
ติงอย่าบังคับใช้กม.ตึงเกินไป
สนช.เตือนทุกฝ่ายอย่าผลีผลามเร่งบังคับใช้ พ.ร.บ.ประชามติตึงเกินเหตุ แนะให้ กกต.ออกระเบียบให้ชัดเจน
สนช.เตือนทุกฝ่ายอย่าผลีผลามเร่งบังคับใช้ พ.ร.บ.ประชามติตึงเกินเหตุ แนะให้ กกต.ออกระเบียบให้ชัดเจน
นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า อยากให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ใช้ความอดทนอดกลั้นในการทำหน้าที่ ไม่อยากให้ผลีผลามหรือรีบร้อน บังคับใช้กฎหมายมากมายจนเกินเหตุ ขอให้รอดูสถานการณ์ไปก่อน
นอกจากนี้ อยากให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รีบกำหนดกฎเกณฑ์การควบคุมการแสดงความคิดเห็นต่างๆ ให้เกิดความชัดเจนโดยเร็วว่า สิ่งใดทำได้หรือไม่ได้บ้าง และบรรดาคอการเมืองที่ไม่ใช่ระดับแกนนำควรเพิ่มความระมัดระวังในการแสดงความคิดเห็นใดๆ ทางการเมือง อย่าไปใช้ถ้อยคำรุนแรง เพื่อมิให้สุ่มเสี่ยงไปอยู่ในพื้นที่สีเทาที่ไปเข้าล็อกต่อการทำผิดตามมาตรา 60-61 พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ
วันเดียวกัน พรรคเพื่อไทยได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลและ คสช.แก้ไข พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ในมาตรา 7 และมาตรา 61 ให้สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย เพราะมีเนื้อหาจำกัดสิทธิเสรีภาพประชาชนในการแสดงความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญ และเนื้อความของกฎหมายยังเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลยพินิจตีความการกระทำของบุคคลได้อย่างกว้างขวาง จนยากจะเข้าใจได้ว่าสิ่งใดทำได้ สิ่งใดทำไม่ได้
ขณะเดียวกัน นอกจากจะเป็นการปิดกั้นการรับรู้ข้อมูลของประชาชนแล้ว ยังเป็นการใช้มาตรการทางกฎหมายแบบเผด็จการ เพื่อจำกัดสิทธิ เสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน อันขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน และขัดต่อรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว มาตรา 4 เกี่ยวกับเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นอย่างชัดเจน
“คำข่มขู่ของ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร ต่อประชาชนที่แสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้อยู่บ่อยครั้ง ได้สร้างความหวาดกลัว และปิดกั้นสิทธิเสรีภาพของประชาชน จนไม่มีประโยชน์อันใดที่จะทำประชามติในลักษณะเช่นนี้” แถลงการณ์พรรคเพื่อไทย ระบุ







