
เปิดตัวอาคารชุดลดลง
โดย...สำนักวิจัยและพัฒนาของบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
โดย...สำนักวิจัยและพัฒนาของบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
สำนักวิจัยและพัฒนาของบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จัดทำบทวิจัยสรุปสถานการณ์อาคารชุดเปิดตัว-จดทะเบียนประจำเดือน ม.ค.-เม.ย. 2559 พบว่าอาคารชุดเปิดตัวใหม่ ม.ค.-เม.ย. มี 31 โครงการ 17,552 หน่วย ลดลง 7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดย เม.ย. เปิดใหม่ 6 โครงการ 1,897 หน่วย ส่วนมูลค่าพัฒนาโครงการ 47,922 ล้านบาท ลดลง 51% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากปีที่แล้วมีการเปิดตัวโครงการระดับบนมาก โดยเฉพาะไตรมาสแรก
ด้านส่วนแบ่งตลาด บริษัทจำกัดอยู่ที่ 43% บริษัทจดทะเบียน 57% บริษัทที่เปิดตัวสูงสุด 3 อันดับ คือ LPN 27% EVER 12% และ Regent Green Power 10% ราคาโครงการที่เปิดตัวสูงสุด คือ ต่ำกว่า 1 ล้านบาท (C+) 31% รองลงมา 3-5 ล้านบาท (A) 19% และ 2-3 ล้านบาท (B+) 17% ยอดขาย ณ วันเปิดตัว เฉลี่ย 49% เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบยอดขายทั้งปี 2558 ซึ่งเฉลี่ย 37% โดยทำเลที่เปิดตัวโครงการสูงสุด คือ รังสิต-นครนายก 23% จาก 1 โครงการ (ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1) 3,674 หน่วย รองลงมา ทำเลรถไฟฟ้าสายสีม่วง (ช่วงบางซื่อ-สะพานพระนั่งเกล้า) 13% และปากเกร็ด-แจ้งวัฒนะ 11%
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการหลายรายยังคงมีแผนการเปิดตัวโครงการอย่างต่อเนื่อง คาดว่าในไตรมาส 2/2559 จะมีภาพรวมการเปิดตัวอยู่ที่ 1-1.5 หน่วย โดยโครงการส่วนใหญ่ยังคงเป็นตลาดบน
สำหรับสถานการณ์อาคารชุดจดทะเบียน ไตรมาส 1/2559 (ม.ค.-มี.ค.) มี 36 โครงการ 24,609 หน่วย เพิ่มขึ้น 120% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ยอดขาย ณ เดือนจดทะเบียนเฉลี่ย 64% ลดลง 18% จากปีก่อน เนื่องจากโครงการที่เปิดตัวส่วนใหญ่เป็นระดับกลาง-ล่าง ที่ยอดขายไม่ดีทำให้ภาพรวมยอดขาย ณ เดือนจดทะเบียนต่ำลง ส่วนแบ่งตลาดไตรมาส 1/2559 ส่วนใหญ่เป็นบริษัทจดทะเบียน 78% บริษัทที่มีส่วนแบ่งสูงสุด 3 อันดับ คือ LPN 33% PS 11% และ MJD 7%
ขณะที่ระดับราคาที่มีสัดส่วนจดทะเบียนสูงสุด 3 อันดับ คือ 1.5-2 ล้านบาท (B) 32% ต่ำกว่า 1 ล้านบาท (C+) 31% และ 1-1.5 ล้านบาท (B-) 20% ทำเลที่จดทะเบียนสูงสุด 3 อันดับ คือ ทำเลรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีม่วง (ช่วงบางซื่อ-สะพานพระนั่งเกล้า) 27% รังสิต-นครนายก 25% และคลองสาน-วงเวียนใหญ่-กรุงธนบุรี 9%
ภาพรวมการจดทะเบียนอาคารชุดทั้งปีคาดไว้ 5.2 หมื่นหน่วย ปัจจุบันจดทะเบียนแล้ว 24,609 หน่วย คาดว่าช่วงที่เหลือของปีจะมีจดทะเบียน 2.7 หมื่นหน่วย เพราะผู้ประกอบการเร่งผลักดันโครงการให้ทันโอนกรรมสิทธิ์ก่อนมาตรการภาครัฐสิ้นสุดเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา







