจกกำไร 9.1% สูงสุดในภูมิภาค ชอบหุ้นใหญ่
ตลท.มองเม็ดเงินต่างชาติมีโอกาสไหลเข้าหุ้นไทย ชู 4 เดือนแจกกำไร 9.1% สูงสุดในภูมิภาค ชอบหุ้นใหญ่
นายภากร ปีตธวัชชัย รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า มีโอกาสที่เม็ดเงินต่างชาติจะไหลเข้ามาในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ รวมถึงประเทศไทยด้วยในระยะสั้นได้ เนื่องจากเหรียญสหรัฐอ่อนค่าหลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่ายังไม่รีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้ เพื่อหวังกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน และผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดหุ้น
ทั้งนี้ ผู้ลงทุนเคลื่อนย้ายเงินไปหาสินทรัพย์ที่คาดว่าจะให้อัตราผลตอบแทนที่ดีกว่า ส่งผลให้กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์หลัก อย่าง น้ำมัน ทองคำ ซึ่งไม่ได้เห็นราคาทองคำและน้ำมันปรับขึ้นในทิศทางเดียวกันกันมานาน รวมถึงกลุ่มสินค้าเกษตร ยางพารา ปาล์ม ราคาก็ปรับขึ้นเช่นกันในช่วง 2-3 เดือนมานี้
นายภากร กล่าวว่า นักลงทุนยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าเศรษฐกิจโลก รวมถึงความต้องการใช้สินค้าโภคภัณฑ์มีการฟื้นตัวที่แท้จริงหรือไม่ ส่วนปัจจัยในประเทศยังไม่มีอะไรใหม่ ต้องดูว่าภาครัฐมีการลงทุนที่เกิดขึ้นจริงมากน้อยขนาดไหน หลังจากที่มีการเลื่อนมา แต่ถือว่ายังมีปัจจัยบวกจากนักท่องเที่ยวที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ดี มองว่าราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับขึ้น ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อประเทศไทย เกษตรกรและฐานรากที่จะมีรายได้มากขึ้น เพราะส่งออกสินค้าเกษตรที่สูงในระดับหนึ่ง รวมถึงผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนของไทย
นอกจากนั้น ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังมีการนำเสนอให้ข้อมูลแก่ผู้ลงทุนในต่างประเทศ (โรดโชว์) โดยนายภากร กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ไทยจะนำเสนอเรื่องการมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากที่จะรองรับกับความต้องการของผู้ลงทุนมากขึ้น ไม่ได้มีหุ้นเพียงอย่างเดียว ปัจจุบันมีหลักทรัพย์ถึง 1,843 หลักทรัพย์ มีหุ้นทั้งหมด 640 ตัว กองอีทีเอฟ 20 ซึ่งมีหุ้นต่างประเทศหลายกอง ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) จำนวน 958 ตัว
นายภากร กล่าวว่า การไปผ่านโรดโชว์ที่ผ่านมา ผู้ลงทุนต่างชาติส่วนใหญ่สนใจสอบถามเรื่องกองทุนอสังหาริมทรัพย์ กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) กองทุนโครงสร้างพื้นฐานมากขึ้น หลังจากเข้ามาลงทุนมากขึ้นและผลตอบแทนสูง แม้ขณะนี้จะให้ผลตอบแทนลดลงเพราะมีผู้ถือหน่วยเพิ่มขึ้นก็ตาม
และเร็วๆ นี้จะไปโรดโชว์เรื่องกองทุนรวมที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งที่ 2 จากที่เคยพากองทุนรวมไปร่วมโรดโชว์มาแล้วเมื่อ 2 ปีก่อน
สำหรับภาวะตลาดหุ้นตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทน 9.1% ในรูปแบบเงินบาท ซึ่งถือว่าสูงสุดในภูมิภาค และเพิ่มขึ้น 12.6% ในรูปแบบเงินเหรียญสหรัฐตามค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่ามากขึ้นประมาณ 3.2% ได้รับอานิสงส์จากหุ้นขนาดใหญ่ไม่ว่าจะเป็นหุ้นในกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี และกลุ่มอาหาร เพราะผลประกอบการดี และจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง ต่างจากปีที่ผ่านมาพบว่าหุ้นขนาดเล็กได้รับความสนใจมากกว่าหุ้นขนาดใหญ่
ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือน เม.ย. 2559 ดัชนีหุ้นลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับ 1,404.61 จุด ลดลง 0.2% จากเดือนก่อนหน้า ปัจจัยส่วนหนึ่งจากผลการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในเดือน เม.ย.ไม่ได้มีมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติมอย่างที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ไว้ โดยนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 5,701 ล้านบาท แต่รวม 4 เดือนปีนี้ ยังคงซื้อสุทธิอยู่ที่ 12,697 ล้านบาท ส่วนอัตราเงินปันผลตอบแทนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) อยู่ที่ 3.35% และตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) อยู่ที่ 1.36%







