
บังไวกลัวตายขอมอบตัว
ตร.เชื่อพันบึ้ม
‘บิ๊กซีรางน้ำ’จตุพรซัดเกมสร้างข่าวรัฐบาลโพสต์ทูเดย์
— “บังไว” การ์ดนปช. ผู้ต้องสงสัยคดีบึ้มหวั่นความปลอดภัย ติดต่อมอบตัวพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพผบก.น.1 เปิดเผยเมื่อวันที่ 5 ส.ค. ว่า นายสุวิทย์ หรือบังไว ไม่ทราบนามสกุล ผู้ต้องหาซึ่งถูกออกหมายจับคดีร่วมกันมีระเบิดไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งตำรวจคาดว่ามีส่วนเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดที่ห้างบิ๊กซี สาขาราชดำริ และคิงเพาเวอร์ ซอยรางน้ำ ได้ประสานติดต่อขอเข้ามอบตัว
ทั้งนี้ เนื่องจากเกรงว่าจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจวิสามัญฆาตกรรม แต่ยังไม่มีการระบุวันเวลาที่แน่นอนที่จะขอเข้ามอบตัวอย่างชัดเจน เป็นเพียงการติดต่อเบื้องต้นเพื่อต้องการทราบถึงเอกสารหลักฐานและหลักทรัพย์ที่จำเป็นต้องใช้ในการประกันตัวเท่านั้น
สำหรับบังไวถูกระบุว่าเป็นการ์ดกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ทำหน้าที่พาแนวร่วมไปฝึกการใช้วัตถุระเบิดที่ด้านหลังลานพระบรมรูปรัชกาลที่ 6 หน้าสวนลุมพินี ตามคำซัดทอดของนายสรเทียน สิงกันยา หรือโก้ ผู้ต้องหาพกพาระเบิดที่ถูกตำรวจ สน.พญาไท จับกุมได้เมื่อวันที่ 4 ส.ค.
อย่างไรก็ตาม วันเดียวกันศาลอนุญาตให้ฝากขังนายโก้ตามที่พนักงานสอบสวนนำมายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน
ด้านนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ กล่าวว่า นายเสกสรร วรปีติเจริญกุล หรือเสก ผู้ต้องหาคดีครอบครองวัตถุระเบิดในรถยนต์ฮอนด้าซีวิค ในพื้นที่ สน.โคกคราม ซึ่งได้เข้ามอบตัวเมื่อวันที่ 4 ส.ค. ยอมรับว่ามีความเกี่ยวข้องโดยร่วมกับนายกิตติศักดิ์ สุ่มศรี หรืออ้วน และให้การว่าเคยเข้าไปนั่งในรถยนต์ฮอนด้าที่บรรจุระเบิดจำนวนมากที่พบที่ สน.โคกคราม ในลักษณะคาร์บอมบ์ แต่ปฏิเสธว่าไม่รู้เห็นว่ามีการนำรถดังกล่าวไปทำอะไรต่อ ทั้งนี้ นายเสกสรรยังให้การปฏิเสธกรณีระเบิดหน้าห้างบิ๊กซี ราชดำริ
นายจตุพร พรหมพันธุ์ สส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในฐานะแกนนำกลุ่ม นปช. แถลงว่า ที่รัฐบาลระบุให้ระวังเดือน ส.ค. เป็นเดือนอันตรายว่า เพราะรัฐบาลยังต้องการอยู่ในอำนาจและใช้วิธีสร้างเรื่อง กุข่าวเหมือนกรณีของนายหรั่งและนายกบที่นำตัวมาประโคมข่าวอย่างครึกโครม ทั้งๆ ที่ผู้ต้องหายังไม่ได้สารภาพ
“
ล่าสุดก็มีตัวละครเพิ่มขึ้นอีกคือนายโก้ นายเสก และบังไว ตัวละครแบบนี้จะมีเต็มไปหมดถ้ารัฐบาลต้องการขยายอายุของ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และอยู่ในตำแหน่งต่อไป ขอเตือนไปยังตำรวจและดีเอสไอให้ระวังว่าอาจจะเดือดร้อนไปด้วย” นายจตุพร กล่าว






