posttoday
อาหารไม่ปลอดภัย

อาหารไม่ปลอดภัย

06 พฤษภาคม 2559

เป็นเรื่องที่น่าตื่นตระหนกสำหรับผู้บริโภคอย่างยิ่ง เมื่อเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช หรือ Thai-PAN และมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ได้เปิดเผยผลการสุ่มเก็บตัวอย่างผักและผลไม้ จำนวน 138 ตัวอย่าง ในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล เชียงใหม่ และอุบลราชธานี ระหว่างวันที่ 16-18 มี.ค.ที่ผ่านมา พร้อมส่งไปวิเคราะห์หาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างที่ห้องปฏิบัติการในอังกฤษ

เป็นเรื่องที่น่าตื่นตระหนกสำหรับผู้บริโภคอย่างยิ่ง เมื่อเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช หรือ Thai-PAN และมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ได้เปิดเผยผลการสุ่มเก็บตัวอย่างผักและผลไม้ จำนวน 138 ตัวอย่าง ในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล เชียงใหม่ และอุบลราชธานี ระหว่างวันที่ 16-18 มี.ค.ที่ผ่านมา พร้อมส่งไปวิเคราะห์หาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างที่ห้องปฏิบัติการในอังกฤษ

ผลที่ได้จากการวิเคราะห์คือ การพบสารตกค้างในผักและผลไม้ตกค้างเกินมาตรฐานสูงถึง 46.4% หรือเกือบครึ่งหนึ่งของตัวอย่าง และที่น่าตระหนกมากพบว่าผักและผลไม้ซึ่งได้รับตรา Q โดยสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) มีสารเคมีตกค้างมากที่สุด โดยพบสูงถึง 57.1%

นอกจากนั้น ผักและผลไม้อินทรีย์ที่ได้รับการรับรอง Organic Thailand กลับพบการตกค้างสูงเกินมาตรฐานถึง 25% ฉะนั้นตัวอย่างผักและผลไม้ที่จำหน่ายในโมเดิร์นเทรดซึ่งผู้บริโภคต้องจ่ายแพงกว่ากลับไม่ได้ปลอดภัยมากกว่าตลาดสดโดยทั่วไป เพราะมีจำนวนตัวอย่างการตกค้างเกินมาตรฐานถึง 46% ในขณะที่ตลาดสดมีสัดส่วนมากกว่าเล็กน้อยที่ 48%

ที่เลวร้ายกว่านั้นคือ พบสารตกค้างที่เป็นสารกำจัดศัตรูพืชที่ถูกห้ามใช้แล้ว ไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นทะเบียน รวม 11 ชนิด และมีผู้ประกอบการผักและผลไม้รายใหญ่ที่จัดส่งสินค้าไปยังโมเดิร์นเทรดกระทำผิดซ้ำซากแต่ไม่มีการดำเนินคดี

ผลการสำรวจที่มีการเปิดเผยออกมา มีการระบุชื่อสินค้า ประเภทสินค้า และผู้ผลิตอย่างชัดเจน แต่ไม่มีการเปิดเผยรายชื่อของผู้ผลิตและสถานที่วางขาย ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่ผู้บริโภคต้องการรู้มากที่สุด

ประเด็นของการตรวจสอบในเรื่องนี้ เป็นเรื่องขององค์กรอิสระ หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคที่ไม่ได้เป็นทางการที่จะออกมากดดันให้มีการปรับปรุงคุณภาพของอาหารที่จำหน่ายให้ประชาชนบริโภคได้ และข้อมูลการตรวจสอบจากห้องแล็บก็ไม่สามารถนำมากล่าวอ้างยืนยันได้เหมือนหน่วยงานกลางของรัฐที่มีหน้าที่ตรวจสอบ การเปิดเผยข้อมูลแม้จะเป็นด้วยเจตนาที่ดี แต่ก็ได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนเช่นกัน

ดังนั้น หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ตรวจสอบในเรื่องนี้ เช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หรือหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคอื่น ควรจะออกมาตรวจสอบซ้ำอาหารสดที่มีการจำหน่ายในท้องตลาด อาจจะตรวจเช็กไปกับรายงานที่มีการเผยแพร่ออกมา ช่วยกันทำงานเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค

ทั้งนี้ หากมีการติดฉลากอาหารไม่ถูกต้อง หรือมีการใช้สารเคมีต้องห้าม หรือเป็นสินค้าคุณภาพต่ำ ก็จะต้องมีการแก้ไขปรับปรุงให้เป็นไปตามมาตรฐาน เพราะสินค้าเหล่านี้เป็นภัยต่อชีวิตและสุขภาพของประชาชน ซึ่งจะมีผลเสียร้ายแรงต่อสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ

สินค้าที่มีการสุ่มตรวจนั้น ไม่อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นสินค้าที่ผลิตหรือมีแหล่งกำเนิดในประเทศไทย อาจจะเป็นสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งก็ควรจะจำแนกแหล่งที่มาของสินค้าให้ถูกต้อง หากสินค้าไม่ได้มาตรฐานก็ควรจะเก็บออกจากท้องตลาดหรือไม่ให้วางขาย

ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นครัวของโลก หากคนในประเทศยังบริโภคสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศคู่ค้าที่สั่งนำเข้าสินค้าอาหารจากประเทศไทยได้อย่างไร

การปล่อยให้จำหน่ายอาหารคุณภาพต่ำ ทำให้เกิดการเจ็บป่วย ต้องใช้เงินงบประมาณจำนวนมากมารักษาพยาบาลประชาชน ที่เป็นโรคจากการบริโภคอาหารที่ไม่ปลอดภัย นอกจากจะเสียหายในด้านภาพลักษณ์แล้ว ต่อไปจะกลายเป็นปัญหาคุณภาพชีวิตของคนไทยในที่สุด

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน