
ยธ.ชงกม.ป้องกันการทรมาน-บังคับบุคคลสูญหายเข้าครม.เม.ย.นี้
"ปลัด ยธ." เตรียมเสนอ ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย พ.ศ. ... เข้าครม. เดือน เม.ย.นี้
"ปลัด ยธ." เตรียมเสนอ ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย พ.ศ. ... เข้าครม. เดือน เม.ย.นี้
เมื่อวันที่ 29 มี.ค. ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล พร้อมด้วยเครือข่ายภาคประชาสังคม ได้เดินทางมาเข้าพบตนเพื่อสอบถามความคืบหน้าเกี่ยวกับการปกป้องสิทธิมนุษยชน 5 ประเด็น คือ 1. ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย พ.ศ. ... 2.การยกเลิกโทษประหารชีวิต 3.การปฏิรูประบบงานราชทัณฑ์ 4.การเดินทางไปตอคำถามการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนรอบที่ 2 ของประเทศไทยปีพ.ศ. 2559 หรือ UPR และ 5.การริเริ่มของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพในการคุ้มครองนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนในประเทศ
นายชาญเชาวน์ กล่าวว่า ในส่วนของ ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย พ.ศ. ... นั้น ตนได้ชี้แจงให้แอมเนสตี้ฯและภาคประชาสังคมทราบว่า กระทรวงยุติธรรมจะเสนอร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อีกครั้งภายในเดือน เม.ย.นี้ ซึ่งที่ผ่านมา กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวแล้ว 2 ครั้ง
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ถือเป็นนโยบายที่สำคัญของรัฐบาลไทยที่เร่งรัดให้กฎหมายฉบับนี้ผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยเร็ว เพื่อเป็นการยืนยันและแสดงจุดยืนของประเทศไทยก่อนเดินทางไปร่วมประชุม UPR ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 พ.ค.นี้แน่นอน ซึ่งการประชุมดังกล่าว ตนจะเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยนำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินทางไปร่วมประชุมดังกล่าวด้วยตัวเอง
นายชาญเชาวน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับข้อดีของ ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย พ.ศ. ... คือ 1.เป็นการคุ้มครองเหยื่อที่ถูกอุ้มหายและถูกซ้อมทรมาน 2.ทำให้กระบวนการยุติธรรมทางอาญามีความโปร่งใสมากขึ้น และ 3.ถือว่าประเทศไทยมีความทัดเทียมกับนานาประเทศที่คุ้มครองสิทธิมนุษยชนในประเทศอย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีเงื่อนไขที่สำคัญเกี่ยวกับร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ คือ การที่ผู้บังคับใช้กฎหมายมีความตระหนักและเข้าใจมากพอหรือไม่ และถึงแม้จะมีความตระหนักมากพอ แต่ก็ยังมีเรื่องที่จะต้องพัฒนาต่อไปคือ ประสิทธิภาพและศักยภาพการสืบสวนสอบสวนให้มากกว่าปัจจุบัน และจะใช้กฎหมายที่ดีแบบนี้อย่างไรให้ได้ผลในทางปฏิบัติ
ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นเรื่องการยกเลิกโทษประหารชีวิตนั้น ในการพบกันครั้งนี้ ทางแอมเนสตี้ฯเข้าใจดีถึงสถานการณ์โลกในปัจจุบัน ซึ่งอยู่ในสถานการณ์เผชิญหน้ากับการก่อการร้าย ดังนั้น ตนจึงชี้แจงให้ทราบว่า การยกเลิกโทษประหารชีวิตนั้น จะต้องค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้ประชาชนมีความรู้สึกปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมมากขึ้น ส่วนการปฏิรูประบบงานราชทัณฑ์ ในเรื่องนี้มีมาตรฐานขั้นต่ำเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อผู้กระทำความผิด ซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ผลักดันมาตรฐานขั้นต่ำนี้ โดยเมื่อปี 2558 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เดินทางไปที่สหประชาชาติ นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้ประกาศย้ำในเรื่องนี้ด้วย เมื่อทางแอมเนสตี้ฯทราบก็รู้สึกพอใจและสนับสนุนสิ่งที่กรมราชทัณฑ์ของไทยพยายามทำให้เป็นรูปธรรม
นายชาญเชาวน์ กล่าวด้วยว่า และเรื่องสุดท้าย ซึ่งเป็นเรื่องการริเริ่มของกรมคุ้มครองสิทธิฯ ในการคุ้มครองนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนในประเทศนั้น ประกอบกับการที่สหประชาชาติได้มีมาตรฐานขั้นต่ำเกี่ยวกับการปกป้องคุ้มครองนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนมาใหม่ด้วย เราจึงได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและจะทำให้เรื่องนี้เป็นรูปธรรมมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การพบกันครั้งนี้ ทางแอมเนสตี้ฯได้ระบุว่า จะมีการนำเสนอสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศไทยในช่วงเดือน มิ.ย.นี้ ตนจึงได้บอกว่าทางประเทศไทยพร้อมรับฟังการรายงานดังกล่าว และจากนี้เราจะทำงานร่วมกับแอมเนสตี้ฯ และภาคประชาสังคม โดยเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ให้มากขึ้น ทั้งนี้ ถือเป็นการริเริ่มที่ดีและคงจะมีความร่วมมือที่จะทำให้เรื่องต่างๆเป็นรูปธรรมและทันสมัยมากขึ้น







