
กรธ.ให้มีสว.สรรหาตามข้อเสนอคสช.-ใช้บัตรเลือกตั้งสส.ใบเดียว
กรธ.รับข้อเสนอคสช.2ข้อ "เปิดทางสว.สรรหา-เลือกนายกฯนอกบัญชี" แต่ให้ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว นรชิต เผย เป็นการพบกันคนละครึ่งทาง
กรธ.รับข้อเสนอคสช.2ข้อ "เปิดทางสว.สรรหา-เลือกนายกฯนอกบัญชี" แต่ให้ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว นรชิต เผย เป็นการพบกันคนละครึ่งทาง
เมื่อวันที่ 22 มี.ค. ที่ประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้มีข้อสรุปเกี่ยวกับข้อเสนอปรับปรุงเนื้อหาในบทเฉพาะกาลของร่างรัฐธรรมนูญที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เสนอมาจำนวน 3 ข้อดังนี้
1.เห็นชอบให้มีวุฒิสภาจำนวน 250 คน โดยแบ่งเป็นสว.จำนวน 200 คน มาจากการคัดเลือกของคณะกรรมการสรรหาจำนวน 8-10 คนตามที่คสช.กำหนด ส่วนอีก 50 คนมาจากการเลือกกันเองของส่วนภูมิภาคตามสาขาวิชาชีพ 20 ด้านจำนวน 231 คนก่อนเลือกให้เหลือ50 คนตามหลักเกณฑ์ที่คสช.กำหนด ทั้งนี้ กำหนดให้บุคคลในคสช.และผู้ดำรงตำแหน่งข้าราชการประจำสามารถเป็นสว.ได้ โดยสว.ไม่มีอำนาจในการเลือกนายกฯและเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ
2.ยืนยันให้ใช้ระบบการเลือกตั้งสส.แบบจัดสรรปันส่วนผสมด้วยการลงคะแนนในบัตรเลือกตั้งเพียงหนึ่งใบตามที่กรธ.ได้กำหนดไว้
3.การเลือกนายกรัฐมนตรี กรธ.ยังคงยืนยันในหลักการที่ให้พรรคการเมืองต้องเสนอชื่อว่านายกฯจำนวน 3 คนตามเดิม แต่หากเกิดกรณีสภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถเลือกนายกฯได้ จะต้องมีการเปิดประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อลงมติ2ใน3เพื่อของดเว้นการบังคับใช้รัฐธรรมนูญเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับการเลือกนายกฯจากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง จากนั้นสภาฯจะเป็นผู้พิจารณาต่อไปว่าจะให้บุคคลใดมาดำรงตำแหน่งนายกฯ โดยบุคคลนั้นจะเป็นหรือไม่เป็นสส.ก็ได้
นายนรชิต สิงหเสนี โฆษกคณะกรธ.แถลงว่า สำหรับกระบวนการในการได้มาซึ่งสว. ทางกรธ.เห็นด้วยกับการให้มีสว.จำนวน 250คน แต่สว.จำนวน 50 คนจะสรรหามาจากผู้ที่ได้รับเลือกตามสาขาวิชาชีพ 20ด้านตามที่กรธ.กำหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรก กล่าวคือ จะมีการสมัครในระดับอำเภอ คัดเลือกมาสู่ระดับจังหวัด ไปสู่ระดับประเทศประมาณ 231 คน โดยจะมีคณะกรรมการสรรหาจำนวน 8-10 คนไปทำการเลือกให้เหลือ 50 คน ส่วนอีก 200คน จะมาจากการสรรหาโดยคณะกรรมการสรรหาตามที่คสช.กำหนด
"วุฒิสภาจะเป็นปลาน้ำเดียวกันทั้งหมด คือ มาจากการสรรหา แต่อย่างน้อย 50 คนจะเป็นสภาพลเมืองอย่างที่เราได้ออกแบบไว้ ส่วนหนึ่งคือจะเป็นการทดลองด้วยว่าสามารถปฏิบัติได้และสามารถมีผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเป็นคนที่เข้ามาเป็นสว.ได้ กล่าวง่ายๆก็คือพบกันครึ่งทาง 250 คนอย่างที่ขอ 200 ท่านสรรหา อีก 50 คนขอให้สรรหาจากผู้ที่สมัครเข้ามา ซึ่งสว.จะมีวาระดำรงตำแหน่ง 5 ปี"นายนรชิต กล่าว
นายนรชิต กล่าวอีกว่า สำหรับอำนาจหน้าที่ของสว.จะยังคงมีตามปกติแต่จะมีอำนาจพิเศษตามที่คสช.เสนอมาแะ ได้แก่ การผลักดันกฎหมายปฏิรูป การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ เป็นต้น แต่วุฒิสภาจะไม่มีอำนาจในขอเปิดอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ เพราะกรธ.เห็นว่าตรงนี้เป็นหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร จึงไม่ได้บัญญัติไว้ในบทเฉพาะกาล
สำหรับข้อเสนอของคสช. ที่ขอให้งดการเสนอบัญชีรายชื่อว่าที่นายกฯของพรรคการเมืองจำนวน 3 รายชื่อ โฆษกกรธ. กล่าวว่า กรธ.เห็นว่าการจะงดเว้นในเรื่องดังกล่าว จะต้องมาจากการประชุมร่วมกันของสภาฯและวุฒิสภาเท่านั้นว่าจะเห็นชอบกับการให้เลือกนายกฯจากบุคคลที่อยู่นอกบัญชีของพรรคการเมืองที่เสนอได้หรือไม่ โดยจะต้องใช้2ใน3ของรัฐสภาเพื่อขอยกเลิกเงื่อนไขดังกล่าว อย่างไรก็ตาม การจะเปิดประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาเรื่องนี้จะมาจากการเข้าชื่อของสส.จำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งของสภาฯ ทั้งนี้ เมื่อรัฐสภามีมติให้งดเว้นการใช้รัฐธรรมนูญในเรื่องนี้แล้ว สภาฯจะทำหน้าที่เลือกนายกฯกันเอง โดยใช้เสียงเกินกึ่งของสภาฯเพื่อพิจารณาจะให้บุคคลใดเป็นนายกฯ
นายนรชิต กล่าวอีกว่า สาเหตุที่กรธ.ยังคงให้การเลือกตั้งสส.ใช้บัตรลงคะแนนเพียงหนึ่งใบ เนื่องจากข้อเสนอที่คสช.แนะนำมาให้ใช้บัตรเลือกตั้งสองใบนั้นไม่สามารถเข้ากับหลักการที่กรธ.วางเอาไว้ได้ กรธ.จึงยืนยันให้ใช้ระบบการเลือกตั้งตามที่กรธ.กำหนดไว้ตามเดิม โดยไม่มีการระบุไว้ในบทเฉพาะกาล
"ทั้งหมดนี้คิดว่าจะเป็นข้อสรุปที่ชัดเจนและตรงกับสิ่งที่คสช.ได้ขอให้กรธ.พิจารณา เรียนย้ำอีกครั้งว่าเราได้พิจารณาด้วยเหตุผลและรอบคอบ และต้องขอบคุณคสช.และแม่น้ำ 4สายที่มีข้อเสนอแนะเข้ามา โดยมีคนเปรียบเทียบว่าถ้าเป็นแนวทางปกติของทหารอาจจะเขียนมาบอกว่าจึงเรียนมาเพื่อโปรดดำเนินการ แต่สิ่งที่เสนอเข้ามาประธานกรธ.ตั้งข้อสังเกตุว่าเป็นการระบุว่าจึงเรียนมาเพื่อมากรุณาพิจารณา ซึ่งเป็นการให้เกียรติกับกรธ.พิจารณา เราก็พิจารณาตอบสนองแล้ว อย่างไรก็ตาม เนื้อหาทั้งหมดนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปจะบัญญัติไว้ในบทถาวรของรัฐธรรมนูญหรือจะบัญญัติไว้เฉพาะในบทเฉพาะกาลเท่านั้น แต่เท่าที่คสช.เสนอมานี้เป็นการขอให้อยู่ในบทเฉพาะกาล"นายนรชิต กล่าว
เมื่อถามว่า จะไม่มีผู้นำเหล่าทัพเข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นสว.ใช่หรือไม่ นายนรชิต กล่าวว่า กรธ.ได้หารือและอาจเปิดทางว่าจะให้ผู้ที่ดำรงตำแหน่งจากคสช.สามารถเข้ารับการสรรหหาเป็นสว.ได้ไม่เกินร้อยละ 2.5 หรือร้อยละ 5 จากจำนวนสว.ทั้งหมด เช่นเดียวกับข้าราชการประจำก็สามารถเป็นสว.ได้
เมื่อถามว่า ทำไมไม่ให้มีสว.จากวิชาชีพ 20 ด้านจำนวน 200 คน และให้มีสว.จากการสรรหาจำนวน 50 คน นายนรชิต กล่าวว่า "ต้องดูที่มาที่ไปก่อน เดิมเราขอให้เป็นสว.จากการเลือกทางอ้อม 250 คน แต่เขาขอให้มีสว.สรรหาทั้งหมด โดยให้เหตุผลเรื่องความมั่นคงในช่วงระยะเปลี่ยนผ่าน เราก็ขอกลับไป คอมโพรไมซ์ (Compromise : ประนีประนอม)กัน คือ คุณ 200 คน ผมก็ได้ 50 คน"
เมื่อถามว่าการเลือกนายกฯจะต้องดำเนินการภายในกี่วันหลังจากวันเลือกตั้ง นายนรชิต กล่าวว่า การเลือกนายกฯ กรธ.ยังคงเจตนารมณ์เดิมที่ต้องการให้สภาฯเป็นผู้เลือกนายกฯ ซึ่งเบื้องต้นกำหนดว่าจะต้องใช้เวลา 90 วันในการตั้งรัฐบาล
"สส.ยังเป็นผู้เลือกนายกฯในสภาฯ โดยพรรคการเมืองที่ได้เสียงมากที่สุด หรือถ้าไม่มีแต่รวมตัวกันได้เสียงมากที่สุดก็เสนอชื่อนายกฯ ก็ทำไปตามครรลองปกติ ถ้าท่านทำได้ก็จบ ถ้าท่านทำไม่ได้ นี่คือสิ่งที่เขาบอกมาว่าการที่เราระบุอย่างนี้อาจเกิดปัญหาที่คนถูกเสนอชื่อถอนตัวหรือพรรคการเมืองไม่สามารถตกกลงกันได้ เมื่อเขาทำไม่ได้ภายในกำหนด ทางหนึ่งก็คือการเปิดประชุมรัฐสภาโดยสส.ครึ่งหนึ่งของสภาฯเป็นผู้เสนอญัตติขอให้เปิด และเราก็หาทางออกไว้ให้เพื่อของดเว้นกการใช้รัฐธรรมนูญ โดยสว.จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเลือกนายกฯ ดังนั้น ไม่ต้องพูดเรื่องสืบทอดอะไรอีก"นายนรชิต กล่าว
เมื่อถามว่า หากเกิดกรณีสภาไม่เห็นด้วยกับการงดเว้นการใช้รัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกนายกฯ จะส่งผลให้เกิดการยื้อเวลาเพื่อตั้งนายกฯออกไปเรื่อยใช่หรือไม่ นายนรชิต กล่าวว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นจะมีการกำหนดลงไปว่าจะต้องตั้งรัฐบาลภายในเวลาที่รัฐธรรมนูญกำหนด ถ้าทำไม่ได้ สภานั้นจะถูกยุบและเลือกตั้งกันใหม่ ซึ่งเป็นวิถีทางของประชาธิปไตยทั่วโลก
"เราจะไม่ปล่อยให้เกิดสถานการณ์ที่ไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้เป็นปีๆ แต่ไม่แน่ใจว่าบางคนต้องการอย่างนั้นก็ได้ เรายังต้องการให้พรรคการเมืองเป็นผู้เสนอชื่อนายกฯเพื่อประชาชนได้ทราบ"นายนรชิต กล่าว







