posttoday
ปชป.แนะรัฐร่วมลงทุนรถไฟกับจีน ให้นายกฯเจรจาโดยตรง

ปชป.แนะรัฐร่วมลงทุนรถไฟกับจีน ให้นายกฯเจรจาโดยตรง

28 มีนาคม 2559

ประชาธิปัตย์ข้อคิดเห็นปมลงทุนระบบรางแก่รัฐบาล ชี้ลงทุนรถไฟความเร็วสูงเองเสี่ยงเกินไป แนะหารือจีนร่วมลงทุนกับจีน ให้นายกฯเป็นผู้เจรจาโดยตรง

ประชาธิปัตย์ข้อคิดเห็นปมลงทุนระบบรางแก่รัฐบาล ชี้ลงทุนรถไฟความเร็วสูงเองเสี่ยงเกินไป แนะหารือจีนร่วมลงทุนกับจีน ให้นายกฯเป็นผู้เจรจาโดยตรง

เมื่อวันที่ 28 มี.ค. ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) เป็นตัวแทนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เพื่อเป็นข้อมูล ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาด้านกิจการรถไฟ หลังจากรัฐบาลประกาศเดินหน้าลงทุนรถไฟความเร็วสูงด้วยตัวเอง ในเส้นทาง กทม.- นครราชสีมา  โดยนายกรณ์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนแผนการลงทุนเพื่อพัฒนาระบบราง รวมถึงการลงทุนในรูปแบบที่เหมาะสมในโครงการรถไฟความเร็วสูง จึงมีข้อสังเกต ดังนี้

1.เส้นทางรถไฟความเร็วสูงแต่เดิมกำหนดไว้ว่าต้องถึงหนองคาย เพื่อเชื่อมกับรถไฟความเร็วสูงที่จีนมีแผนจะสร้างจากคุณหมิงผ่านลาว มาต่อกับเส้นทางของเรา กระทรวงคมนาคมสมมุติฐานว่า ในระยะแรกจะมีผู้โดยสารบนเส้นทางนี้ 7.5 ล้านเที่ยวต่อปี โดยในระยะยาวจะเพิ่มเป็น 20 ล้านเที่ยวต่อปี ดังนั้น แผนใหม่ของรัฐบาลที่เริ่มจาก กทม.- นครราชสีมา ซึ่งไม่เชื่อมกับรถไฟจีนจะมีผลกระทบในทางลบกับสมมุติฐานนี้อย่างมาก และจะส่งผลให้ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ และการเงินลดลงเช่นอย่างมากเช่นเดียวกัน ตลอดจนทำให้มิติความร่วมมือในภูมิภาคนี้ขาดหายไปอย่างชัดเจน นอกจากนี้โครงการนี้อาจจะซ้ำซ้อนกับโครงการรถไฟทางคู่ที่การรถไฟแห่งประเทศไทยจะพัฒนาในระบบราง 1 เมตร ในระยะทางที่ลดลงเหลือ 250 กิโลเมตร อาจทำให้ความได้เปรียบทางเวลาลดลง

2.โครงการนี้มีความเสี่ยงทางการเงินมากเกินกว่าฝ่ายไทยจะแบกรับภาระไว้ในฐานะผู้ลงทุนเพียงผู้เดียว สมมติฐานว่า จีนยังคงให้เงินกู้ ด้วยอัตราดอกเบี้ยร้อนละ 2 และรัฐบาลไทยต้องกู้ยืมเงินลงทุนประมาณ 170,000 ล้านบาท นั่นหมายความว่า รัฐบาลไทยจะต้องรับภาระดอกเบี้ยสูง ประมาณ 3,400 ล้านบาทต่อปี และถ้าเรามีสมมุติฐานเพิ่มเติมว่า ค่าโดยสารจะกำหนดไว้ที่ เที่ยวละ 500 บาท หมายความว่าจะต้องมีผู้โดยสารถึง 7 ล้านเที่ยวต่อปี  เพื่อจะมีรายได้เพียงพอต่อการชำระดอกเบี้ย ซึ่งเป็นจำนวนผู้โดยสารในสมมุติฐานเดิมของกระทรวงคมนาคมในกรณีที่รถไฟวิ่งผ่าน จ.ขอนแก่น อุดรธานี ถึงหนองคาย และเชื่อมกับผู้โดยสารจากประเทศลาว และจีน บวกกับผู้โดยสารบนเส้นทาง อ.แก่งคอย- จ.ระยอง ที่ได้มีการยกเลิกไปด้วย ดังนั้นจึงมองว่าโครงการนี้จะคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและการเงินได้ในกรณีที่เราให้จีนร่วมลงทุนด้วยเท่านั้น ทั้งนี้หากรัฐบาลไทยไม่ดำเนินการตามนี้จะมีความเสี่ยงสูงมากกว่าโครงการนี้จะเป็นภาระต่อภาษีที่ จะต้องชดเชยการขาดทุนในอนาคตต่อไป

3.การลงทุน การบริหาร และการดูแลกิจการรถไฟความเร็วสูงนี้ ควรดำเนินการโดยบริษัทร่วมลงทุนที่จัดตั้งขึ้นใหม่ เนื่องจากการรถไฟแห่งประเทศไทยมีภารกิจมากอยู่แล้วในการดำเนินการลงทุนสร้างทางคู่ในระบบรถไฟปัจจุบัน และยังมีความจำเป็นในการปฏิรูปการบริหารการรถไฟเพื่อประสิทธิภาพ การทำงานขององค์กรด้วย

4.การลงทุนโครงการนี้และโครงการขนาดใหญ่อื่นๆควรต้องผ่านการพิจารณาของผลกระทบต่อประชาชนทั่วไป และส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมให้รอบคอบตามขั้นตอนของกฎหมายปกติ มิเช่นนั้น โครงการจะหมดความยอมรับและอ่านไม่บรรลุผลตามความตั้งใจของรัฐบาล

5.การเจรจากับรัฐบาลจีนจะบรรลุร่วงได้ต่อเมื่อนายกรัฐมนตรี เป็นผู้เจรจาหลักการสำคัญโดยตรงกับผู้นำรัฐบาลจีนเท่านั้น เนื่องจากความล่าช้าที่ผ่านมาเกิดจากปัญหาความสับสนและการไม่สามารถตัดสินใจได้ของหน่วยงานจากทั้งสองฝ่าย เพราะขาดความมั่นใจและการให้ความสำคัญต่อข้อพิจารณาในภาพรวม ตลอดจนความสำคัญของโครงการนี้ในเชิงยุทธศาสตร์ของความ สัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ 6.การก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง จะเน้นการขนส่งผู้โดยสารเป็นหลัก มิใช่เพื่อขนส่งสินค้า ดังนั้นเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รัฐบาลจึงควรให้ความสำคัญ เรื่องการพัฒนาระบบโลจิสติกส์อย่างเร่งด่วน ด้วยการดำเนินการเร่งรัดโครงการต่างๆเพื่อรองรับการขนส่งสินค้าอาทิ โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ และโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หรือมอเตอร์เวย์ ให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศโดยเร็ว

ภาพจากเฟซบุ๊ก Team-Korn Chatikavanij Page

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI