
ผ่าทางตัน 'กม.มีดหมอ' ต่างมุมคิดแต่ไม่แตกแยก
...ธนก บังผล
ในวงเสวนาของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย หัวข้อ
“หาจุดร่วมสงวนจุดต่าง : ทางออก พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากบริการสาธารณสุข” ได้สะท้อนปัญหาแนวคิดต่างมุมของแพทย์คนไข้นักกฎหมาย โดยสรุปประเด็นน่าสนใจเพื่อหาทางออกร่วมกัน นำเสนอดังนี้นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา ยืนยันว่า ไม่เห็นด้วยกับการออกกฎหมายฉบับนี้ในหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องเงินที่จะนำมาจ่ายเป็นค่าเยียวยาให้กับผู้เสียหาย หากประกาศใช้เมื่อไหร่จะทำให้มีผู้เสียหายฟ้องร้องแพทย์มากขึ้น เพื่อเรียกค่าเสียหายหลักล้านบาทขึ้นไป
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ มีประเด็นการฟ้อง 2 ต่อ คือ ผู้เสียหายจะได้เงิน 2 ต่อ หากได้เงินเยียวยาแล้วไปฟ้องศาลอีก ซึ่งอาจต้องนำไปเสียค่าทนาย ค่าศาลจนหมด กฎหมายฉบับนี้ทำให้การดูแลเลวลง แต่ต้องเสียเงินมากขึ้น เนื่องจากผู้ร่างหวังจะได้เป็นผู้บริหารกองทุนจำนวนหลายหมื่นล้านบาท และขยายเครือข่ายไปทั่วประเทศ
อีกหนึ่งมุมมอง น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เชื่อว่า ไม่มีหมอคนไหนในประเทศไทยอยากทำให้คนไข้เสียหาย ทว่าเมื่อเกิดความเสียหายขึ้น หมอเองก็เสียใจ ในส่วนประเด็นที่กลัวผู้เสียหายจะได้เงิน 2 ต่อนั้น มาตรา 34 ระบุว่า ถ้าฟ้องได้เงินแล้วผู้เสียหายยังไม่ยอมและยังไปฟ้องศาลต่อ กองทุนนี้จะไม่รับรอง
กรณีพิพาทที่เกิดขึ้นมันไม่ง่ายที่คนเล็กๆ น้อยๆ จะใช้กฎหมาย ความขัดแย้งมีขึ้นเรื่อยๆ จะปล่อยให้ระบบแบบนี้เดินหน้าหรือไม่นั้น เมื่อไม่มีกระบวนการชดเชย และบอกตรงๆ เลยว่า ไม่มีใครอยากได้เงินเพราะต้องตาย พิการ เจ็บป่วย แต่ถ้ารักษาแล้วหายเป็นปกติจะได้เงินอย่างไร
นายดล บุนนาค ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำสำนักประธานศาลฎีกา กล่าวว่า ข้อขัดแย้งต่อกฎหมายฉบับนี้ต้องปรับความคิดกันก่อนในระดับหนึ่งคือ ถ้าผิดก็ต้องยอมรับผิด แต่ถ้าไม่ผิดก็ยอมรับกันคนละครึ่ง เรื่องนี้มีอยู่ 2 ประเด็นคือ นโยบายกับกฎหมาย เรื่องกฎหมายเป็นหน้าที่ของรัฐสภา ขณะนี้กฎหมายคุ้มครองผู้เสียหายฯ เป็นลูกผสม หากทำกฎหมายเป็นสวัสดิการ คนตัดสินต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางแพทย์ ส่วนที่ดีของกฎหมายควรรักษาไว้แล้วปรับในส่วนที่บกพร่อง
ขณะที่ นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ รองเลขาธิการ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า บุคลากรสาธารณสุขเคยแต่งชุดดำคัดค้านกฎหมายมาแล้วเมื่อ 78 ปีที่แล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดวันนี้คือ
“ความไว้วางใจ” เมื่อจำนวนการฟ้องร้องเพิ่มขึ้น การชดเชยความเสียหายจากกระบวนการทางศาลมีข้อเสียคือใช้เวลานาน ซึ่งกระทบทั้งผู้เสียหายและแพทย์ อีกทั้งการพิสูจน์ถูกผิดบางครั้งก็นำไปสู่การดึงข้อมูลทางการแพทย์จนอาจทำให้ติดคุกและค่าชดเชยอาจน้อยกว่าที่ควรความขัดแย้งที่เกิดขึ้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เตรียมเรียกทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้ามาหารือเป็นการด่วนก่อนที่ร่างกฎหมายนี้จะมีการพิจารณาในสภาเป็นวาระด่วนที่ 10 ในวันที่ 4 ส.ค.นี้ ส่วน นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้เปิดเวทีเจรจานัดแรกวันนี้ที่ สธ.เพื่อหาจุดร่วม
ทางออกจึงต้องสร้างความเชื่อมั่นต่อกันทุกฝ่าย







