posttoday
กรธ.ล็อคเก้าอี้ให้บิ๊กกองทัพ-ตร.นั่งสว.ชัดเจน

กรธ.ล็อคเก้าอี้ให้บิ๊กกองทัพ-ตร.นั่งสว.ชัดเจน

24 มีนาคม 2559

กรธ.ล็อคเก้าอี้ให้บิ๊กกองทัพ-ตร.นั่งสว.ชัดเจน พร้อมแก้ที่มาวุฒิสภาให้ทำบัญชีรายชื่อสว.ตัวจริงตัวสำรอง ขีดเส้นรัฐบาลต้องแจงแผนปฏิรูปต่อวุฒิสภาทุก 3 เดือน

กรธ.ล็อคเก้าอี้ให้บิ๊กกองทัพ-ตร.นั่งสว.ชัดเจน พร้อมแก้ที่มาวุฒิสภาให้ทำบัญชีรายชื่อสว.ตัวจริงตัวสำรอง ขีดเส้นรัฐบาลต้องแจงแผนปฏิรูปต่อวุฒิสภาทุก 3 เดือน

เมื่อวันที่ 24 มี.ค. การประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)นอกสถานที่ที่โรงแรม ดิ อิมพีเรียล หัวหิน บีช รีสอร์ท จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีความเห็นร่วมกันในการปรับแก้เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญในส่วนของบทเฉพาะกาลในระยะเปลี่ยนผ่านของประเทศ 5ปีแรก เกี่ยวกับที่มาสว.และนายกรัฐมนตรี มีเนื้อหาสำคัญดังนี้

1.วุฒิสภา กรธ.กำหนดให้มีสว.จำนวน 250 คน แบ่งเป็น (1) สว.สรรหาจำนวน 200 โดยมาจากการคัดเลือกของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จำนวน 194 คนซึ่งเลือกมาจากบัญชีรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิที่คณะกรรมสรรหาเลือกมาจำนวน 400 คน พร้อมกับกำหนดให้มีสว.โดยตำแหน่งจำนวน 6 คน ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารอากาศ ผู้บัญชาการทหารเรือ และ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยกำหนดให้มีบัญชีรายชื่อสว.สำรองจำนวน 50 คนด้วย

(2) สว.จำนวน 50 คน กำหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไปดำเนินการจัดให้มีการเลือกกันเองของผู้สมัครในระดับอำเภอ จังหวัด จนถึงระดับประเทศเพื่อให้ได้ผู้มีความเหมาะสมจำนวน 200 คนก่อนเสนอให้คสช.คัดเลือกให้เหลือ50 คนเพื่อเป็นสว. พร้อมกับมีบัญชีรายชื่อสว.สำรองอีก 50 คน

2.ที่มานายกรัฐมนตรี จากเดิมที่กำหนดให้รัฐสภาต้องมีมติ 2ใน3 หรือ 500 คะแนนจากสส.และสว.ทั้งหมด 750 คนเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรเลือกนายกรัฐมนตรีนอกบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง กรธ.ได้แก้ไขโดยกำหนดให้รัฐสภาต้องมีมติ 3ใน5 หรือ 450 คะแนนจากสส.และสว.ทั้งหมด 750 คน

นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกคณะกรธ. แถลงว่า คุณสมบัติของสว.ในกลุ่ม 200 คนจะใช้คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งสว.ตามบทหลักในรัฐธรรมนูญ แต่จะให้บุคคลที่เคยเป็นรัฐมนตรีสามารถมาเป็นสว.ได้ด้วย และในกรณีของผู้ที่เป็นสว.โดยตำแหน่งนั้นหากเกิดกรณีที่ผู้นำเหล่าทัพคนไหนพ้นจากตำแหน่งจะทำให้คนที่เข้ามาดำรงตำแหน่งแทนเข้ามาเป็นสว.

ขณะเดียวกัน กรธ.กำหนดให้ต้องดำเนินการจัดทำกฎหมายปฏิรูปประเทศให้เสร็จภายใน 120 วันนับตั้งแต่รัฐธรรมนูญนี้มีผลใช้บังคับใช้ และในช่วง 5 ปีแรกจะต้องเริ่มการปฏิรูปประเทศ โดยสว.มีหน้าที่ติดตามและผลักดันให้เกิดการปฏิรูปประเทศในช่วง5ปีแรก ทั้งนี้ กำหนดให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งรายงานเรื่องการปฏิรูปประเทศต่อวุฒิสภาทุก 3 เดือน โดยวุฒิสภาทำหน้าที่รับทราบเท่านั้น ไม่สามารถลงมติได้ นอกจากนี้ ยังได้มีแนวทางให้รัฐสภาร่วมกันพิจารณาร่างพ.ร.บ.เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศด้วย โดยก่อนจะกำหนดว่ากฎหมายใดเข้าข่ายเป็นกฎหมายเพื่อการปฏิรูปประเทศหรือไม่นั้นจะมีคณะกรรมการที่มาจากผู้บริหารระดับสูงของรัฐสภาและตัวแทนของคณะรัฐมนตรีทำหน้าที่พิจารณา

"หากสภามีปัญหาเกี่ยวกับกฎหมายโดยเฉพาะการพยายามเสนอกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการนิรโทษกรรมหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายการป้องกันและปราบปรามการทุจริตหรือกฎหมายเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดิน กฎหมายเกี่ยวกับการเพิ่มเติมโทษและองค์ประกอบความผิดในเรื่องความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ หากมีการยับยั้งในระดับวุฒิสภาหรือสภาฯให้กฎหมายเหล่านี้ต้องเข้าสู่การพิจารณาร่วมกันของทั้งสองสภา" นายอุดม กล่าว

ส่วนหลักการเกี่ยวกับการเลือกนายกรัฐมนตรี นายอุดม กล่าวว่า สาเหตุที่มีการเปลี่ยนแปลงตัวเลขมติของรัฐสภา ซึ่งมาจากการที่เราเห็นถึงช่องว่างที่เกิดขึ้นและทางตัน เพราะการที่พรรคแต่ละพรรคจะเสนอคนเข้ามาเป็นนายกฯในช่วง 5 ปีแรก พบว่าพรรคการเมืองใหญ่ยังไม่ค่อยมีความเต็มใจนัก ซึ่งกรธ.ก็ไม่ได้บังคับให้พรรคทุกพรรคต้องเสนอรายชื่อบุคคลที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรี แบบนี้ใน 5 ปีแรกเราเห็นว่าอาจจะยังไม่เห็นภาพชัดเจนว่าจะมีปัญหาอะไรบ้าง

เมื่อถามว่า การกำหนดให้คสช.เป็นคนเลือกสว.ในขั้นตอนสุดท้ายทั้งหมด แบบนี้จะถือเป็นการกินรวบหรือไม่ นายอุดม กล่าวว่า "ต้องอธิบายอย่างนี้ครับว่าในช่วงระยะเวลา 5 ปี การเปลี่ยนผ่านของการเมืองไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูปประเทศหรือการดูแลเรื่องความมั่นคงยังคงเป็นมีความจำเป็นที่ต้องทำให้กระบวนการทั้งหลายมีความเป็นเอกภาพ ผมคิดว่าการที่คสช.เขาเลือกใครเป็นสว. คงคิดแล้วว่าควรเป็นคนที่สามารถทำงานร่วมกันได้ หรือเป็นปลาน้ำเดียวกัน หากสว.มีทั้งคนที่คิดเหมือนและคิดต่างอาจจะเป็นปัญหาในการทำงานก็ได้ เกือบจะพูดได้ว่าสว.คงเป็นส่วนที่สร้างดุลยภาพในทางการเมืองในช่วง5ปี"

"อย่างน้อยการเมืองที่จะเดินต่อไปในช่วง 5 ปี ไม่ใช่การเมืองประเภทที่อยากให้เกิดความแตกแยก แต่อย่างน้อยควรก้าวไปสู่ฐานของการปฏิรูปประเทศที่รัฐธรรมนูญต้องการให้เกิดขึ้น และไม่ต้องการให้การเมืองกลับไปสู่ระบบล้างแค้นแบบเดิมอีก แต่อยากเห็นการเริ่มต้นใหม่ในการทำงานทางการเมือง ส่วนคนที่จะไปวิเคราะห์ว่าเป็นการสืบทอดอำนาจนั้นกรธ.เราไม่เคยคิด เพราะรัฐบาลและคสช.ยืนยันมาตลอดและมีจดหมายแจ้งเรามาว่าไม่ต้องกลัวและกังวลว่าคสช.จะสืบทอดอำนาจและเป็นนายกฯต่อ" นายอุดม กล่าว

นายอุดม กล่าวย้ำว่า การให้คสช.ดำเนินการเลือกสว.ทั้งหมด เพื่อต้องการให้สว.เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันหรือที่เรียกว่าเป็นปลาน้ำเดียวกัน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในเชิงจิตวิทยาการเมืองที่คิดว่าสว.ที่มาจากการเลือกกันเองของผู้สมัครมีความใหญ่กว่าสว.ที่มาจากการแต่งตั้งคสช. เพราะหากไม่ทำแบบนั้นอาจจะเกิดการแบ่งกลุ่มของสว.ระหว่างกลุ่มสว. 200 คน และกลุ่มสว. 50 คน

"จะได้ไม่เกิดปัญหาปลาสองน้ำ เพราะจะเกิดการเขม่นกันว่าคุณมาจากลูกใคร ดังนั้น จึงเห็นว่าควรให้ทั้ง250 คนมาจากพ่อแม่เดียวกัน" นายอุดม กล่าว

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI