
เมย์เดย์
ไม่น่าเชื่อว่าเด็กผู้หญิงอายุเพิ่งจะผ่านความเป็นวัยรุ่นมาได้ไม่นานเพียงคนเดียว จะสามารถทำให้คนไทยทั้งประเทศมีความสุขได้มากมายถึงเพียงนี้
ไม่น่าเชื่อว่าเด็กผู้หญิงอายุเพิ่งจะผ่านความเป็นวัยรุ่นมาได้ไม่นานเพียงคนเดียว จะสามารถทำให้คนไทยทั้งประเทศมีความสุขได้มากมายถึงเพียงนี้
ไม่ต้องบอกก็คงทราบว่าผมกำลังพูดถึง น้องเมย์-รัชนก อินทนนท์ ที่กวาด 3 แชมป์แบดมินตัน จาก 3 ประเทศ ใน 3 สัปดาห์ และผงาดขึ้นเป็นมือ 1 ของโลกอย่างเต็มภาคภูมิ
ผมต้องยอมรับว่าไม่ได้ติดตามดูการถ่ายทอดสดอย่างใกล้ชิด แต่ก็ติดตามผลการแข่งขันด้วยความสนใจและระทึกใจ แม้จะไม่ใคร่ได้ดูสด แต่ก็โชคดีที่ได้ดูครั้งที่ผมเชื่อว่าเป็นจุดหักเหสำคัญ คือที่มาเลเซีย ในเกมที่ 2 กับหวังยี่ฮาน ซึ่งก่อนหน้านั้นเป็นคนเดียวที่น้องเมย์ไม่เคยชนะ น้องเมย์ชนะเกมแรก แต่เกมที่ 2 สูสีมาก ในช่วงท้ายเกม หวังยี่ฮานชนะติดต่อกันหลายคะแนนจนขึ้นนำ 19-15 ผมคิดว่าในขณะนั้นคนส่วนใหญ่ รวมทั้งตัวน้องเมย์เองด้วย เกิดความกังวลว่าประวัติศาสตร์กำลังจะซ้ำรอย แต่แล้วราวปาฏิหาริย์ น้องเมย์ไล่เก็บทีละคะแนนจนขึ้นมาเสมอกันที่ 19-19 แล้วปิดแมตช์ด้วยคะแนน 21-19
ผมเห็นน้องเมย์ทรุดตัวลงบนพื้นสนาม และทุบพื้นด้วยความสะใจ โล่งใจ และดีใจสุดขีด ซึ่งผมเองก็ได้ดูดซับความรู้สึกนั้นไว้เช่นกัน หลังจากนั้นชัยชนะในแมตช์อื่นๆ ของน้องเมย์ก็ไม่ทำให้ผมแปลกใจ อาจจะมีข้อยกเว้นก็คือในรอบชิงที่สิงคโปร์ ซึ่งน้องเมย์แพ้เกมแรก และคงต้องระดมทั้งสติและกำลังใจอย่างสุดความสามารถจนกลับมาเอาชนะได้ใน 2 เกมหลัง ในสถานการณ์ปกติอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ภายใต้แรงกดดันที่น้องเมย์ประสบ ต้องถือว่าเป็น คุณสมบัติเฉพาะตัวที่หาได้ไม่ง่ายนักในบุคคลทั่วไป
ในความตื่นเต้นของคนไทย ข่าวน้องเมย์ขึ้นแท่นมือ 1 ของโลกมีความสับสนมาก เริ่มจากแชร์กันว่าเข้ารอบ 8 คนสุดท้ายก็พอ ต่อมาบอกว่าต้องเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ แล้วจึงเปลี่ยนมาเป็นต้องได้แชมป์เท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้ผมก็ไม่อยากตำหนิใคร ถือเสียว่าเป็นเพราะความดีใจที่ทำให้รีบแชร์ข้อมูล โดยไม่มีการตรวจสอบความถูกต้องเสียก่อน โชคดีที่น้องเมย์ได้แชมป์ ทำให้หมดปัญหา ไม่ต้องต่อว่าต่อขานกัน
น้องเมย์ได้ก้าวขึ้นสู่ความเป็นมือ 1 ของโลก แต่ทั้งนี้เราต้องไม่ลืมว่าคะแนนที่แตกต่างกันระหว่างที่ 1 กับที่ 2 มีนิดเดียว แข่งอีกรายการเดียวก็ตกสวรรค์ได้ ผมอยากให้น้องเมย์มีโอกาสเต็มที่ในการรักษาความเป็นมือ 1 ของโลก และเป็นขวัญใจของคนไทยไปนานๆ
มีประเด็นที่ผมอยากจะพูดถึงเป็นพิเศษเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ 2 ประเด็น ดังนี้
หนึ่ง ความดีใจของคนไทยทำให้อยากเข้าใกล้ อยากสัมผัส และอยากมีส่วนร่วมในการฉลองความสำเร็จกับน้องเมย์ ธุรกิจสื่อก็ตอบสนองด้วยการขอสัมภาษณ์และเชิญมาออกรายการ ตัวน้องเมย์เองก็คงไม่อยากให้ใครผิดหวัง เมื่อไปหนึ่งงานก็ต้องไปเกือบทุกงาน มิฉะนั้นก็อาจถูกค่อนแคะว่าถือตัวบ้าง หยิ่งบ้าง ลืมตัวบ้าง นอกจากนี้เราคงต้องยอมรับความจริงว่า น้องเมย์ยังไม่ได้มีฐานะร่ำรวย ยังใฝ่ฝันจะช่วยยกระดับความเป็นอยู่ให้กับครอบครัว ทำให้ค่าตัวและเงินรางวัลที่มาพร้อมกับเงื่อนไขให้ไปปรากฏตัวเป็นเรื่องที่ปฏิเสธได้ยาก
ผมอยากให้สังคมไทยได้บทเรียนจากเหตุการณ์เมื่อเกือบ 3 ปีก่อน เมื่อครั้งน้องเมย์ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นแชมป์โลกที่มีอายุน้อยที่สุด ทุกคนห้อมล้อมและมะรุมมะตุ้มน้องเมย์ จนเธอแทบไม่เหลือเวลาส่วนตัว ซึ่งน่าจะมีส่วนทำให้เธอกลายเป็นคนอ่อนซ้อมและไม่ฟิตทั้งร่างกายและจิตใจ น้องเมย์เริ่มแพ้ และในที่สุดความฝันที่จะขึ้นเป็นมือ 1 ของโลก ซึ่งอยู่แค่เอื้อม ก็หลุดลอยไป ผมชื่นชมที่เธอกลับมาได้ แม้ว่าจะต้องใช้เวลาอีกกว่า 2 ปีก็ตาม
ถ้าเรารักน้องเมย์ ถ้าเราต้องการเห็นเธอชนะอย่างสม่ำเสมอ และครองตำแหน่งมือ 1 ของโลกไว้ได้นานๆ เราต้องไม่รบกวนเธอ ไม่สร้างแรงกดดันให้กับเธอ ต้องไม่ลืมว่าการเป็นนักกีฬามีวินัยที่ต้องรักษาอย่างเคร่งครัดมากกว่าการเป็นดารา กรณีของน้องเมย์ไม่เหมือนของพี่อั้ม พี่ชมพู่ หรือน้องมะลิ ที่สามารถไปออกรายการได้แทบทุกวัน โดยยังคงความสวยและความน่ารักไว้ได้ หากน้องเมย์ต้องถือปฏิบัติในทำนองเดียวกัน ย่อมเกิดผลเสียต่อความเป็นนักแบดมินตันของเธออย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น
ผมเข้าใจสื่อแต่ละคนที่อาจต้องพยายามชิงดีชิงเด่นกัน แต่สิ่งที่ผมอยากเห็นคือ ให้กลุ่มเจ้าของสื่อและกลุ่มสมาคมผู้สื่อข่าวออกมาห้ามปราม และผู้บริโภคร่วมกันประท้วง ประณาม รวมทั้งขู่บอยคอตสื่อที่พยายามรบกวนน้องเมย์จนเกินสมควร ที่พูดเช่นนี้ไม่ใช่ขอให้หยุดเสนอข่าวเกี่ยวกับน้องเมย์ เพียงแต่ให้เน้นข่าวสารที่มาจากคนใกล้ชิดและคนรอบข้าง ไม่จำเป็นต้องมาจากน้องเมย์โดยตรง
ผมอยากให้สมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นอกจากจะคอยช่วยสอดส่องดูแลพฤติกรรมของสื่อให้น้องเมย์แล้ว ยังอาสาเป็นคนกลางในการรณรงค์และรวบรวมเงินอัดฉีดเพื่อส่งมอบให้กับน้องเมย์และครอบครัว น้องเมย์จะได้ปลอดโปร่งจากแรงกดดันเรื่องต้องหารายได้มาจุนเจือครอบครัวและคนรอบข้าง
สอง ถึงกองเชียร์ ผู้ชม และสังคมจะไม่ไปกดดันผู้เล่น ความกดดันก็แฝงอยู่ในเกมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นกีฬาประเภทไหน ระดับใด หากมีการแข่งขันมีการแพ้ชนะ ก็เกิดแรงกดดันได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงท้ายเกม
ผมอดไม่ได้ที่ต้องขอพูดถึงน้องเมอีกคน(ออกเสียง เหมือนกัน แต่สะกดต่างกัน) เธอคือเอรียา จุฑานุกาล โปรกอล์ฟหญิงวัยใกล้เคียงกับเมย์ รัชนก ผมเชื่อว่าความกดดันมีส่วนทำให้เธอต้องเจ็บปวดและพลาดจากการสร้างประวัติศาสตร์มาแล้วถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกในการแข่งขันฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2013 และครั้งหลังในรายการเอเอ็นเอ อินสไปเรชั่น 2016 เธอมาแพ้ในหลุมสุดท้ายทั้ง 2 ครั้ง
ที่เล่าเรื่องนี้ไม่ใช่เพราะต้องการซ้ำเติมน้องเม แต่อยากชี้ให้เห็นว่าการแข่งขันมีแรงกดดันมหาศาลในตัวของมันเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออยู่บนความคาดหวังของคนทั้งชาติ น่าเห็นใจและน่าสงสารนักกีฬาไทยทุกคน เพราะสังคมจ้องแต่จะตักตวงความสุขจากชัยชนะของนักกีฬา แต่ไม่ใส่ใจช่วยเหลือในด้านศาสตร์แห่งการฝึกจิตให้แข็งแกร่ง เพื่อลดความเสี่ยงจากการเล่นผิดพลาดเพราะแรงกดดันในช่วงท้ายเกม มิหนำซ้ำ บางครั้งนอกจากจะไม่ช่วยแล้ว ยังซ้ำเติมนักกีฬาที่แพ้กลับมา
เนื่องจากแรงกดดันเกิดกับกีฬาทุกประเภท จึงไม่ใช่เรื่องของสมาคมหรือชมรมใดโดยเฉพาะ แต่ควรมีหน่วยงานกลางเข้ามาช่วยแก้ไขหรือจัดการกับปัญหา ในที่นี้ผมอยากเสนอให้รัฐบาล โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดตั้งหน่วยงานที่มีนักจิตวิทยาที่พัฒนาความเชี่ยวชาญด้านนี้มาโดยเฉพาะ สำหรับให้คำแนะนำและฝึกฝนนักกีฬา ทั้งนักกีฬาอาชีพและนักกีฬาสมัครเล่นที่เป็นตัวแทนของประเทศ







