posttoday
“สดศรี”ชี้กกต.ควรเลื่อนดูงานเลือกตั้งต่างประเทศ

“สดศรี”ชี้กกต.ควรเลื่อนดูงานเลือกตั้งต่างประเทศ

19 เมษายน 2559

"สดศรี"แนะกกต.ควรเลื่อนการดูงานในต่างประเทศไปก่อนจนกว่าจะทำประชามติร่างรธน.เสร็จสิ้น

"สดศรี"แนะกกต.ควรเลื่อนการดูงานในต่างประเทศไปก่อนจนกว่าจะทำประชามติร่างรธน.เสร็จสิ้น

นางสดศรี สัตยธรรม อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีที่มีหนังสือร้องเรียนการไปดูงานต่างประเทศของกกต. ว่า กกต.คงต้องให้เหตุผลให้สังคมเข้าใจว่าทำไมจึงเดินทางไปดูงานที่ต่างประเทศในช่วงนี้ แม้จะมีการชี้แจงว่าการไปต่างประเทศไม่ส่งผลกระทบต่อการพิจารณากฎหมายหรือกระบวนการทำประชามติ แต่ก็ถือว่าช่วงนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญ อาจต้องมีการจัดประชุมกันบ่อยครั้ง ควรเลื่อนการเดินทางไปสักระยะ หรือหลังการทำประชามติไปแล้ว

“การไปต่างประเทศถือเป็นเพียงกิจกรรมพิเศษของหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง (พตส.) ของสำนักงานกกต. คนที่คอยดูแลนักศึกษาในหลักสูตร ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นกรรมการกกต. โดยให้สามารถให้เจ้าหน้าที่ระดับผู้อำนวยการหรือกรรมการประจำหลักสูตรที่มาจากหน่วยงานอื่น รวมทั้งอนุกรรมการที่สามารถทำหน้าที่ดูแลได้อยู่แล้ว เนื่องจากขณะนี้ประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวกับหลัเกณฑ์การทำประชามติยังมีสภาพที่แกว่งอยู่ ยังไม่ชัดเจนว่าอะไรทำได้หรือไม่ได้ แม้จะยังเป็นช่วงที่รอกฎหมายมีผลบังคับใช้ แต่การทำหน้าที่ชี้แจงเป็นสิ่งสำคัญที่กกต.ต้องดำเนินการ ก่อนที่ความข้อขัดแย้งจะไปถึงศาล”นางสดศรี กล่าว

อย่างไรก็ตาม กกต.ต้องทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้ประชาชน ยังมีหลายการกระทำที่สุ่มเสี่ยงจะผิดกฎหมายหากกกต.ไม่ให้คำแนะนำ เช่น การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ใส่เสื้อรณรงค์รับไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ว่าสรุปแล้วสามารถทำได้หรือไม่ กกต.ต้องวินิจฉัยชี้ขาดให้เกิความชัดเจนก่อน แม้การไปดูงานต่างประเทศจะไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย แต่ก็อยู่ที่ความเหมาะสมของช่วงเวลา เพราะสมัยที่ยังดำรงตำแหน่งก็ยังเคยถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องดังกล่าว บทเรียนก็มีมาแล้ว ยิ่งตอนนี้กกต.ถูกเพ่งเล็งอย่างมากในฐานะเป็นเจ้าภาพจัดประชามติ จึงให้อยากให้ใช้ดุลพินิจอย่างรอบคอบ

นางสดศรี ยังกล่าวถึงการบริหารงานกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองของสำนักงานกกต. ว่า กองทุนฯนี้เป็นกองทุนที่ตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนงานพรรคการเมือง งบประมาณที่ใช้จ่ายในกองทุนฯเป็นงบประมานของแผ่นดินที่รัฐบาลจัดสรรให้ประมาณปีละ 200 ล้านบาท ซึ่งกกต.ก็จัดสรรงบให้แต่ละพรรคตามจำนวนสส. หากพรรคใดมีสส.มากก็จะได้งบสนับสนุนมาก พรรคละ 30 ล้านบาท

ส่วนพรรคเล็กที่ไม่มีสส.ก็จะได้งบประมาณในส่วนของค่าสาธารณูปโภคต่างๆ ค่าเช่าอาคารสถานที่สาขาของพรรค ซึ่งไม่เกิน 100,00 บาท และต้องรายงานค่าใช้จ่ายให้กับกกต. ทุกปี และจะมีการตรวจสอบว่าบัญชีค่าใช้จ่ายถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ อีกทั้ง ที่ผ่านมากกต.ก็ได้มีการกันงบประมาณเพื่อพัฒนาพรรคการเมืองไว้ เป็นการให้ความรู้แก่พรรคการเมืองประมาณปีละไม่เกิน 10 ล้านบาท  ซึ่งเป็นงบที่ใช้จ่ายในพตส. ที่มากจากนัการเมือง พรรคการเมืองต่างๆข้าราชการและเอกชน กิจกรรมต่างๆของหลักสูตร เป็นการดูงานการเลือกตั้งตามจังหวัดต่างๆ

“การดูงานเลือกตั้งต่างประเทศ ที่ผ่านมากกต.จัดงบให้นักศึกษาพตส.คนละ 20,000 บาทต่อคนในการใช้จ่ายดูงานต่างประเทศงบที่เกินจากนั้นนักศึกษาจะเป็นผู้ออกเองทั้งหมด กกต.จะเดินทางไปด้วยแต่ค่าใช้จ่ายของ กกต.นั้นมาจากงบประมาณกลางที่รัฐบาลจัดสรรให้ใช้จ่ายในการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นรวมถึงการจ่ายเงินค่าตอบแทนพนักงานไม่สามารถใช้งบของหลักสูตรพตส.ได้ซึ่งที่ผ่านมากกต.จะกันงบกลางไว้ประมาณ 5 ล้านบาท ก็ไม่แน่ใจว่ากกต.ชุดนี้ปรับเพิ่มงบการดูงานต่างประเทศหรือไม่” อดีตกกต.กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองนี้เป็นเป็นกองทุนฯที่ให้การสนับสนุนพรรคการเมืองโดยรัฐเกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 บทเฉพาะกาล มาตรา 328 ประกอบพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2541 มาตรา56 ได้กำหนดให้มีกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนและใช้จ่ายในการสนับสนุนพรรคการเมืองการพัฒนาพรรการเมือง การสนับสนุนทางการเมือง หรือประโยชน์อย่างอื่นแก่พรรคการเมือง และให้อำนาจกกต. เป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานของกองทุน โดยกกต.กำหนดกรอบการใช้จ่ายของกองทุนฯ อาทิเพื่อสนับสนุนกิจการพรรคการเมืองตามแผนงานไม่น้อยกว่า ร้อยละ 60 แต่ไม่เกินร้อยละ 80 ของวงเงินรายจ่ายในแต่ละปีใช้เป็นทุนพัฒนาพรรคการเมืองของสำนักงานกกต. เป็นทุนการศึกษาวิจัยพัฒนาพรรคการเมือง สนับสนุนค่าไปรษณียากรค่าสาธารณูปโภค และด้านอื่นๆ แก่พรรคการเมือง การบริหารกองทุน เป็นต้อย่างไรก็ตาม รายได้หลักของกองทุนฯ นั้นมาจากเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี ประมาน 200 ล้านบาทต่อปี

ทั้งนี้ พรรคการเมืองที่มีสิทธิได้รับการจัดสรรเงินสนับสนุนจากกองทุนต้องเป็นพรรคการเมืองที่ได้รับการจดแจ้งการจัดตั้งจากนายทะเบียนพรรคการเมือง และได้ดำเนินการให้มีสมาชิกพรรคการเมืองอย่างน้อย 5,000 คนและสาขาพรรคการเมืองอย่างน้อย 4 สาขาด้วยซึ่งเงินงบประมาณที่จัดสรรจะไม่เท่ากันตามจำนวนสมาชิกแต่ละพรรคที่มีอยู่หากเป็นพรรคใหญ่ก็จะได้เงินสนับสนุนมากกว่าพรรคเล็ก อย่างไรก็ตามพรรคการเมืองที่ได้รับเงินสนับสนุนต้องใช้จ่ายเงินสนับสนุนให้เป็นไปตามโครงการและแผนงานและจะต้องจัดทำรายงานการใช้จ่ายเงินสนับสนุนพรรคการเมืองในรอบปีปฏิทินให้ถูกต้องตามความเป็นจริงและยื่นต่อกกต. ภายในเดือนมี.ค.ของปีถัดไป

สำหรับคณะกรรมการกองทุนฯ​ ชุดนี้ มีทั้งหมด 10 คน  ประกอบด้วย1.นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการกองทุนฯ 2.นายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์กกต.ด้านพรรคการเมือง 3.นายกมล บันไดเพรช ผู้แทนจากพรรคเพื่อไทย 4.น.ส.ผ่องศรี ธาราภูมิ พรรคประชาธิปัตย์ 5.นายสยมภู เกียรติสยมภูกิจสังคม 6.นายวรัชญ์ เพรชร่วง ผอ.กองกับกำและพัฒนาระบบ ผู้แทนกระทรวงการคลัง 7.นายธรรมศักดิ์ สัมพันติกูล รองผอ.สำนักงบประมาณ 8.นายนเรศ สุตจริตวงษ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 9.นายประวิง คชาชีวะ กรรมผู้ทรงคุณวุฒิ และ 10.นายบุณยเกียรติ รักชาติเจริญ รองเลขาธิการกกต. ในฐานะรักษาการเลขาธิการกกต. ดำรงตำแหน่ง กรรมการและ เลขานุการกองทุนฯ

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการกระแสวิพากษ์วิจารณ์การไปดูงานต่างประเทศของกกต. แต่ก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงกำหนดการแต่อย่างใด โดยนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ได้เดินทางไปประเทศออสเตรีย ระหว่างวันที่ 18-26 เม.ย. นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกกต.จะเดินทางไปสหรัฐอเมริกา วันที่ 19-29 เม.ย. ส่วนนายบุญส่ง น้อยโสภณ กกต.ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย จะเดินทางไปสกอตแลนด์วันที่ 30 เม.ย.- 8 พ.ค.นี้ 

 

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน