
ทอร์กออฟโซเชียล
สัปดาห์นี้มีเรื่องเด่นที่กลายเป็นทอล์กออฟโซเชียลอย่างแพร่หลาย เริ่มที่กรณี 2 คนร้ายขับรถเก๋งสีขาว
สัปดาห์นี้มีเรื่องเด่นที่กลายเป็นทอล์กออฟโซเชียลอย่างแพร่หลาย เริ่มที่กรณี 2 คนร้ายขับรถเก๋งสีขาวมาจอดหน้าร้านจำหน่ายอุปกรณ์สื่อสาร บริเวณถนนท่าแฉลบ ต.ตลาด อ.เมือง จ.จันทบุรี และขโมยสุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียน ชื่อ “ไอซี” ของครอบครัวเจ้าของร้านขึ้นรถขับหลบหนีไป
แต่จากการที่ผู้เสียหายได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์คนร้ายขโมยสุนัขมาโพสต์ในเฟซบุ๊ก ทำให้มีผู้คนจำนวนมากเข้ามาแสดงความเห็น และช่วยกันแชร์ภาพเพื่อแจ้งเบาะแสหาตัวคนร้าย จนในที่สุดเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถจับกุมชายหญิงที่ขโมยสุนัขไปได้ที่บ้านพัก อ.ขลุง จ.จันทบุรี แต่ทั้งสองให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าสุนัขวิ่งเข้ามาหาเองและไม่ทราบว่าใครเป็นเจ้าของ จึงอุ้มขึ้นรถพากลับบ้าน
แม้เรื่องนี้ผู้เป็นเจ้าของสุนัขยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด แต่ที่สำคัญเหตุการณ์นี้จะไม่มีทางเกิดขึ้นหากผู้เป็นเจ้าของสุนัขไม่เลี้ยงแบบปล่อยให้วิ่งออกนอกอาณาบริเวณที่พักอาศัย และควรเลี้ยงให้อยู่ในสายตาตลอดเวลา ไม่เปิดโอกาสให้มิจฉาชีพกระทำเช่นนี้ได้
เครือข่ายสังคมออนไลน์ได้เผยแพร่ภาพของคู่รักหนุ่มสาวที่กำลังพลอดรักในเบาะหลังของแท็กซี่คันหนึ่ง ซึ่งภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่โดยสมาชิกเฟซบุ๊กชื่อ ประเสริฐ บุญประเสริฐ ที่เป็นคนขับแท็กซี่คันเกิดเหตุ ภาพดังกล่าวเผยให้เห็นคู่รักหนุ่มสาวกำลังพลอดรักกันอย่างดูดดื่มบริเวณเบาะหลังของรถในช่วงกลางวันแสกๆ
ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม พร้อมกับแนะนำให้คู่รักคู่นี้ควรยับยั้งชั่งใจไม่แสดงความรักจนเกินพอดี เนื่องจากประเพณีวัฒนธรรมสังคมไทยไม่ยอมรับ ขณะที่ความเห็นของชาวต่างชาติ โพสต์ข้อความตั้งคำถามว่า ภาพที่ถ่ายขึ้นเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของคู่รักหรือไม่ ยิ่งทำให้เรื่องนี้กลายเป็นกระแสถกเถียงในโลกออนไลน์อย่างดุเด็ดเผ็ดร้อน
มาต่อกันที่ภาพของ ปรีชา เรืองจันทร์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ถูกแชร์บนโลกออนไลน์ หลังใช้ชีวิตเกษียณราชการอยู่อย่างแบบพอเพียงในการทำสวนทำไร่ ดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง โดยเขาอาศัยอยู่ที่ ต.คลองคะเชนทร์ อ.เมือง จ.พิจิตร ด้วยการเป็นเกษตรกร ปลูกพืชไร่สวนผสมและมีคติประจำใจ “ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก” ซึ่งไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการหาซื้ออาหาร สามารถเลี้ยงดูคนในครอบครัวได้สบาย
นอกจากนี้ ปรีชายังแนะนำกับสังคมโซเชียลว่า “ความสำเร็จต้องลงมือทำ ความรู้อย่างเดียวไม่สามารถบ่งบอกได้ว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่ แต่ความมุ่งมั่น ตั้งใจและลงมือทำเท่านั้นที่จะบอกได้”
กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต จากกรณีที่โลกโซเชียลเผยแพร่พฤติกรรมของร้านอาหารทะเลชื่อดังแห่งหนึ่งบนเกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา ที่เช็กบิลเก็บค่าอาหารแพงเกินจริง โดยเฉพาะเมนูปลากะพง ราคาตัวละ 1,710 บาท
ทั้งนี้ ผู้เสียหายเล่าว่า ได้ขับรถไปรับประทานอาหารกับญาติ 2 คน ที่ร้านอาหารทะเล แต่เมื่อเรียกเก็บเงินปรากฏว่า ค่าอาหารทั้งหมดรวมทั้งสิ้น 6,850 บาท ไล่เรียงตรวจเช็กราคาในทันที พบว่าปลากะพงตัวละ 1,710 บาท รวม 2 ตัว 3,420 บาท ต่อมาเมื่อเดินไปถามคนที่คาดว่าเป็นเจ้าของร้าน กลับบอกให้ยืนรอก่อนยอมรับว่าพนักงานคิดเงินผิด พร้อมทั้งคืนเงินที่เกินมาให้ แต่ไม่มีแม้คำขอโทษใดๆ
ทว่าเรื่องนี้ ปรารภ ศักดี เจ้าของร้านอาหารคุณจิตซีวิว ออกมายอมรับความผิดพลาด และเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ดังนั้นเพื่อเป็นการขอโทษจะให้ผู้เสียหายทานฟรี และยืนยันว่าเมนูอาหารได้มีการแจ้งราคาเอาไว้อย่างชัดเจน เกิดจากความผิดพลาดในการคิดเงินไม่มีเจตนาเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคแต่อย่างใด
ปิดท้ายด้วยเหตุสลดเมื่อ ร.ต.ท.ชัยยัณห์ ทองคำชุม ตำแหน่งรอง สวป.สน.ลาดพร้าว ขับขี่จักรยานยนต์บิ๊กไบค์พาแฟนสาวซ้อนท้าย วิ่งขึ้นสะพานภูมิพลด้วยความเร็วสูง ท่ามกลางการกวดขันกฎหมายห้ามจักรยานยนต์ของประชาชนขับขึ้นสะพานหรือลงอุโมงค์
ขณะที่ขับขึ้นมาด้วยความเร็วได้เกิดเฉี่ยวชนแผ่นปูนซิเมนต์ช่วงทางแยกกั้นถนนจนรถเสียหลักล้มลง เป็นเหตุให้แฟนสาวกระเด็นไปบนช่องทางที่มีรถบรรทุกขนาดใหญ่จนทับร่างเสียชีวิต ทำให้ ร.ต.ท.ชัยยัณห์เกิดอาการเสียใจ จึงพยายามใช้อาวุธปืนประจำกายยิงขึ้นฟ้าก่อนจะพยายามกระโดดสะพานฆ่าตัวตาย แต่ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เจรจาให้สงบสติอารมณ์ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล
เรื่องนี้เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ด้านหนึ่งถูกสังคมตั้งคำถามว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกระทำผิดกฎหมายเสียเอง ทำให้ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. ยืนยันว่า ผู้กระทำผิดต้องถูกลงโทษทางวินัย แต่ไม่อยากให้ประชาชนเอาความผิดของตำรวจเพียงคนเดียวมาตัดสินหรือเป็นบรรทัดฐานแทนตำรวจกว่า 2 หมื่นนาย ในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล







