
เร็วสูงรอบคอบ
ไม่ว่าการเร่งโครงการรถไฟความเร็วสูง เส้นกรุงเทพฯ-นครราชสีมาหรือโคราช จะให้เริ่มในอีก 4 เดือนข้างหน้า หรือเดือน ก.ค. จะด้วยเหตุผลว่าไทยจะช้าล้าสมัยไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว หรือว่าเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ วางแนวทางปฏิรูปให้ต่อยอดรถไฟความเร็วสูง หรือเป็นการสร้างสัมพันธ์ไทยจีนแบบจีทูจี มีการถ่ายทอดเทคโนโลยี และเจตนารมณ์ดีของรัฐบาลนี้อีกมากมาย
ไม่ว่าการเร่งโครงการรถไฟความเร็วสูง เส้นกรุงเทพฯ-นครราชสีมาหรือโคราช จะให้เริ่มในอีก 4 เดือนข้างหน้า หรือเดือน ก.ค. จะด้วยเหตุผลว่าไทยจะช้าล้าสมัยไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว หรือว่าเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ วางแนวทางปฏิรูปให้ต่อยอดรถไฟความเร็วสูง หรือเป็นการสร้างสัมพันธ์ไทยจีนแบบจีทูจี มีการถ่ายทอดเทคโนโลยี และเจตนารมณ์ดีของรัฐบาลนี้อีกมากมาย
แต่สิ่งหนึ่งที่อยากให้รัฐบาลช่วยตอบคือ ค่าโดยสารจากงบลงทุนรถไฟความเร็วสูงประมาณกว่าแสนล้านบาทดังกล่าว จะต้องเก็บเงินค่าโดยสารค่าตั๋วราคาเท่าไร กลุ่มคนที่นั่งมีเงินพอจ่ายหรือไม่ และในการจัดลำดับงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด โครงการดังกล่าวเหมาะสมที่จะต้องเร่งเริ่มด่วนใน 4 เดือนนั้นจริง
ทั้งนี้ เพราะจากคำอธิบายของรัฐบาลที่ผ่านมา มีการพูดถึงการบรรลุถึงข้อตกลง หรือข้อยุติในหลักการเกี่ยวกับการดำเนินการสร้างรถไฟความร่วมมือไทย-จีน คือไทยจะลงทุนดำเนินการเองทั้งหมดทุกขั้นตอนในลักษณะจีทูจี โดยไม่มีทั้งการให้สัมปทานหรือการร่วมทุนกับใครทั้งสิ้น เนื่องจากไทยมีศักยภาพสามารถทำได้ ขณะที่ทางหลักการของจีน คือจีนไม่สามารถจะร่วมลงทุนได้ในกรณีนี้ ถ้าหากว่าไม่ใช่เป็นเรื่องของสัมปทาน
รัฐบาลอธิบายว่า ที่เลือกลงทุนเองทั้งหมด เพื่อให้ผลประโยชน์ตกอยู่กับไทยทั้งสิ้น และไทยสามารถเริ่มเป็นโครงการแรก เป็นรถไฟความเร็วสูงเส้นแรก แม้ระยะทางไม่ยาวมากแค่กรุงเทพฯ-นครราชสีมา 250 กิโลเมตร ซึ่งจะใช้เทคโนโลยีจากจีนในการก่อสร้าง และถ่ายทอดความรู้ทั้งก่อสร้าง การบริหารจัดการเดินรถให้ไทยไปดำเนินการเอง
รถไฟความเร็วสูงนี้ จะบริการประชาชนเป็นหลัก หรือใช้ขนส่งคนมากกว่าขนของ ให้เดินทางได้สะดวกรวดเร็วขึ้น อยากให้เป็นรถไฟสู่อนาคต เป็นรถไฟความเร็วสูงเส้นประวัติศาสตร์ เพื่อประโยชน์ความสัมพันธ์ไทย-จีน เพื่อการพัฒนาการปฏิรูปประเทศไทย ระยะที่ 1 เพราะจากการสำรวจข้อมูลพบว่า ภาคอีสานจำเป็นต้องลงทุนโครงการดังกล่าวก่อนขณะนี้ เนื่องจากมีความพร้อมของศักยภาพในหลายๆ ด้าน ทั้งเรื่องการค้า การลงทุน ส่วนภาคอื่นให้รออีกระยะหนึ่ง
จากเหตุผลทั้งหมด จะเห็นได้ว่ารัฐบาลมีความปรารถนาดี มีการมองทั้งมิติเศรษฐกิจ การเมือง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่ข้อกังขาหลักๆ ก็ยังอยู่ที่การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการนี้ คุ้มค่าในการลงทุนเป็นแสนล้าน และเป็นโครงการเร่งด่วนต้องเริ่มใน 4 เดือนจริงหรือ
รัฐบาลเชื่อว่าจะมีจำนวนผู้โดยสารที่เดินทางจากกรุงเทพฯ ไปโคราช หรือโคราชเข้ามากรุงเทพฯ ที่จะพร้อมจ่ายค่าโดยสารในอัตรารถไฟความเร็วสูงดังกล่าวมากขนาดสามารถคุ้มทุนได้ภายในกี่ปี จำนวนผู้ที่มีศักยภาพทั้งการค้าการลงทุน หรือผู้ที่รัฐบาลบอกว่าจะสามารถนั่งรถไฟจากโคราชเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ เมื่อทำงานเสร็จก็นั่งรถไฟความเร็วสูงกลับไปบ้านที่โคราชใช้เวลาเดินทางแค่กว่า 1 ชั่วโมง มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ได้อยู่กับครอบครัว ในบรรยากาศไม่มีมลพิษเหมือนในเมือง แต่ค่าโดยสารไม่รู้ว่าคนทำงานกลุ่มดังกล่าวจะยอมจ่ายหรือไม่ เมื่อเทียบกับการเดินทางด้วยวิธีอื่น ที่ค่าโดยสารอาจจะไม่สูงเท่า แต่ยอมเสียเวลาเดินทางมากหน่อย
นอกจากนี้ ในแง่ของลำดับความสำคัญเร่งด่วน แค่เทียบกับลงทุนในระบบรางด้วยกัน งบประมาณดังกล่าวควรจะไปลงในโครงการรถไฟทางคู่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งให้ลดเวลาลง ลดค่าขนส่งลง หรือหากจะลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงในเส้นทางที่มีผู้โดยสารพร้อมจะจ่ายแพงระดับหนึ่ง เช่น กลุ่มนักท่องเที่ยว เส้นสุวรรณภูมิ-พัทยา เส้นทางนี้จะคุ้มทุนมากกว่าหรือไม่
เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงอยากให้รัฐบาลเปิดข้อมูล หากผลสำรวจของรัฐบาลที่ทราบมาทั้งหมดมีความคุ้มค่า ก็ลุยให้เต็มที่เลย







