
ดีไวน์ช็อกโกแลต
โดย...นพ.วิชัย โชควิวัฒน
โดย...นพ.วิชัย โชควิวัฒน
ช็อกโกแลตยี่ห้อ “ดีไวน์” (Divine) ซึ่งแปลว่า “พระผู้เป็นเจ้า” มิใช่ยี่ห้อที่ดังที่สุดในอังกฤษ แต่ก็เป็นยี่ห้อที่มีชื่อเสียงมากของบริษัท ดีไวน์ช็อกโกแลต (Divine Chocolate Limited) ซึ่งเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมที่โดดเด่น โดยเฉพาะในเรื่องการส่งเสริม “การค้าที่เป็นธรรม” (Fairtrade)
บริษัท ดีไวน์ช็อกโกแลต ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2541 โดยการร่วมทุนระหว่าง 3 องค์กร คือ 1.สหกรณ์ชาวไร่โกโก้ ชื่อ “โคคู” (KoKoo) ในประเทศกานา 2.บริษัท ทวินเทรดดิ้ง (Twin Trading) และ 3.บริษัท บอดี้ชอป โดยการสนับสนุนขององค์กรการกุศลอีก 2 แห่ง คือ คริสเตียนเอด (Christian Aid) และโคมิค รีลีฟ (Comic Relief)
สหกรณ์ชาวไร่โกโก้ ชื่อ โคคู เริ่มกิจการตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1990 โดยผู้นำคนสำคัญคือ นานา ฟริมปง อบรีบรีส (Nana Frimpong Abrebrese) ซึ่งเป็นตัวแทนชาวไร่ในคณะกรรมการโกโก้แห่งกานา โดยนานามองเห็นลู่ทางที่จะทำให้การค้าโกโก้ในกานาเป็นตลาดเสรี ด้วยการรวมกลุ่มชาวไร่นำผลิตผลไปขายให้แก่บริษัท การค้าโกโก้ (Cocoa Marketing Company : CMC) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจทำหน้าที่เป็นผู้ส่งออกโกโก้แต่ผู้เดียวของกานา
ชาวไร่โกโก้ได้รวมตัวกันเป็นสหกรณ์ชื่อ “คัวปาโคคู” (Kuapa KoKoo) ซึ่งแปลว่า “ผู้ปลูกโกโก้ดี” (Good Cocoa Grower) ทำหน้าที่พัฒนาระบบการผลิตและจำหน่ายโกโก้ ตั้งแต่ 1.เพิ่มบทบาทผู้หญิงในกิจการของสหกรณ์ทุกขั้นตอน 2.พัฒนาระบบการปลูกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 3.รับซื้อผลผลิตโดยใช้ตราชั่งที่เที่ยงตรง ไม่โกงชาวไร่ดังแต่ก่อน 4.ช่วยชาวไร่ในการทำบัญชีและจัดทำเอกสารที่จำเป็นต่างๆ 5.ทำให้การบริหารโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ทั้งนี้โดยได้รับการสนับสนุนจากบริษัท ทวินเทรดดิ้ง ซึ่งเป็นบริษัทที่ยึดหลัก “การค้าที่เป็นธรรม”
บริษัท ดีไวน์ช็อกโกแลต ซึ่งรับซื้อโกโก้จากสหกรณ์โคคู ใช้หลักการค้าที่เป็นธรรม โดยกำหนดให้จ่ายผลประโยชน์แก่สหกรณ์โคคู คือ 1.กำหนดราคาขั้นต่ำที่เป็นธรรม โดยหากราคาตลาดสูงขึ้นก็จ่ายเพิ่มให้ 2.จ่ายค่าพรีเมียมเพิ่มให้อีกตันละ 200 เหรียญสหรัฐ 3.ทุกปีจะจ่าย 2% ของยอดขายเพื่อสนับสนุนการผลิตและการพัฒนาของชาวไร่ และ 4.แบ่งปันผลกำไรให้ 44%
ผลิตภัณฑ์ตัวแรกของดีไวน์ช็อกโกแลต คือ แท่งช็อกโกแลตนม ซึ่งเริ่มวางจำหน่ายเมื่อเดือน ต.ค. 2541 และก่อนคริสต์มาสปีนั้น ช็อกโกแลตผลิตภัณฑ์แรกของดีไวน์ก็มีวางจำหน่ายตามซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปในอังกฤษ ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์รวมกว่า 50 รายการ ทั้งแท่งช็อกโกแลตรสต่างๆ ผลิตภัณฑ์ตามฤดูกาล ช็อกโกแลตของขวัญ และเครื่องดื่มช็อกโกแลตกับโกโก้ ในปี 2543 มีการออกผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กโดยเฉพาะในยี่ห้อดับเบิ้ล โดยความร่วมมือกับองค์กรการกุศลโคมิค รีลีฟ
ด้วยการดำเนินงานที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพของสหกรณ์เอง และด้วยหลักการค้าที่เป็นธรรมของ ดีไวน์ช็อกโกแลต ทำให้สหกรณ์โคคูได้รับความไว้วางใจจากชาวไร่เพิ่มขึ้นค่อนข้างรวดเร็ว ถึงปี 2558 สหกรณ์มีสมาชิกถึง 6.5 หมื่นครอบครัว ในหมู่บ้านราว 1,400 หมู่บ้าน
ต่อมาบริษัท บอดี้ชอป ได้ยกหุ้นของตนทั้งหมดให้แก่สหกรณ์โคคู เมื่อ พ.ศ. 2549 ทำให้หุ้นของสหกรณ์เพิ่มเติมจากเดิม 33% เป็น 45% นับเป็นหุ้นที่ใหญ่ที่สุดในดีไวน์ช็อกโกแลต
โกโก้จากกานาโดยทั่วไปมีคุณภาพสูงอยู่แล้ว แต่สหกรณ์โคคูไม่ยอมหยุดนิ่ง ได้พยายามพัฒนาคุณภาพผลผลิตอย่างต่อเนื่องด้วยสโลแกน “ปะ ปะ ปา” (Pa Pa Paa) ซึ่งเป็นภาษาพื้นเมือง แปลว่า “ยอดเยี่ยมของยอดเยี่ยม” ผลผลิตระดับพรีเมียมส่งไปจำหน่ายไม่ใช่เฉพาะแค่ดีไวน์ช็อกโกแลตเท่านั้น แต่กับบริษัทผู้ผลิตช็อกโกแลตทั่วโลก
ในปี 2550 บริษัท ดีไวน์ช็อกโกแลตในสหรัฐก็เปิดตัว โดยถือเอาฤกษ์วันที่ 14 ก.พ. ซึ่งเป็นวันวาเลนไทน์เป็นวันเปิดตัว นับเป็นก้าวสำคัญอีกก้าวหนึ่งของวิสาหกิจเพื่อสังคมแห่งนี้ ปัจจุบันสินค้าของดีไวน์ช็อกโกแลตมีขายทั่วไปในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย เนเธอร์แลนด์ สาธารณรัฐเช็ก สาธารณรัฐเกาหลี ฮ่องกง ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย
คณะกรรมการบริหารของดีไวน์ช็อกโกแลต มีตัวแทน 2 คน จากสหกรณ์คัวปาโคคู ร่วมเป็นกรรมการอยู่ด้วย ทุกปีจะมีการประชุมคณะกรรมการ 4 ครั้ง หนึ่งครั้งจะไปจัดประชุมในกานา บทบาทของสตรีในสหกรณ์คัวปาโคคูได้รับการสนับสนุนอย่างเด่นชัด จนในที่สุดก็สามารถมีประธานหญิงคนแรก และเมื่อปี 2553 เธอได้มีโอกาสพบกับอดีตประธานาธิบดี จิมมี คาร์เตอร์ ที่สหรัฐ
การยึดมั่นในหลักการการค้าที่เป็นธรรมของดีไวน์ช็อกโกแลต ส่งผลเป็นแรงกระตุ้นให้บริษัทช็อกโกแลตชั้นนำบางแห่งเริ่มดำเนินรอยตาม โดยบริษัท แคดเบอรี ซึ่งเป็นบริษัทช็อกโกแลตยักษ์ใหญ่ของอังกฤษ เริ่มพัฒนากิจการของตราสินค้าชั้นนำของตน คือ แคดเบอรีเดรีมิลก์ (Cadbery Dairy Milk) ให้บริหารโดยยึดหลักการค้าที่เป็นธรรม ทำให้โกโก้จากสหกรณ์คัวปาโคคูที่จำหน่ายสินค้าให้แก่ช็อกโกแลตแคดเบอรียี่ห้อดังกล่าวได้อานิสงส์นี้ ต่อมายักษ์ใหญ่ระดับโลก คือ เนสท์เล่ และ มาร์ส (Mars) ก็เริ่มใช้หลักการค้าที่เป็นธรรมในการซื้อโกโก้จากประเทศไอวอรีโคสต์
ในปี 2556 ราว 11% ของช็อกโกแลตที่จำหน่ายในอังกฤษติด “ตราสินค้าที่เป็นธรรม” (Fairtrade Mark) แล้ว
ไอแซค โอวูซู เด็กนักเรียนที่กานา บอกว่า “โรงเรียนของผมดีมากเลย เมื่อปู่ของผมส่งโกโก้ให้ สหกรณ์คัวปา เราได้ราคาที่เป็นธรรม แล้วยังได้โบนัสเอาไปซื้อปากกา ยางลบ และหนังสือ บริษัทอื่นไม่ให้โบนัส พวกลูกชาวไร่จึงไม่มีเงินไปซื้ออาหารและจ่ายค่าเล่าเรียน”
ดีไวน์ช็อกโกแลตได้รับรางวัลมากมาย เมื่อปี 2545 ได้รับการโหวตให้ได้รางวัลในฐานะธุรกิจขนาดย่อมที่ “กล้าหาญและสร้างสรรค์ สนับสนุนการค้าที่เป็นธรรมในตลาดช็อกโกแลตที่มีการแข่งขันสูงมาก” ปี 2551 ได้รับการโหวตให้เป็นธุรกิจที่มี “จริยธรรมสูงสุด” จากหนังสือพิมดิพ์ออปเซอร์เวอร์ ปี 2550 ได้รับรางวัลวิสาหกิจเพื่อสังคมยอดเยี่ยม ปี 2556 ได้รับรางวัล “รสชาติยอดเยี่ยม” จากสมาคมอาหารประณีต (Guild of Fine Food) ปี 2557 ได้รับรางวัลธุรกิจที่ยั่งยืนจากหนังสือพิมพ์ดิการ์เดียน ในฐานะนวัตกรรมที่สร้างผลกระทบทางสังคม (Social Impact Innovation)
เป็นอีกหนึ่งวิสาหกิจเพื่อสังคมของอังกฤษที่ประสบความสำเร็จด้วยดี







