
กกต.พร้อมเดินหน้าจัดประชามติ แนะไม่ควรตั้งเวทีรณรงค์เอง
กกต.ยันพร้อมเดินหน้าจัดทำประชามติ แนะไม่ควรตั้งเวทีรณรงค์เองหวั่นผิดกฎหมาย ย้ำออกเสียงครั้งนี้ไม่ใช้เครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์
กกต.ยันพร้อมเดินหน้าจัดทำประชามติ แนะไม่ควรตั้งเวทีรณรงค์เองหวั่นผิดกฎหมาย ย้ำออกเสียงครั้งนี้ไม่ใช้เครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์
เมื่อวันที่ 23 มี.ค. นายธนิศร์ ศรีประเทศ ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงถึงการเตรียมความพร้อมในการจัดการออกเสียงประชามติ โดยที่ประชุมได้รับทราบเกี่ยวกับร่างพ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ซึ่งกกต.ก็ได้เห็นชอบในหลักการให้ใช้วิธีพิเศษจ้างหน่วยงานของรัฐ ในการจัดพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญ
ทั้งนี้ เนื่องจากมีระยะเวลาในการดำเนินการจัดการออกเสียงประชามติค่อนข้างจำกัด แต่ยืนยันว่าการดำเนินการโดยวิธีพิเศษนั้น มีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ เพราะเป็นการจ้างหน่วยงานรัฐเท่านั้น นอกจากนี้ ที่ประชุมกกต. ยังเห็นชอบในกรอบกำหนดเวลาในการออกเสียงประชามติ ซึ่งคาดว่าน่าจะอยู่ในช่วงต้นเดือนส.ค.นี้
สำหรับงบประมาณในการจัดการออกเสียงประชามตินั้นอยู่ที่ 2,991 ล้านบาท ซึ่งกกต.จะส่งให้สำนักงบประมาณพิจารณาภายในสัปดาห์หน้า และยืนยันว่า กกต.มีความพร้อมในการจัดออกเสียงประชามติ ไม่มีปัญหาเรื่องงบประมาณแต่อย่างใด แต่ที่มีความล่าช้าในการพิจารณางบประมาน เนื่องจากกกต.ต้องพิจารณาทุกรายละเอียดอย่างรอบครอบ ไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนในการปฏิบัติงาน ที่จะส่งผลในสิ้นเปลืองงบประมาณเพื่อทำให้รัฐเกิดประโยชน์สูงสุด
ขณะที่ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวว่า การกำหนดงบประมาณการทำประชามติ 2 พันกว่าล้านบาทนั้น กกต.ได้พยายามดูรายละเอียดทุกบรรทัด เพื่อให้เกิดประโยชน์และประชาชนได้รับความสะดวกมากที่สุด ซึ่งกกต.จะส่งเรื่องไปยังสำนักงบประมาณให้พิจารณาต่อไป
ส่วนเรื่องบทลงโทษในร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญนั้น แทบไม่แตกต่างไปจากพ.ร.บ.ว่าด้วยความเรียบร้อยในการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 2550 แต่ในร่างพ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญนี้ จะมีการเพิ่มเติมข้อความในมาตรา 62 โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท
ส่วนข้อสงสัยว่าการกระทำใดที่จะเข้าข่ายความผิด ก็ต้องมีการยื่นคำร้องมายังสำนักงานกกต. ที่จะมีอนุกรรมการคอยพิจารณาเพื่อกลั่นกรองว่าจะรับหรือไม่รับก่อนนำเข้าสู่กระบวนการสอบสวน ถ้าสุจริตและสุภาพก็ไม่เป็นปัญหา และต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของที่ประชุมกกต.พิจารณาคำร้องว่าผิดหรือไม่ ถ้าเป็นการแสดงความเห็นเชิงหลักวิชาการก็ไม่ต้องกลัว ทั้งนี้ กกต.กำลังจัดทำคำแนะนำว่าการกระทำใดทำได้ และการกระทำใดอาจเสี่ยงที่จะขัดกฎหมายประชามติ เพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณะสร้างความเข้าใจให้มากขึ้น
สำหรับการจัดเวทีรณรงค์การออกเสียงประชามติ กกต.ไม่สนับสนุนให้เกิดการตั้งเวทีระดับจังหวัด ถ้าหากองค์กรใดประสงค์จะรณรงค์ในระดับจังหวัด เป็นไปได้ว่ากกต.จะไม่อนุมัติ เนื่องจากกกต.จะเปิดโอกาสให้ส่งตัวแทนมาดีเบตผ่านสื่อสาธารณะ โดยจะจัดทั้งหมด 10 รอบ ให้สองฝ่ายส่งตัวแทนมาแสดงความเห็นกัน ซึ่งถือว่าเป็นเวทีที่ใหญ่ประชาชนเข้าถึงได้มากกว่าและได้ประโยชน์กว่าการจัดเวทีในจังหวัด
อย่างไรก็ตาม ถ้ามีการจัดเวทีโดยไม่แจ้งกกต.นั้น ผู้จัดก็ต้องไปรับผิดชอบกันเอง ซึ่งอาจจะเข้าข่ายผิดต่อพ.ร.บ.ประชามติ หากจัดแล้วเกิดความวุ่นวายในพื้นที่นั้น หรือผิดต่อกฎหมายความมั่นคงเรื่องการห้ามชุมนุมทางการเมือง ดังนั้น หลักสำคัญต้องคำนึงถึงบรรยากาศความสงบเรียบร้อย มีเหตุมีผล ภายใต้กรอบกติกาของสังคมในปัจจุบัน
“ต้องเข้าใจว่าขณะนี้ยังไม่ใช่สังคมที่จะเปิดโอกาสในทุกเรื่อง ต้องทำเท่าที่ทำได้ การออกแบบเช่นนี้เป็นผลดีที่สุดที่ทำให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างสงบเรียบร้อยต่อบ้านเมือง ไม่เช่นนั้นอาจมีบางคนฉกฉวยเรื่องนี้มาใช้ประโยชน์ต่อกลุ่มการเมืองของตัวเอง”นายสมชัย กล่าว
อย่างไรก็ตาม ผลของการทำประชามติ คือ การตัดสินใจของประชาชน เมื่อออกมาอย่างไรต้องเดินหน้าในทิศทางนั้น จะห้ามคนทุกคนให้คิดเหมือนกันคงไม่ได้ ส่วนความกังวลว่าหลังจากการทำประชามติแล้วจะทำเกิดความขัดแย้งหรือไม่นั้น ประเด็นนี้ไม่ใช่ความรับของกกต. เพราะหน้าที่กกต.คือจัดทำประชามติและประกาศผลเท่านั้น
สำหรับกรณีที่คนต่างประเทศปลุกระดมเกี่ยวกับการทำประชามตินั้น ส่วนตัวยอมรับว่ากฎหมายการออกเสียงประชามติยังไปไม่ถึง และคงไม่มีการเขียนเพิ่ม แต่ถ้ามีการร้องเรียนก็ขึ้นอยู่กับกระบวนการพิจารณาของกกต. ซึ่งขอแค่ว่าให้กฎหมายออกมาบังคับใช้ได้ทันก็พอแล้ว
นายสมชัย กล่าวด้วยว่า เบื้องต้นทราบว่าที่ประชุมสนช. ได้มีการตัดข้อความในส่วนที่กกต.ให้มีการใช้เครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ในการนำร่องออกเสียงประชามติบางหน่วยเลือกตั้งที่มีความพร้อม ซึ่งการออกเสียงประชามติครั้งนี้ จึงยังไม่ได้ใช้เครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ แต่สนช.ให้เพิ่มในส่วนที่กรรมการประจำหน่วย(กปน.) สามารถช่วยเหลือผู้สูงอายุ หรือผู้พิการที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ในการเข้าไปคูหาด้วย เพื่อไปกากบาทบัตรออกเสียงประชามติให้ ตามเจตนารมณ์ของผู้ออกเสียงด้วย







