posttoday
Generation Gap กับการสืบทอดอำนาจในองค์การ

Generation Gap กับการสืบทอดอำนาจในองค์การ

17 เมษายน 2559

ทุกองค์การย่อมมีปัญหาการเปลี่ยนผ่าน ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหานี้ก็คือ “ช่องว่างระหว่างวัย”

โดย...ทวี สุรฤทธิกุล

ทุกองค์การย่อมมีปัญหาการเปลี่ยนผ่าน

ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหานี้ก็คือ “ช่องว่างระหว่างวัย” หรือที่ฝรั่งเรียกว่า Generation Gap หมายถึงความแตกต่างระหว่างช่วงอายุของผู้บริหารแต่ละรุ่น ที่จะต้องขึ้นมาทดแทนกันในการทำหน้าที่ “นำ” องค์การ ซึ่งถ้าหากมีช่วงอายุห่างจากกันมาก การเปลี่ยนผ่านหรือการรับอำนาจสืบต่อ (มีการนำมาใช้ในทางการเมืองเรียกว่า “การสืบทอดอำนาจ”) ก็จะมีปัญหามาก แต่ถ้ามีการจัดช่วงวัยการทำหน้าที่ผู้บริหารให้เหมาะสม การรับอำนาจสืบต่อก็จะเป็นไปโดยราบรื่น ไม่มีความขัดแย้ง ซึ่งจะเป็นผลดีแก่องค์การ

ตอนที่เป็นนิสิตที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ในวิชาการบริหารงานบุคคล มีคนตั้งคำถามว่าทำไมต้องให้ผู้บริหารอยู่ในตำแหน่งแค่คราวละ 4 ปี อย่างข้าราชการนั้นในตำแหน่งบริหารก็มีการกำหนดไว้ใน พ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือนเลยว่าจะต้องมีการหมุนเวียนในตำแหน่งบริหารทุกๆ 4 ปี หรือในทางการเมืองก็มีการกำหนดว่าจะต้องมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาหรือผู้บริหารทางการเมือง เช่น ประธานาธิบดี ทุก 4 ปีเช่นกัน

ท่านอาจารย์ผู้สอนตอบด้วยทฤษฎี Generation Gap นี้ว่า การพัฒนาความสามารถทางการบริหารของมนุษย์จะมีวงรอบ รอบละ 4 ปี เริ่มจากปีแรกจะเป็นการ “เริ่มลงมือทำงาน” ปีที่ 2 เป็นการ “พัฒนาความเชี่ยวชาญ” ปีที่ 3 เป็นการ “สร้างสมประสบการณ์” และปีที่ 4 จะเป็นการ “ถ่ายทอดสืบต่อ” ซึ่งในปีแรกบางตำราบอกว่าเป็นการ “เรียนรู้งาน” แต่ความจริงนั้นการเรียนรู้งานจะต้องเกิดขึ้นไปอย่างต่อเนื่องโดยตลอด ด้วยเหตุนี้หากมีการทิ้งช่วงการบริหารให้ห่างกันนานกว่า 4 ปี เช่นเดียวกันกับที่มีช่วงเวลาการบริหารน้อยไม่ถึง 4 ปี ก็จะมีการเกิดช่องว่างทางการบริหาร ทำให้ผู้บริหารทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพ ส่งผลต่อผลงานขององค์การโดยภาพรวม ที่ร้ายกว่านั้นคือเกิดความขัดแย้ง หรือปัญหาในการ “เปลี่ยนผ่าน”

ท่านอาจารย์ผู้สอนซึ่งก็คงมีความรู้ด้านปรัชญาการเมืองอยู่ด้วย ได้กล่าวถึงแนวคิดที่จะให้ผู้บริหารหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองคราวละ 4 ปี ว่าเกิดขึ้นมาจากแนวคิดของฌัง ฌาร์ค รุซโซ นักทฤษฎีการเมืองแนวประชาธิปไตยของฝรั่งเศส ที่กล่าวว่าการใช้อำนาจอธิปไตยแทนประชาชนควรจะใช้ในเวลาที่จำกัด ไม่ให้นานเกินไปอย่างลัทธิเอกาธิปไตย (อย่างเช่นกษัตริย์หรือผู้เผด็จการ) ควรมีช่วงเวลาที่จะให้ประชาชนได้ “คิดใหม่อีกครั้ง” (Rethink) เพื่อตัดสินที่จะให้ผู้มีอำนาจนั้นอยู่ต่อหรือเปลี่ยนคนใหม่ โดยกำหนดว่า 4 ปีคือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด ยิ่งไปกว่านั้น รุซโซ ยังเสนออีกด้วยว่าประชาชนมีสิทธิที่จะขับไล่โดยการ “ปฏิวัติ” หากผู้มีอำนาจฝ่าฝืนกติกาของส่วนรวมที่กำหนดขึ้นโดยเจตจำนงร่วมกันของประชาชน

สหรัฐอเมริกาก็ดูเหมือนว่าจะยึดแนวคิดนี้มาเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ โดยกำหนดให้ประธานาธิบดีมีวาระการบริหารคราวละ 4 ปี แต่เพิ่มเติมว่าสามารถเป็นติดต่อกันได้ไม่เกิน 2 สมัย หรือ 8 ปี (ประเทศไทยในตอนที่เขียนรัฐธรรมนูญ 2550 ก็เคยมีผู้เสนอให้ตำแหน่งทางการเมืองตั้งแต่ สส. ไปจนถึงนายกรัฐมนตรีนั้นอยู่ได้คราวละ4 ปี ไม่เกิน 2 สมัย หรือ 8 ปีเช่นกัน แต่ไม่ใคร่มีใครให้ความสนใจ) ทั้งนี้ในทางทฤษฎีเชื่อว่าเป็นระยะเวลาที่ทำงานได้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพราะถ้านานกว่านี้จะทำให้“เสพติดอำนาจ” (Power Seduction) คือใช้อำนาจนั้นบำรุงบำเรอตน มากกว่าที่จะใช้ทำประโยชน์ให้ส่วนรวม

ประเทศไทยดูจะมีปัญหาในการสืบทอดหรือ “เปลี่ยนผ่าน” อำนาจในทุกองค์กร ผู้บริหารส่วนใหญ่มีระยะเวลาในการบริหารค่อนข้างสั้น โดยเฉลี่ยแค่ 2-3 ปี โดยเฉพาะในตำแหน่งที่มีผลประโยชน์ทางการเมืองเข้ามาแทรกแซง เช่น ตำรวจ มหาดไทย ศึกษาธิการ ศุลกากร และคมนาคม อาจจะหมุนกันเป็นแบบปีต่อปี รวมถึงกองทัพที่ระยะหลังอาจจะเป็นด้วย“รุ่น” ที่กระชับกันเข้ามา จึงต้องผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเหมือนเก้าอี้ดนตรี แต่ที่แย่ไปกว่านั้นก็ด้วยเหตุผลของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่มีการเปลี่ยนขั้วอำนาจอยู่บ่อยๆ

ตำแหน่งบริหารนั้นมีจำนวนจำกัด คนที่จะขึ้นมาสู่ตำแหน่งนี้ต้อง “เก่งมากๆ” ถ้าในทางการบริหารงานเอกชนจะได้แก่คนที่สร้างผลผลิต หรือทำให้กิจการเติบโตก้าวหน้าอย่างโดดเด่น (แม้ว่าในบางองค์กรของเอกชนก็ต้องมีเส้นสายหรือพรรคพวกด้วยเช่นกัน) แต่ถ้าเป็นในทางราชการหรือรัฐวิสาหกิจก็ต้องขึ้นอยู่กับทั้ง “นายและลูกน้อง” ยิ่งเป็นองค์กรที่มีระเบียบวินัยหรือวัฒนธรรมองค์การแบบจารีตมากๆ เช่น ทหาร ก็จะยิ่งมีปัญหาในเรื่องการขึ้นสู่ตำแหน่งบริหารนี้มาก บางทีจึงจำเป็นที่จะต้องไปหาตำแหน่งในองค์กรอื่นมาแก้ปัญหาเรื่องนี้ เช่น ในคราวที่ทหารมีอำนาจทางการเมืองก็อาจจะจัดสรรตำแหน่งต่างๆ ทางการเมืองนั้นให้

ถ้ามีคนตั้งคำถามว่ากรณีที่ทหารจะขอเวลาเปลี่ยนผ่านในการเกาะกุมอำนาจของประเทศผ่านสมาชิกวุฒิสภาที่ คสช.จะเลือกเข้ามาต่อไปอีก 5 ปีนั้น “จะมีปัญหาอะไรหรือไม่”

ผู้เขียนก็จะตอบด้วยทฤษฎีช่องว่างระหว่างวัยนี้ว่าทหารไม่ได้มีปัญหาแต่ในเรื่อง “พี่ๆ น้องๆ” เท่านั้น แต่น่าจะมีปัญหาเรื่องของการจัดสรรตำแหน่งทางการเมืองให้แก่นายทหารแต่ละรุ่นนั้นอีกด้วย

ระยะเปลี่ยนผ่าน 5 ปี จึงน่าจะคิดขึ้นด้วยเหตุผลนี้

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI