posttoday
ดันเครดิตบูโร เป็นมากกว่าที่ตรวจประวัติการเงิน

ดันเครดิตบูโร เป็นมากกว่าที่ตรวจประวัติการเงิน

03 เมษายน 2559

ยุคนี้ใครไม่รู้จัก “เครดิตบูโร” หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ นับว่าเชยมาก

โดย...ชีวรัตน์ กิจนภาธนพงษ์

ยุคนี้ใครไม่รู้จัก “เครดิตบูโร” หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ นับว่าเชยมาก เพราะหากคุณต้องการจะกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินละก็ คุณจะต้องถูกว่าที่เจ้าหนี้ส่งเรื่องไปที่เครดิตบูโร เพื่อขอเช็กว่าคุณมีประวัติการเงินในอดีตเป็นอย่างไรมาบ้าง

เครดิตบูโรเป็นเสมือนตัวช่วยคัดกรองคุณภาพสินเชื่อของสถาบันการเงินทั้งหลายที่เป็นสมาชิก นับว่าเป็นสถาบันที่มีประโยชน์มากมายต่อระบบเศรษฐกิจ ไม่ให้เกิดหนี้เสียท่วมประเทศเหมือนที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2540

ที่ผ่านมาเครดิตบูโรมีหน้าที่เพียงเช็กข้อมูลเครดิตของประชาชนตามการร้องขอของสมาชิก ห้ามเปิดเผยข้อมูลของลูกค้า สามารถรายงานสถานการณ์เครดิตในภาพรวมได้เท่านั้น แต่ “สุรพล โอภาสเสถียร” ผู้จัดการ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ พยายามที่จะผลักดันให้เครดิตบูโรมีบทบาทมากกว่าเป็นแค่ผู้ตรวจสอบประวัติการเงิน แต่ควรจะพัฒนาตัวเองขึ้นมาเป็นตัวจับสัญญาณเตือนภัยเศรษฐกิจไทย ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อระบบการเงินการคลังและเศรษฐกิจของประเทศมากยิ่งขึ้น

สุรพล เล่าว่า ในช่วงแรกการจัดตั้งเครดิตบูโรเพื่อที่จะเป็นตาข่ายที่จะป้องกันไม่ให้ประวัติศาสตร์ ซ้ำรอย ที่จะทำให้เกิดปัญหาหนี้เสียท่วมระบบ บทบาทของเครดิตบูโรไม่ได้แค่เป็น “ถังเก็บข้อมูล” ประวัติสินเชื่อของประชาชนทั้งประเทศ ประโยชน์ไม่ใช่เพียงให้ธนาคารพาณิชย์มาตรวจสอบว่าลูกค้าที่จะมาขอสินเชื่อมีประวัติขอสินเชื่อที่ไหน และมียอดหนี้เท่าไรเท่านั้น หรือให้ธนาคารพาณิชย์ใช้วิเคราะห์สินเชื่อเท่านั้น

เครดิตบูโรยังต้องมีบทบาทสำคัญที่จะต้องส่ง “สัญญาณเตือนภัย” ของระบบการเงิน คือ สามารถใช้ข้อมูลวิเคราะห์ระบบการเงิน โดยเฉพาะด้านเครดิตหรือสินเชื่อให้สามารถเห็นทิศทางและอาการของสินเชื่อ รวมทั้งใช้เป็นเครื่องมือในการอ่านสัญญาณเศรษฐกิจ อีกทั้งเป็น “โครงสร้างพื้นฐาน” ของระบบการเงิน หรือมีข้อมูลระบบการเงินที่ดี จะเป็นโครงข่ายความปลอดภัยด้านการเงิน (Financial Safety Net) อย่างหนึ่งด้วย

ในขณะเดียวกันจะต้องนำข้อมูลประวัติการชำระสินเชื่อมาแปรหรือย่อยข้อมูลให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติที่จะส่งสัญญาณเตือนภัยเศรษฐกิจได้

“เครดิตบูโรต้องให้ความสำคัญด้านการให้ความรู้ประชาชนด้านการวางแผนทางการเงิน รักษาวินัยทางการเงิน รู้จักตรวจสุขภาพทางการเงินของตัวเอง และให้ความรู้เกี่ยวกับเครดิตบูโร โดยแต่ละปีผมจะมีโอกาสเดินสายออกไปบรรยายไม่ต่ำกว่า 100 ครั้ง/ปี” สุรพล กล่าว

ดังนั้น จึงเป็นที่มาของความร่วมมือระหว่างเครดิตบูโรกับสถาบันการศึกษา ไม่ว่าจะเป็น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น และสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เพื่อจัดทำบทความ บทวิเคราะห์ บทวิจัย และสำรวจความคิดเห็นของประชาชนด้านเศรษฐศาสตร์ เพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณชน

“ผมอยากให้ข้อมูลจากเครดิตบูโรเป็นทางเลือกในการบริหารจัดการทรัพย์สิน หนี้สิน ตลอดจนการวางแผนการออม การใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับมาตรการส่งเสริมภายใต้แผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินฉบับที่ 2 ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ด้วย” สุรพล กล่าว

นอกจากนี้ เครดิตบูโรยังได้ร่วมมือกับสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ จัดทำข้อมูลเพื่อเผยแพร่เกี่ยวกับด้านระบบการเงิน และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของภาคครัวเรือนและธุรกิจของไทยด้วย โดยเครดิตบูโรจะให้ข้อมูลจากประวัติการก่อหนี้ และการชำระหนี้ของผู้บริโภคที่เป็นลูกค้าของสถาบันการเงินสมาชิกของเครดิตบูโร ที่ปัจจุบันมีสินเชื่อบุคคลธรรมดา 76 ล้านบัญชี และเป็นบัญชีสินเชื่อนิติบุคคล 3.57 ล้านบัญชี

สิ่งที่ทำให้สุรพลตั้งใจที่จะให้เครดิตบูโรเป็นสถาบันที่มากกว่าแค่ตรวจสอบประวัติการชำระเงินก็คือ ความฝังใจจากช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ แม้ว่า “เครดิตบูโร” จะเป็นองค์กรที่เกิดมาจากวิกฤตต้มยำกุ้ง จัดตั้งมาตั้งแต่ปี 2548 ผ่านมา 11 ปีแล้ว แต่ต้องทำหน้าที่ป้องกันวิกฤตไม่ให้เกิดขึ้นอีก รวมถึงต้องทำให้ประชาชนรู้จักและเข้าใจ “เครดิตบูโร” มากขึ้น

“ผมอยู่ในช่วงเกิดวิกฤตการเงิน การลดค่าเงิน เห็นการล่มสลายของระบบการเงิน สถาบันการเงินถูกปิดกิจการ ไอเอฟซีทีไปควบรวมกับธนาคารทหารไทย และเห็นการเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจไทยมีองค์กรใหม่ๆ เกิดขึ้นหลังจากวิกฤตเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย (บสท.) การจัดตั้งธนาคารเอสเอ็มอี รวมถึงการจัดตั้งเครดิตบูโร” สุรพล กล่าว

สุรพล เล่าว่า จากการคลุกคลีในแวดวงการเงิน ทำให้เห็นว่าความรู้เรื่องการเงินมีความสำคัญมาก หากประชาชนรู้มาก โอกาสที่จะทำให้หนี้ครัวเรือน คุณภาพหนี้ของประเทศก็ดีขึ้น จึงตั้งใจที่จะช่วยสังคมในจุดนี้ ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญ

สิ่งที่สุรพลพูดติดปากเสมอๆ คือ “เครดิตดีไม่มีขาย อยากได้ต้องมีวินัย” และ “อยากเห็นคนไทยยืดอก พกเครดิต”

ความหวังของเขาใกล้จะเป็นจริงแล้ว หากช่วยกันคนละไม้คนละมือ ให้ความรู้การเงินแก่ประชาชน คนไทยจะได้หลุดจากกับดักหนี้ครัวเรือนเสียที

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน