
ต๊อกให้ดาบดีเอสไอคดีรถหรู
รมว.ยุติธรรม ให้อำนาจดีเอสไอตัดสินใจคดีสมเด็จช่วง ไม่ว่าออกหมายเรียกหรือหมายจับ
รมว.ยุติธรรม ให้อำนาจดีเอสไอตัดสินใจคดีสมเด็จช่วง ไม่ว่าออกหมายเรียกหรือหมายจับ
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม เปิดเผยว่า ได้ให้แนวทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่าจากนี้ไป ขอให้ดำเนินการในคดีสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ครอบครองรถยนต์ผิดกฎหมายไปตามที่เห็นสมควร กรณีไม่มาให้ปากคำตามหมายเรียกก็ต้องขอให้ศาลออกหมายจับ ซึ่งเป็นดุลพินิจของศาล
“ที่ผ่านมาให้เกียรติที่สุดแล้ว หลังจากนี้จะไม่เข้าไปก้าวก่าย การทำตามกฎหมายคือ การจาบจ้วงเช่นนั้นหรือ” พล.อ.ไพบูลย์ เปิดแถลงข่าวที่กระทรวงยุติธรรม หลังเครือข่ายพระธรรมจาริกและศูนย์พิทักษ์ศาสนาแห่งชาติ ระบุว่า มีพฤติกรรมจาบจ้วงสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ในฐานะ รมว.ยุติธรรม ได้เข้ามากำกับดูแลกรณีดังกล่าวเพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และพยายามไม่ให้เกิดปัญหาจาบจ้วงอย่างที่สุดแล้ว กำชับให้เจ้าหน้าที่ให้เกียรติทุกขั้นตอน แต่ทนายความกำลังทำให้สมเด็จช่วงเสียเกียรติหรือไม่ ขณะนี้เลยขั้นตอนที่จะเข้าไปดูแลสถานะทางสังคมของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ไปแล้ว
“จะออกหมายเรียกในฐานะพยาน หรือผู้ต้องหาให้เป็นดุลพินิจของพนักงานสอบสวน หลังจากนี้หากทนายความและลูกศิษย์ที่ยังมีข้อข้องใจขอให้มาพบที่สำนักงานรัฐมนตรี เพราะไม่เห็นด้วยกับการแถลงข่าวตอบโต้กันไปมา” รมว.ยุติธรรม กล่าว
ด้าน นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เดิมตั้งใจว่าจะนัดหารือกับคณะสงฆ์ที่มหาเถรสมาคม (มส.) มอบหมายให้ทำงานร่วมกับพระเถระชั้นผู้ใหญ่ เรื่องการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช แต่ต่างฝ่ายต่างมีภารกิจ จึงต้องเลื่อนไป ส่วนปัญหาคดีครอบครองรถผิดกฎหมายก็เป็นประเด็นตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่เห็นมีการเคลื่อนไหวของมวลชน ส่วนพระสงฆ์ที่จะออกมาเคลื่อนไหวก็ให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ไปทำความเข้าใจ คิดว่าไม่น่าบานปลาย







