posttoday
‘ชาติชาย พยุหนาวีชัย‘ กับภารกิจเปลี่ยน ‘ธนาคารออมสิน’ ให้ทันสมัย

‘ชาติชาย พยุหนาวีชัย‘ กับภารกิจเปลี่ยน ‘ธนาคารออมสิน’ ให้ทันสมัย

03 เมษายน 2559

ไม่ใช่ทุกคนที่มีความฝันและจะสามารถทำความฝันให้เป็นความจริงได้ แต่ผู้ชายคนนี้ “ชาติชาย พยุหนาวีชัย”

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

ไม่ใช่ทุกคนที่มีความฝันและจะสามารถทำความฝันให้เป็นความจริงได้ แต่ผู้ชายคนนี้ “ชาติชาย พยุหนาวีชัย” ผู้อำนวยการธนาคารออมสินทำได้ 

“ผมมีความฝันส่วนตัวที่อยากจะทำงานเพื่อชาติ หลังจากที่ได้ทำงานเป็นนายแบงก์ในธนาคารพาณิชย์มานานกว่า 31 ปี ตอนนั้นเป็นระดับรองกรรมการผู้จัดการแล้ว แต่ก็คิดว่างานอิ่มตัว จึงเดินไปหาคุณบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการบริหาร และประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย เจ้านายที่เคารพรักว่า ผมอยากมาสมัครเป็นผู้อำนวยการธนาคารออมสิน คุณบัณฑูรถามว่าทำไม ผมก็ตอบไปว่า ผมอยากทำอะไรที่ท้าทายและเป็นการทำเพื่อส่วนรวมบ้าง เพื่อเป็นเกียรติประวัติของวงศ์ตระกูลของผม ซึ่งเป็นแค่คนธรรมดาแต่ผมอยากจะรับใช้เบื้องพระยุคลบาท การเป็นผู้อำนวยการธนาคารออมสินก็เป็นเหมือนข้าราชการระดับสูงคนหนึ่ง สามารถที่จะช่วยพัฒนาชาติได้มาก” ชาติชาย กล่าว

ด้วยความมุ่งมั่นทำให้เขาเดินทางไปกราบสักการะพระบรมรูปของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระผู้ให้กำเนิดธนาคารออมสิน ที่พระราชวังสนามจันทร์ สวนลุมพินี และทุกๆ ที่ที่มีพระบรมรูปในหลวงรัชกาลที่ 6 ประดิษฐานอยู่

“ผมไปกราบบังคมทูลท่านว่า ผมมีความตั้งใจอย่างไร ถ้าหากผมมีบุญขอให้ท่านมีพระกรุณาเปิดทางให้ได้เข้ามาดูแลธนาคารออมสิน” ชาติชาย เล่าให้ฟัง

เขากล่าวว่า “ใจผมคิดว่าหากไม่ได้รับการคัดเลือกผมก็ไม่เดือดร้อนอะไร เพราะงานที่ผมทำอยู่ในขณะนั้นให้ผลตอบแทนมากกว่าตำแหน่ง ผอ.ออมสิน เสียอีก และคุณบัณฑูรท่านก็บอกว่าถ้าหากไม่ได้ก็กลับมาทำงานที่เก่าได้

“รอบแรกเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ผมมาสมัครผมขาดคุณสมบัติไปนิดเดียว คิดว่าคงไม่มีโอกาสแล้ว เพราะอีก 4 ปีข้างหน้า ผมจะมีอายุงานเหลือน้อยแล้ว แต่ก็เกิดเหตุทำให้มีการเปิดรับสมัครตำแหน่ง ผอ.ออมสิน เร็วขึ้น 2 ปี ผมจึงมาสมัครในรอบที่ 2 และครั้งนี้ก็ได้รับคัดเลือกเป็น ผอ.ออมสิน คนที่ 16” ชาติชาย กล่าว

เมื่อมาพร้อมกับความตั้งใจและวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการบริหารธนาคารออมสิน ทำให้ชาติชายทำงานภายใต้พันธกิจของการเป็นธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ ซึ่งจะต้องช่วยเหลือสังคม ในขณะเดียวกันก็ต้องสร้างกำไรให้กับองค์กร เพราะกำไรของธนาคารคือรายได้นำส่งรัฐ ยิ่งบริหารได้ดีเท่าไหร่ ก็จะมีเงินส่งเข้ากระทรวงการคลังมากขึ้นเท่านั้น

ชาติชาย กล่าวด้วยความภูมิใจว่า เมื่อปีที่แล้ว ธนาคารออมสินนำรายได้ส่งรัฐ 1.7 หมื่นล้านบาท เป็นอันดับที่ 3 รองจาก ปตท. และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งในปีนี้ตั้งใจว่าจะนำรายได้ส่งคลังเป็นที่ 1 หรือที่ 2 ให้ได้

แนวทางหลักในการบริหารธนาคารออมสินที่ชาติชายวางไว้คือ “เปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ หรือสร้างแบรนดิ้งให้ชัดเจน เป็นธนาคารประชาชน เพื่อสนับสนุนการออมของประชาชนทุกกลุ่ม ไม่ใช่ธนาคารเด็กหรือธนาคารผู้สูงอายุ ปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ผู้บริหารและพนักงานใหม่หมด ปรับรูปแบบสาขา ถึงธนาคารออมสินจะเป็นธนาคารเก่าแก่แต่ก็ทันสมัยได้

“ขณะนี้เฉลี่ยอายุพนักงานของเราลดลง 50% เป็นพนักงานอายุต่ำกว่า 30 ปี ในเร็วๆ นี้ เราจะออกโครงการเออร์ลี่รีไทร์ให้กับพนักงานอายุเกิน 50 ปี ที่มีปัญหาสุขภาพอยากพักผ่อน หรือไม่อยากปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ก็จะทำให้อายุเฉลี่ยของพนักงานเราลดลงอีก” ชาติชาย กล่าว

นอกจากนี้ จะมุ่งเน้นสนับสนุนการออมมากกว่าปล่อยสินเชื่อ จากนั้นต้องตอบโจทย์ทุกกลุ่มเป้าหมาย ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ทันสมัย ให้ครอบคลุม และการพัฒนาระบบไอทีอย่างต่อเนื่องให้เทียบเท่ากับธนาคารพาณิชย์ เราพัฒนาอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง และโมบายแบงก์กิ้งไปแล้ว ก้าวต่อไปคือการเป็นดิจิทัลแบงก์กิ้ง เพื่อสร้างฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ สามารถเข้ามาใช้บริการของธนาคารเพิ่มขึ้น

ทางด้านการบริหารความเสี่ยง ก็ต้องตรวจสอบการปล่อยสินเชื่อ และติดตามทวงหนี้ที่กระจายไปถึงระดับสาขาทุกแห่งภายใต้ดัชนีชี้วัดเป็น KPI ควบคุมทุกปี ขณะที่สาขาแต่ละพื้นที่จะต้องใกล้ชิดกับประชาชนเพิ่มมากขึ้น ด้านหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอลนั้น ปีนี้ตั้งเป้ารักษาระดับหนี้เอ็นพีแอลไม่ให้เพิ่มขึ้นไปกว่าปัจจุบันถือว่าต่ำมาก แต่เมื่อธนาคารต้องมุ่งเน้นปล่อยสินเชื่อรายย่อยผู้มีรายได้น้อยตามนโยบายรัฐบาลเพิ่มขึ้น มีโอกาสที่หนี้เอ็นพีแอลจะขยับเพิ่มขึ้นได้ตามธรรมชาติ อีกทั้งต้องดูแลแก้หนี้ภาคประชาชน แม้จะมีการกระจายสินเชื่อแต่ละรายไม่สูงมาก ต้องเฝ้าติดตามและระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม นโยบายด้านเงินฝากนั้น หวังเพิ่มจำนวนของลูกค้ารายใหม่ให้เข้ามาเปิดบัญชีออมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มสัดส่วนและสร้างฐานเงินฝากต้นทุนต่ำ ซึ่งลูกค้าจะต้องได้ประโยชน์นำไปใช้ในการโอนบัญชีหรือต่อยอดทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆ หรือเพื่อใช้หมุนเวียนการประกอบธุรกิจ ต้องผูกทุกบัญชีให้เชื่อมโยงกัน ให้บริการที่รวดเร็วประทับใจ

ขณะนี้เราเปิดตัวบัตรเครดิตธนาคารออมสินแล้ว เรามีผลิตภัณฑ์การเงินครบสำหรับลูกค้าทุกกลุ่ม เราสามารถเช็กสเตตเมนต์ย้อนหลังได้ถึง 5 ปี ในขณะที่ธนาคารอื่นทำได้สูงสุดแค่ 36 เดือน ลูกค้าที่ถูกสลากออมสินเราก็จะมีป๊อปอัพขึ้นให้เลยว่าคุณถูกรางวัลเมื่อเข้ามาดูข้อมูล เป็นต้น

“ผมคิดว่าทำงานได้ตามพันธกิจที่ตั้งใจไว้ได้ถึง 60-70% แล้ว แต่ก็ยังต้องพัฒนา ต้องทำต่อไปอีก” ชาติชาย กล่าว

ชาติชาย บอกว่า ความแตกต่างของธนาคารเอกชนกับธนาคารของรัฐคือ กฎระเบียบที่เข้มงวดเหมือนราชการ การจัดซื้อจัดจ้าง งานทุกอย่างต้องมีการสั่งเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ใช่สั่งแล้วทำได้ทันทีเหมือนเอกชน เช่น จะทาสีตึกก็ต้องสั่งการไปถึง 6 เดือน ผ่านขั้นตอนต่างๆ จนถึงดำเนินการได้

เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากพนักงานปฏิบัติผิดก็จะมีความผิด เพราะมีระเบียบควบคุมอยู่ และมีความผิดด้านการละเมิดซึ่งเป็นความผิดอาญาด้วย ดังนั้นการสื่อสารในองค์กรเป็นสิ่งที่สำคัญมาก จะต้องพูดและอธิบายต่อพนักงานซ้ำๆ ให้ทั่วถึง ทุกคนต้องรู้ ฉะนั้นเขาจึงเป็นผู้อำนวยการธนาคารออมสินที่มีคลิปวิดีโอมากกว่า 100 คลิป ในการสื่อสารกับพนักงาน ซึ่งจะส่งไปทางอีเมล ทางอินทราเน็ตให้พนักงาน จะทำอะไรก็ต้องสื่อสารให้รู้ทั่วกัน นอกจากนี้ก็มีจุลสารภายในที่จะต้องส่งไปให้พนักงานทั่วประเทศ การเลื่อนชั้นตำแหน่ง การให้คุณให้โทษต้องทำอย่างโปร่งใสและยุติธรรม

“2 หมื่นคนในองค์กร มี ผอ.ออมสิน คนเดียวที่มีสัญญาว่าจ้างเป็นเวลา 4 ปี นอกนั้นเป็นพนักงาน ฉะนั้นพนักงานเขาจะมีความรักองค์กร อะไรไม่ถูกต้องไม่ดีเขาก็จะไม่ทำ ถ้าถามผมว่ามาทำงานแบงก์รัฐไม่กลัวจะติดคุกหรือ ผมตอบเลยว่าไม่กลัว เพราะผมไม่ได้เข้ามาเพื่อทำสิ่งที่ไม่ดี ผมมาเพื่อสร้างชื่อเสียงให้วงศ์ตระกูลของผม ถ้าทำงานโดยยึดถือกฎระเบียบ ความถูกต้อง ไม่ทำผิดก็จะไม่มีวันโดนลงโทษ” ชาติชาย กล่าว

ชาติชายตั้งเป้าหมายการทำงานไว้ว่าใน 4 ปี ในตำแหน่งนี้ เขาจะพยายามทำให้ธนาคารออมสินรุ่งเรืองเทียบเท่าธนาคารพาณิชย์ให้ได้ และเป็นธนาคารที่ช่วยเหลือสังคมตามนโยบายของรัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะต้องปิดความเสี่ยงจากการดำเนินการตามนโยบายรัฐ จะมีการแยกบัญชีออกมาให้ชัดเจน เพื่อที่จะได้รู้ว่าธนาคารมีกำไรจากการดำเนินการเองอย่างไร ในส่วนที่ทำธุรกิจปกติ เราก็จะทำให้ดีที่สุด

“ผมจะเป็นโรบินฮู้ด ทำกำไรจากคนรวยมาให้คนจน ธนาคารมีลูกค้าหลายระดับตั้งแต่ลูกค้ารายใหญ่จนถึงกลุ่มรากหญ้า ที่ธนาคารสามารถนำรายได้จากค่าธรรมเนียมต่างๆ มาชดเชยให้กับการทำธุรกรรมรายย่อยเพื่อสังคมที่ได้กำไรน้อย ซึ่งจะทำให้ธนาคารอยู่ได้ด้วยตัวเอง ลดภาระของรัฐบาล” ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าว

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา