
เสี่ยเบนซ์ปฏิเสธข้อหา
ทนายเสี่ยเบนซ์แจงลูกความปฏิเสธข้อหาเมาแล้วขับ-ขัดขวางเจ้าหน้าที่
ทนายเสี่ยเบนซ์แจงลูกความปฏิเสธข้อหาเมาแล้วขับ-ขัดขวางเจ้าหน้าที่
พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา 2 ข้อต่อนายเจนภพ วีรพร ผู้ต้องหาคดีขับรถเบนซ์ชนกับรถฟอร์ด จนเป็นเหตุให้นักศึกษาปริญญาโทเสียชีวิต 2 ราย ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา คือ ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน กรณีไม่ยินยอมตรวจหาสารเสพติดและระดับแอลกอฮอล์
ทั้งนี้ ทนายความของนายเจนภพได้แจ้งมายังตำรวจว่านายเจนภพปฏิเสธข้อหาที่สอง แต่รับสารภาพข้อหาที่ขับรถประมาทเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังรอผลตรวจสารเสพติดและสารอื่นๆ ในร่างกายนายเจนภพ ซึ่งจะทราบผลเร็วๆ นี้
พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 กล่าวว่า หลังเกิดเหตุนายเจนภพปฏิเสธที่จะตรวจแอลกอฮอล์ ตำรวจจึงแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งผู้ต้องหาปฏิเสธและขอสู้คดีในชั้นศาล
ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางไป จ.จันทบุรี เพื่อพบกับครอบครัวนายกฤษณะ ถาวร หนึ่งในผู้เสียชีวิต พร้อมกล่าวขอโทษกรณีตำรวจทำงานล่าช้า และมีแนวโน้มว่าจะทำคดีในลักษณะปกป้องผู้กระทำผิด นอกจากนี้ยังได้มอบเงินช่วยเหลือให้กับครอบครัวนายกฤษณะด้วย
พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวว่า ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเจ้าหน้าที่กรมคุมประพฤติ กรณีผ่อนผันให้อดีตเยาวชนที่ขับรถชนรถตู้โดยสาร มีผู้เสียชีวิต 9 ราย จนพ้นระยะเวลาคุมประพฤติบริการสังคม ทำให้กรมคุมประพฤติต้องทำหนังสือต่อศาลขอขยายเวลาคุมประพฤติ และเยาวชนคนดังกล่าวไม่ทำตามเงื่อนไข ที่ต้องบริการสังคมในพื้นที่ทะเบียนบ้าน แต่กลับทำงานบริการสังคมที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าในกทม.แทน อีกทั้งไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ด้วย
ด้าน พ.อ.พีระพล ปกป้อง รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า กล่าวว่า เยาวชนคนดังกล่าวได้มาทำงานบริการสังคมจริง ในวันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา ตามที่ออกหนังสือรับรองให้กับผู้ถูกคุมประพฤติ ซึ่งมีบันทึกขั้นตอนตามระเบียบทุกอย่าง รวมทั้งในวันดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ของกรมคุมประพฤติมาควบคุมดูแล







