
แล้งจัดราคาผลไม้พุ่ง
แล้งหนัก หนาวน้อย กระทบผลไม้ภาพรวมลด 10% ดันราคาพุ่ง ทั้งทุเรียนมังคุด เงาะ และลองกอง
แล้งหนัก หนาวน้อย กระทบผลไม้ภาพรวมลด 10% ดันราคาพุ่ง ทั้งทุเรียนมังคุด เงาะ และลองกอง
น.ส.จริยา สุทธิไชยา รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า แนวโน้มราคาผลไม้ไทยปี 2559 พบว่าราคามีแนวโน้มสูงขึ้น เนื่องจากผลผลิตลดลงจากปีที่ผ่านมาจากสภาวะความแห้งแล้ง และอากาศหนาวเย็นน้อยต่อเนื่องและน้อยกว่า 10 วัน
ทั้งนี้ จากความหนาวเย็นที่ไม่ต่อเนื่องเกิน 10 วัน ทำให้ สศก.คาดว่าผลผลิตจะลดลงจากที่ประมาณการไว้ประมาณ 10% ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ จะมีการประเมินในแปลงจริงอีกครั้งในเดือน พ.ค. โดยคาดว่า
ผลไม้ที่คาดว่าจะมีผลผลิตลดลง ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง รวม 4 ชนิดของ 3 จังหวัด
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ สศก.ได้คาดการณ์ผลผลิตผลไม้เมื่อต้นปีว่าทุเรียนจะมีปริมาณผลผลิต 6.05 แสนตัน จากปี 2558 มีประมาณ 6.01 แสนตัน มังคุด 2.2 แสนตันจากปี 2558 มีประมาณ 1.9 แสนตันลองกอง 1.4 แสนตัน จากปี 2558 มีประมาณ 1.3 แสนตัน ลำไย 9.4 แสนตัน จากปี 2558 มี 8.7 แสนตัน ลิ้นจี่ 5.7 หมื่นตันจากปี 2558 ประมาณ 5.5 หมื่นตัน
สำหรับผลผลิตผลไม้ตะวันออกสคก.คาดว่าทุเรียนผลผลิตมีแนวโน้มลดลง เริ่มออกสู่ตลาดตั้งแต่ปลายเดือน ก.พ.-ต้นเดือน ก.ค. มังคุดผลผลิตมีแนวโน้มลดลง เริ่มออกสู่ตลาดตั้งแต่ปลายเดือน มี.ค.-ก.ค. เงาะปริมาณผลผลิตมีแนวโน้มลดลง เริ่มออกสู่ตลาดตั้งแต่ปลายเดือน มี.ค.-ต้นเดือน ส.ค. แต่ลองกองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ผลผลิตจะเริ่มออกสู่ตลาดตั้งแต่ปลายเดือน เม.ย.-ต้นเดือน ต.ค.
น.ส.จริยา กล่าวว่า จากปริมาณผลผลิตดังกล่าว คาดว่าในปีนี้กระทรวงเกษตรฯ อาจไม่ต้องของบประมาณจากคณะกรรมการนโยบายช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) เนื่องจากในระดับจังหวัดจะสามารถบริหารจัดการได้ตามแนวทางของคณะกรรมการนโยบายพัฒนาผลไม้ หรือบอร์ดผลไม้ นอกจากนั้น เพื่อรักษามาตรฐานและคุณภาพผลไม้ของไทย กระทรวงเกษตรฯ จะเข้มงวดการป้องปรามผลผลิตด้อยคุณภาพออกสู่ตลาดโดยให้ออกประกาศและใช้บทลงโทษกรณีพบผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง โดยขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนช่วยกันบูรณาการ ส่งเสริมการแปรรูป เพิ่มช่องทางการตลาด สนับสนุนการกระจายผลผลิต ส่งเสริมการบริโภคและประชาสัมพันธ์ทั้งภายในและต่างประเทศ
ขณะที่ในส่วนของล้งผลไม้ที่ชาวจีนเข้ามาดำเนินการนั้น ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์ได้เข้าไปดูแลตามกฎหมายแล้ว คาดว่าจะส่งผลให้มีการจัดระเบียบล้งได้ดีขึ้นไม่กระทบต่อการรับซื้อผลไม้ของเกษตรกร







