
วิกฤตแล้ง ผลิตไฟฟ้า ลดเหลือ1%
ต้นเหตุแล้งจัดการผลิตไฟฟ้าจากน้ำในเขื่อนลดเหลือไม่ถึง 1% กฟผ.พึ่งการเดินเครื่องจากน้ำมันเตา
ต้นเหตุแล้งจัดการผลิตไฟฟ้าจากน้ำในเขื่อนลดเหลือไม่ถึง 1% กฟผ.พึ่งการเดินเครื่องจากน้ำมันเตา
นายสุธน บุญประสงค์ รองผู้ว่าการระบบส่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า ปัญหาจากภาวะภัยแล้งส่งผลให้การผลิตไฟฟ้าจากน้ำในเขื่อนลดต่ำลงเหลือเฉลี่ยไม่ถึง 1% จากเดิมการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 5% เนื่องจากการปล่อยน้ำจากเขื่อนเน้นไปเพื่อการอุปโภคและบริโภคเป็นหลัก
ขณะนี้ กฟผ.เน้นการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตไฟฟ้าโดยรวมให้มีต้นทุนที่ต่ำสุด เพื่อประโยชน์โดยตรงต่ออัตราค่าไฟฟ้า โดยเฉพาะช่วงราคาน้ำมันเตาที่ลดลงมา โรงไฟฟ้าบางแห่งที่เดินเครื่องได้ทั้งก๊าซธรรมชาติและน้ำมันเตา ก็จะเปลี่ยนเป็นน้ำมันเตา
“ช่วงนี้น้ำมันเริ่มขึ้นแล้วถ้าเปลี่ยนเป็นน้ำมันเตาแทนแอลเอ็นจีบางแห่งก็ทำให้ต้นทุนการผลิตรวมถูกกว่า ก็จะมีผลสะท้อนไปยังค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติหรือเอฟที ซึ่งก็จะถัวเฉลี่ยกับการผลิตไฟจากน้ำที่ต้นทุนต่ำสุด แต่ขณะนี้เราก็ผลิตได้น้อยกว่าเดิมเพราะเจอปัญหาภัยแล้ง” นายสุธน กล่าว
ทั้งนี้ กฟผ.คาดการณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีก) ปี 2559 จะอยู่ระดับ 2.85 หมื่นเมกะวัตต์ อุณหภูมิเฉลี่ยที่ 38.5-39 องศาเซลเซียส โดยประเมินว่าช่วงพีกน่าจะเกิดปลายเดือน เม.ย. แม้ว่าพีกจะเกิดขึ้นในระดับดังกล่าว แต่ภาพรวมกำลังการผลิตไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณ 3.9 หมื่นเมกะวัตต์ ทำให้สำรองไฟฟ้ายังคงมีถึง 30% จึงมั่นใจได้ว่าระบบไฟฟ้าจะเพียงพอกับความต้องการ ซึ่งอุณหภูมิที่สูงขึ้น 1 องศาฯ จะทำให้ความต้องการใช้ไฟเพิ่มขึ้น 350 เมกะวัตต์







