
พท.อัดร่างประชามติปิดกั้นเสรีภาพ
เพื่อไทยอัดร่างประชามติถอยหลังกว่าปี 2550 ปิดกั้นเสรีภาพ เอื้อ คสช.อุ้มรัฐธรรมนูญ
เพื่อไทยอัดร่างประชามติถอยหลังกว่าปี 2550 ปิดกั้นเสรีภาพ เอื้อ คสช.อุ้มรัฐธรรมนูญ
นายชูศักดิ์ ศิรินิล หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า มาตรฐานการลงประชามติปี 2559 ด้อยกว่าการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญในปี 2550 เพราะมีการกำหนดหลักเกณฑ์และกลไกของรัฐทุกรูปแบบ เพื่อต้องการให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบของประชาชนให้ได้
ขณะเดียวกันยังได้จำกัดการแสดงออกของฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญตั้งแต่กระบวนการยกร่างยังไม่แล้วเสร็จ และยังใช้กลไกทางกฎหมายเพื่อเป็น เครื่องมือจำกัดบทบาทของฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย ซึ่งขัดต่อหลักการและสาระสำคัญของการออกเสียงประชามติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคะแนนเสียงเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญนั้น ต้องเป็นคะแนนเสียง ข้างมากของผู้มีสิทธิที่มาออกเสียงประชามติเท่านั้น ไม่ว่าบัตรลงคะแนนนั้นจะเป็น บัตรดีหรือบัตรเสีย ก็ถือว่าผู้นั้นออกมาใช้สิทธิแล้ว
"ข้อแตกต่างระเบียบการออกเสียงประชามติปี 2550 กับปี 2559 โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้ฝ่ายที่เห็นด้วยกับฝ่าย ที่ไม่เห็นด้วย รณรงค์แนวคิดของแต่ละฝ่ายนั้น ปี 2550 ถือว่าเปิดกว้างมาก แต่ปี 2559 จำกัดความคิดและการแสดง ออก ตั้งแต่ระหว่างการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญจนถึงช่วงเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ โดยกำหนดให้ฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยตั้งตัวแทนและไปลงทะเบียนต่อ กกต. เพื่อบันทึกเทปความเห็น เพื่อที่ กกต. จะนำออกอากาศเผยแพร่เท่านั้น" นาย ชูศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้ ถ้ามีการรณรงค์เหมือนปี 2550 อาจเสี่ยงที่จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายที่ กกต.กำลังนำเสนอสภานิติบัญญัติ แห่งชาติ (สนช.) และอาจกระทำไม่ได้ ถ้าไม่มีการยกเลิกประกาศการห้ามชุมนุมและทำกิจกรรมทางการเมือง ในขณะที่ คสช.และรัฐบาลกลับใช้กลไกของรัฐทุกรูปแบบผ่านกระทรวงมหาดไทยและกลาโหม ชี้นำให้ประชาชนสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญมานานแล้วตั้งแต่ยังไม่เป็นร่างที่ยุติ
ด้าน นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ด้านการเมือง กล่าวว่า ในวันที่ 15 มี.ค. ทาง กมธ.จะประชุมหารือถึงข้อเสนอต่อการตั้งคำถาม ประชามติ ซึ่งน่าจะมี 2 ลักษณะ คือ 1.เกี่ยวกับความเดือดร้อนของประเทศ เช่น การสร้างเขื่อนเพื่อแก้ปัญหาเรื่องการ จัดการน้ำ 2.เกี่ยวกับการเมือง โดยเฉพาะ ช่วงเปลี่ยนผ่านที่ต้องกำหนดไว้ในบท เฉพาะกาล
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังมีความเห็นไม่ตรงกัน เช่น สว.สรรหา และนายกฯ คนนอก และเมื่อได้ข้อสรุปที่ตรงกัน แล้วก็จะแจ้งให้วิป สปท.รับทราบ เพื่อ เป็นข้อมูลไว้นำไปหารือร่วมกับวิป สนช.ต่อไป







