posttoday
ศิษย์เก่าค้าน "สจล." เป็นที่ปรึกษาโครงการพัฒนาริมฝั่งเจ้าพระยา

ศิษย์เก่าค้าน "สจล." เป็นที่ปรึกษาโครงการพัฒนาริมฝั่งเจ้าพระยา

20 เมษายน 2559

ศิษย์เก่า สจล.ลงชื่อคัดค้านโครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งเจ้าพระยา ไม่เปิดรับฟังความเห็น-มีข้อเคลือบแคลง หวั่นทำลายชื่อเสียงสถาบันฯ

ศิษย์เก่า สจล.ลงชื่อคัดค้านโครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งเจ้าพระยา ไม่เปิดรับฟังความเห็น-มีข้อเคลือบแคลง หวั่นทำลายชื่อเสียงสถาบันฯ  

กลุ่มศิษย์เก่า คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ส่งจดหมายเปิดผนึก คัดค้านการเป็นที่ปรึกษางานสำรวจ ออกแบบและจัดทำแผนแม่บทเพื่อการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ของ สจล. และมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมีรายชื่อผู้ร่วมลงนามคัดค้านจำนวน 177 คน

ทั้งนี้เนื้อหาในจดหมายระบุ ว่า การสำรวจเพื่อศึกษา ออกแบบ โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ระยะทาง 57 กิโลเมตร และพื้นที่นำร่องทั้งสองฝั่งรวม 14 กิโลเมตร จากสะพานพระราม 7 ถึงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ภายในกรอบระยะเวลา 7 เดือน ตามแนวคิด “เจ้าพระยาเพื่อทุกคน” นั้นปรากฏว่ามีกระแสคัดค้าน เคลือบแคลง และวิพากษ์วิจารณ์การเข้ามารับงานของ สจล.อย่างกว้างขวาง และไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลายในทางที่ดีได้ จากสถานการณ์ทางกลุ่มศิษย์เก่า จึงมีความกังวลและห่วงใยดังนี้

1.ความสุ่มเสี่ยงต่อการสูญเสียความน่าเชื่อถือของ สจล. ในฐานะสถาบันการศึกษา  เนื่องจากโครงการไม่เคยเปิดเผยเป้าหมายที่ชัดเจน ทั้งๆที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ ใช้งบประมาณสูงและผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่มีความสำคัญหมายมิติ ทั้งทางประวัติศาสตร์ สังคม เศรษฐกิจ การเมืองระดับประเทศ แต่โครงการแสดงออกถึงความต้องการเร่งด่วน ตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมาก็ยังไม่มีการนำเสนอข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับเป้าหมาย ทำให้สังคมตั้งคำถามถึงความโปร่งใส และความจำเป็นของโครงการ อีกทั้งไม่เคยมีการจัดเวทีสาธารณะที่เปิดเผยให้ประชาคมได้ร่วมอภิปราย แลกเปลี่ยนความเห็น จึงไม่ต่างจากการดึงสถาบันฯเข้าไปในความเสี่ยงที่ชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือจะถูกสั่นคลอนได้

2.ความเสี่ยงต่อข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนของคณะทำงาน อธิการบดี ดำรงตำแหน่งนายกวิศวกรรมสถาน แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์โดยตำแหน่งจึงเป็นกรรมการโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์เจ้าพระยา ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานด้วย ดังนั้นการเข้าไปรับงานที่ปรึกษา ด้วยชื่อ สจล. จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะทำให้สังคมตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและจรรยาบรรณวิชาชีพ อีกทั้งยังมีแนวโน้มจะต้องจ้างบุคคลหรือเอกชนที่ไม่ได้อยู่ในสังกัดของ สจล. เอง แม้ไม่ผิดกฏหมายแต่ลักษณะการดำเนินการเช่นนี้ย่อมทำให้สังคมเกิดความเคลือบแคลงว่าจะเป็นการนำชื่อสถาบันการศึกษาไปใช้เพื่อผลประโยชน์ส่วนบุคคลหรือไม่

3.ความสุ่มเสี่ยงต่อการสูญเสียความน่าเชื่อถือของ สจล. ในหมู่นักวิชาชีพ เพราะโครงการนี้เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีผลกระทบที่ซับซ้อน ในขณะที่ภาคประชาชนก็ยังไม่มีความเห็นเป็นผลสรุปชัดเจนในหมู่นักวิชาชีพ โดยเฉพาะสถาปนิก นักวางผังเมือง ก็ยังมีความเห็นแตกต่างอย่างชัดเจน ในสถานการณ์เช่นนี้ สจล. จึงควรวางตัวเป็นกลาง และระมัดระวังในการเข้าไปเป็นเครื่องมือของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ส่วนข้ออ้างว่า “แม้ สจล.ไม่ทำ ก็จะต้องมีสถาบันการศึกษาอื่นเข้ามาทำ” หรือ “งานลักษณะนี้ต้องมีคนไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว” นั้นก็ไม่อยู่ในวิสัยที่จะนำมาสร้างความชอบธรรมให้กับสถาบันฯในการรับงานภายใต้สถานการณ์ที่มความน่าเคลือบแคลงสงสัยเช่นนี้ได้

4.ความไม่น่าเชื่อถือของแนวทางการดำเนินโครงการฯของคณะทำงาน แม้มีการแถลงข่าวว่าโครการฯจะมีประโยชน์ต่อประชาชน ชุมชน และเมือง แต่แนวทางที่คณะทำงาน สจล.ได้เสนอต่อสังคม ยังไม่อาจเชื่อได้ว่าจะเกิดการรับฟังความคิดเห็นได้อย่างครอบคลุม เพียงพอต่อการตัดสินใจภายใต้กรอบเวลาที่มีจำกัด อาทิ การชี้แจงได้ว่าให้ความสำคัญกับชุมชนโดยการลงพื้นที่วันละสามชุมชนนั้น สะท้อนให้เห็นว่าผู้ดำเนินการยังขาดความเข้าใจพื้นฐานในความหมายและกระบวนการของการสร้างการมีส่วนร่วมที่แท้จริงในโครงการสาธารณะเช่นนี้ สจล.ควรแสดงท่าทีให้เป็นบรรทัดฐานแก่สังคมบนความคิดที่ไม่มุ่งเน้นแต่เพียงการพัฒนาทางวิศวกรรม โดยละเลยหรือหลีกเลี่ยงการทำความเข้าใจผลกระทบของโครงการที่มีต่อสังคมในมิติอื่นๆ รวมทั้งเคาระสิทธิขั้นพื้นฐานของคนในสังคมด้วย

5.ความสุ่มเสี่ยงต่อการนำ สจล. เข้าไปมีส่วนร่วมในการผิดสัญญาประชาคม เนื่องจากข้อมูบปัจจุบัน การดำเนินการยังต้องเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี ที่มีการก่อนหน้าซึ่งอาจกลายเป็นข้อกำหนดด้านรูปแบบ ขนาดและความสูงของโครงงสร้างที่จะเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และยังไม่มีหลักประกันว่าเส้นทางริมเจ้าระยาจะไม่ถูกปรับไปใช้เป็นทางรถยนต์ในอนาคต แม้ในขณะนี้ทางรัฐบาลจะยืนยันว่าเป็นเส้นทางจักรยานก็ตาม แต่หากในวันข้างหน้าทางโครงการได้เปลี่ยนแปลงการใช้งานที่ต่างไปจากข้อตกลงและการประชาสัมพันธ์ต่อสังคม อาทิ การเพิ่มเส้นทางรถยนต์เข้าไปในโครงการนี้ด้วย ก็เท่ากับว่าคณะทำงานได้นำพา สจล. เข้าไปมีส่วนร่วมในการผิดสัญญาประชาคมด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ ความกังวลของกลุ่มศิษย์เก่า สจล. จึงไม่อาจเพิกเฉยต่อการกระทำที่สุ่มเสี่ยงต่อการทำลายช่อเสียงและความเชื่อมั่นที่สังคมมีต่อ สจล. มาอย่างยาวนานจึงมีมติ “คัดค้าน” การเป็นที่ปรึกษางานสำรวจ ออกแบบและจัดทำแผนแม่บทเพื่อการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และขอให้อธิการบดี ได้พิจารณาทบทวนบทบาทในโครงการนี้ โดยหากยังไม่สามารถชี้แจงความคลุมเครือ ข้อสงสัยต่างๆของการดำเนินงานที่ สจล. เข้าไปมีส่วนร่วมครั้งนี้ให้แก่ประชาคม และสาธารณะได้เข้าใจและเห็นด้วยได้ ก็ควรพิจารณา “ถอนตัว” จากโครงการดังกล่าวก่อนที่จะสร้างความเสื่อมเสีย หากอธิการบดียังคงเดินหน้าโครงการต่อไปโดยไม่ฟังเสียงทัดทานในจดหมายเปิดผนึกนี้แล้ว ทางกลุ่มฯและศิาญ์เก่าอีกจำนวนหนึ่งก็พร้อมและจำเป็นที่จพต้องยุติการให้การสนับสนุน สจล. ในทุกทางทันที

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน