posttoday
เทศกาลแจกเงิน

เทศกาลแจกเงิน

05 เมษายน 2559

โดย...สมชาย สกุลสุรรัตน์

โดย...สมชาย สกุลสุรรัตน์

มีข่าวว่าเทศกาลตรุษสงกรานต์ปีนี้ รัฐบาลจะใช้เงินประมาณ 1,500 ล้านบาท แจกให้กับข้าราชการระดับล่างและระดับกลางที่ไม่มีเงินประจำตำแหน่ง คนละ 1,000 บาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และยังมีข่าวว่ารัฐบาลจะจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยแล้ง

สำหรับการแจกเงินให้ข้าราชการนั้น ถ้าหวังผลแค่ให้ไปใช้จ่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจคงได้ผลบ้าง แต่เม็ดเงินเพียงเท่านี้เมื่อเทียบกับโครงการอื่นๆ เช่น การจัดสรรเงินเข้ากองทุนหมู่บ้านที่ทำไป 2 รอบ ใช้เงินถ้าจำไม่ผิด 7 หมื่นล้านบาท โครงการชดเชยราคายางและข้าวไร่ละ 5,000 บาท แล้ว คงไม่ทำให้เศรษฐกิจกระชุ่มกระชวยขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ความจริงแล้วกลุ่มข้าราชการได้รับผลกระทบจากภัยแล้งและความผันผวนของเศรษฐกิจน้อยที่สุด เพราะไม่มีการเลิกจ้าง ลดเงินเดือน จำกัดเวลาทำงานเหมือนลูกจ้างในภาคเอกชนในยามที่เศรษฐกิจมีปัญหา กระทบถึงผลประกอบการของธุรกิจ การแจกเงินให้ข้าราชการจึงไม่มีเหตุผลอื่นนอกจากอ้างว่าจ่ายเพื่อให้ไปใช้จ่ายกระตุ้นเศรษฐกิจ

ผมมีความเชื่ออย่างหนึ่งว่า การแจกเงินให้ใครเฉยๆ นั้น ทำให้คนรับเสียนิสัยและไม่ภูมิใจความมีคุณค่าของตัวเอง (Self-esteem) แทนที่จะแจกเงินให้ข้าราชการทุกคน คนละ 1,000 บาท เพื่อนำไปใช้จ่ายกระตุ้นเศรษฐกิจ ถ้ารัฐบาลจะจ่ายเงินให้เป็นรางวัลแก่ข้าราชการที่ทำงานหนัก มีผลงานดีเด่น เหมือนเป็นโบนัสพิเศษ โดยใช้งบเท่าเดิม น่าจะเกิดผลในเชิงสร้างสรรค์ เกิดกำลังใจในการทำราชการเพื่อประชาชน และเกิดความภาคภูมิใจในเงินที่ได้รับมากกว่าการแจกเงินให้ทุกคน 1,000 บาท เป็นไหนๆ ได้ผลทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจและกระตุ้นการทำงานของข้าราชการไปด้วยพร้อมกัน

แต่คงไม่ทันแล้ว เพราะได้ข่าวว่าคณะรัฐมนตรีกำลังจะอนุมัติโครงการนี้แล้ว ขอแสดงความยินดีกับข้าราชการทุกท่านที่ถูกหวยพร้อมกันทั้งประเทศ เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ขอให้ใช้จ่ายให้สนุกแต่อย่าเผลอจ่ายเกินที่ได้รับจนต้องตามใช้หนี้ทีหลังก็แล้วกัน

สำหรับโครงการแจกเงินอีกโครงการหนึ่งคือโครงการแจกเงินให้เกษตรกรนั้นผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะเป็นเงินที่รัฐจ่ายเพื่อให้ความอนุเคราะห์ช่วยเหลือเกษตรกรที่กำลังเดือดร้อนแสนสาหัสเพราะ
ภัยแล้งโดยตรง เมื่อไม่มีน้ำ เกษตรกรก็เพาะปลูกไม่ได้ ไม่มีผลผลิตขาย ทำให้ไม่มีรายได้ ก็ไม่มีเงินจ่ายใช้หนี้ให้นายทุนและ ธ.ก.ส. ไม่มีเงินซื้อข้าวสารกรอกหม้อ จึงไม่มีทางอื่นที่จะช่วยเหลือเกษตรกรที่ยากจนเหล่านี้เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า

นอกจากจะแจกเงินเกษตรกรให้พอดำรงชีพจนกว่าฝนจะตก น้ำจะมาให้ทำการเพาะปลูกรอบใหม่ ถึงเวลานั้นค่อยพูดถึงการให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เงื่อนไขผ่อนปรน อะไรก็ว่าไป แต่ตราบใดที่ไม่มีน้ำและรัฐยังหาน้ำไปให้ไม่ได้ คงไม่มีหนทางแก้ไขอย่างอื่น นอกจากจ่ายเงินช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้ในฐานะที่เป็นคนไทยด้วยกัน

เงินที่รัฐจ่ายให้เกษตรกรนั้น นอกจากจะช่วยให้เกษตรกรไม่อดตาย บรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าเพราะไม่มีรายได้แล้ว ยังแน่นอนว่าช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นมากกว่าเงินที่จ่ายให้ข้าราชการ
นำไปใช้จ่าย เพราะเป็นเงินที่ถูกนำไปซื้ออาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค จ่ายค่าเช่าที่ทำกิน จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ เป็นเม็ดเงินที่เข้าถึงภาคธุรกิจที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือทางตรง เหมือนภาคธุรกิจท่องเที่ยวที่ได้รับความช่วยเหลือสารพัดมาตรการของรัฐ

ตอนที่ผมเรียนหนังสือที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีหนังสือเศรษฐศาสตร์เบื้องต้นเล่มหนึ่งเขียนว่าในยามที่เศรษฐกิจตกต่ำ ประชาชนไม่มีงานทำ ขาดรายได้ รัฐควรจะจ้างคนให้ขุดบ่อน้ำชุดหนึ่ง แล้วจ้างคนอีกชุดหนึ่งมาถมบ่อเพื่อให้เกิดการจ้างงานกระตุ้นเศรษฐกิจ

สำหรับชนบทไทย คงไม่ต้องขุดแล้วถม ถมแล้วขุดเหมือนทฤษฎี เอาแค่รัฐจ้างให้คนท้องถิ่นทำงานในท้องถิ่นแล้วจ่ายค่าแรงให้ก็น่าจะพอแล้ว โดยเฉพาะการสร้างแหล่งน้ำหรือพัฒนาแหล่งน้ำธรรมชาติโดยใช้แรงงานท้องถิ่น อย่าไปว่าจ้างบริษัทใดมาประมูลรับเหมาไปแล้วหวังว่าเขาจะมาว่าจ้างคนท้องถิ่นให้ทำงานอีกทอดหนึ่งให้เสียค่าหัวคิวโดยใช่เหตุ

การว่าจ้างชาวบ้านให้ทำงานรูปลักษณะนี้ แน่นอนว่าผลงานที่ออกมาจะไม่ดีเท่ากับการว่าจ้างบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างโดยมีการใช้เครื่องมือเครื่องจักรกลที่ทันสมัย แต่ถ้าหน่วยราชการระดับท้องถิ่นควบคุมการทำงานอย่างจริงจัง ผลงานอาจดีไม่แพ้งานที่ทำโดยบริษัทผู้รับเหมาที่ต้องจ่ายหัวคิวให้ใครต่อใครก่อนได้รับงานก็ได้

ที่ว่ามาคืออยากจะบอกว่า นอกจากการจ่ายเงินให้เกษตรกรแบบยัดใส่มือให้แล้ว รัฐยังสามารถสร้างงานชั่วคราวให้ชาวบ้านได้ในยามที่เกิดภัยแล้ง อย่างน้อยยังดีกว่าการแจกเงินให้เฉยๆ และยังจะได้แหล่งเก็บน้ำตามธรรมชาติหรือที่สร้างขึ้นใหม่ เอาไว้เก็บน้ำใช้ในปีต่อไปไม่ดีกว่าหรือ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานแนวทางการทำงานไว้หลายสิบปีแล้ว ถ้าเราทำตามแนวพระราชดำริอย่างจริงๆ จังๆ ไม่มีนอกไม่มีใน ป่านนี้ปัญหาฝนมาน้ำท่วม ฝนหยุดน้ำแล้ง แก้ไขภัยแล้งจ่ายตอนน้ำท่วม และเงินช่วยเหลือน้ำท่วมจ่ายตอนเกิดภัยแล้งคงไม่เกิดขึ้นซ้ำซากอย่างที่เป็นอยู่

สรุปแล้วเห็นด้วยครับว่ารัฐควรรีบจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้ความเดือดร้อนจากภัยแล้ง แค่อยากให้รับพิจารณาหางานเพิ่มรายได้ในท้องถิ่นให้ชาวบ้านด้วย เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนและไม่
ทำให้ชาวบ้านเสียนิสัยคอยแบมือรับความช่วยเหลือ เพราะรัฐเองไม่ได้แก้ไขสาเหตุของปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้าน แต่มักจะแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุโดยจ่ายเงินช่วยเหลือรูปแบบต่างๆ ให้เมื่อเกิด
ปัญหาขึ้น

ส่วนเงินแจกข้าราชการนั้น รัฐคงคิดว่าเงิน 1,500 ล้านบาท จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ถึงตัดสินใจจ่ายเงินให้ เสียดายว่าถ้าจะให้ดีน่าจะมีมาตรการหรือหลักเกณฑ์การจ่ายที่ทำให้การให้บริการประชาชนของข้าราชการมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ไหนๆ จะแจกเงินกันแล้วผมเสนอให้จ่ายเงินให้ตำรวจจราจรที่ยืนตากแดดตากฝนอยู่บนท้องถนนเพิ่มอีกคนละ 1,000 บาท เป็น 2,000 ด้วย ดีไหมครับ แกจะได้มีกำลังใจทำงานและไม่ต้องเดือดร้อนหารายได้พิเศษในงานเทศกาลสงกรานต์ สงกรานต์ปีนี้ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลย

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI