posttoday
อย่าผลีผลามลุยหุ้น-ทองคำ

อย่าผลีผลามลุยหุ้น-ทองคำ

14 มีนาคม 2559

ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ทำให้เงินท่วมโลกหนักมากขึ้น หลังจากอัดยาแรงเหนือความคาดหมายของตลาด

โดย...แน่งน้อย ชัยรัตนมโนกร

ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ทำให้เงินท่วมโลกหนักมากขึ้น  หลังจากอัดยาแรงเหนือความคาดหมายของตลาด  ทั้งการปรับลดอัตราดอกเบี้ยทั้ง 3 ตัวลงไปต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และยังเพิ่มวงเงินในการซื้อสินทรัพย์ต่อเดือนจาก 6 หมื่นล้านยูโร มาที่ 8 หมื่นล้านยูโร โดยจะเริ่มเข้าซื้อหุ้นกู้เอกชนที่มีอันดับน่าลงทุนตั้งแต่ไตรมาส 2/2559 เป็นต้นไป จนถึงเดือน มี.ค. 2560 และที่สำคัญได้สนับสนุนดอกเบี้ยต่ำให้แก่สถาบันการเงินในการขยายสินเชื่อด้วย

การตัดสินใจครั้งสำคัญของอีซีบี เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2559 ทำให้ตลาดตีความว่าในการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) วันที่ 14-15 มี.ค.นี้ ยังไม่รีบปรับลดดอกเบี้ยลงอีกรอบ หลังจากช็อกตลาดกดดอกเบี้ยเงินฝากของสถาบันการเงินติดลบ 0.25% ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 15-16 มี.ค. ก็ยังไม่สามารถปรับขึ้นดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 2 ได้เช่นกัน

อีซีบีทำให้เงินทุนเคลื่อนย้ายรุนแรงอีกครั้ง   แม้ปฏิกิริยาวันนั้นจะทำให้ตลาดหุ้นสำคัญของโลกปรับตัวลงแรง เช่น หุ้นในยุโรป เพราะผิดหวังที่ มาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป ส่งสัญญาณว่าอาจจะยุติการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต แต่วันที่ 11 มี.ค. ตลาดก็สามารถดีดกลับขึ้นมาได้ และเห็นสัญญาณชัดเจนเรื่องเงินทุนไหลบ่าเข้าตลาดหุ้น  รวมถึงตลาดหุ้นไทยที่ดีดขึ้นแรงถึง 14.35 จุด

แต่นักลงทุนอย่าเพิ่งชะล่าใจ  กระโดดเข้าตลาดหุ้นเต็มตัว กูรูหลายคนยังไม่เชื่อว่าตลาดจะไปได้ไกลนัก สะกิดให้เลือกหุ้นให้ดี เสียงเตือนเรื่องหุ้น พลังงาน เช่น บริษัท ปตท. (PTT) และบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม หรือ ปตท.สผ. (PTTEP) ราคาขึ้นมาแรงแซงราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกในขณะนี้แล้ว

พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ธนชาต แนะนำว่านักลงทุนควรจะเลือกหุ้นที่มีเงินปันผลดีและมีการเติบโต แต่ราคายังปรับขึ้นมาไม่มากนัก เช่น กลุ่มโรงกลั่น อาทิ บริษัท ไออาร์พีซี บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ เพราะรอบนี้นักลงทุนต่างชาติจะเข้ามาอย่างระมัดระวัง และเป็นการซื้อคืนหลังจากขายออกไปมาก จนถือหุ้นไทยต่ำที่สุดร่วม 10 ปี

ขณะนี้เงินไหลเข้ามาแล้วแต่ยังไม่จริงจัง เห็นได้จากการเลือกซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน กองทุนอสังหาริมทรัพย์ และค่อยๆ รุกเข้าหุ้นโรงไฟฟ้าที่เป็นหุ้นปลอดภัย มีผลตอบแทนปันผลสูง ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานและธนาคารพาณิชย์ราคาปรับตัวขึ้นมามากแล้ว

สภาพคล่องที่ล้นจะมีเงินไหลเข้าตลาดหุ้นไทย และในช่วงเดือน พ.ค.นี้ เป็นเทศกาลจ่ายเงินปันผลของบริษัทจดทะเบียน คาดว่ามีโอกาสสูงกว่า 2 แสนล้านบาท แม้ว่าได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วกว่า 1 แสนล้านบาทก็ตาม

นักกลยุทธ์รายหนึ่งให้ความเห็นว่า หุ้นจะขึ้นมากแค่ไหนต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยพื้นฐานด้วย  ในเมื่อเศรษฐกิจไทยยังคงอ่อนแอลง แม้ว่าภาครัฐจะออกมาตรการผ่อนคลายการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ รวมถึงส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชน แต่ก็ยังไม่เห็นผลอย่างที่ตั้งเป้าหมายไว้  ส่วนกำลังซื้อในประเทศที่อ่อนแรง รวมถึงปัญหาภัยแล้งที่กำลังเกิดขึ้น คาดว่าจะเป็นปัจจัยลบต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียน หากหักกำไรของกลุ่มพลังงานที่ดีขึ้นออกไป กำไรของภาพรวมอาจจะเติบโตต่ำกว่า 10% จึงไม่จูงใจให้เม็ดเงินต่างประเทศไหลเข้ามามากเหมือนในอดีต

เช่นเดียวกับการลงทุนในทองคำ  ซึ่งเป็นดาวเด่นสำหรับการลงทุนในปีนี้  ราคาวิ่งขึ้นมาเร็วและแรงมาก หลังจากเริ่มมีความชัดเจนว่าภาวะเศรษฐกิจโลกไม่เอื้ออำนวยให้เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ได้อย่างที่ประกาศไว้ และเมื่อวันที่ 10 มี.ค. ราคาทองคำก็พุ่งกระฉูดสวนทางหุ้นโลก  ส่งผลให้ราคาขายในประเทศ วันที่ 11 มี.ค.  เปิดกระโดดบาทละ  400 บาท หลังจากนั้นมีการปรับขึ้นปรับลงรวมถึง 11  ครั้ง จนมาจบวัน บวก 200 บาท แต่เมื่อวันที่ 12 มี.ค. ราคากลับหลังหันลงแรง 300 บาท หลังจากสัญญาทองคำตลาด COMEX ร่วงลง 22.80 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์

จิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ  แนะนำว่าราคาทองคำจะไม่ปรับขึ้นแรงเหมือนที่ผ่านมา นักลงทุนที่จะเข้าไปซื้อตอนนี้ก็ยังไม่ต้องรีบเข้า รอให้ราคาย่อลงมาก่อน ต่ำกว่า 21,000 บาทก็จะปลอดภัย ตอนนี้ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการลงทุนใหม่ เพราะราคาจะผันผวนแรง หาโอกาสเข้าซื้อในราคาต่ำและขายออกทำกำไร รอบละ100-200 บาทได้ เท่านั้น สถานการณ์ไม่เหมาะสำหรับถือลงทุนยาว และราคาคงจะผ่าน 1,275 เหรียญสหรัฐ ยาก คงจะแกว่งหลายรอบกว่าจะผ่านได้

“ปีนี้ยังจะต้องรอดูว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยได้ 1 ครั้งหรือไม่  ซึ่งเรื่องไม่ขึ้นดอกเบี้ยเป็นผลดีต่อทองคำ แต่ราคาก็ขึ้นมามากแล้ว และเศรษฐกิจสหรัฐก็ยังไม่ดี เพราะฉะนั้นเงินเหรียญสหรัฐ คงไม่แข็งค่ามากนัก นั่นหมายความว่าเงินบาทคงจะไม่อ่อนไปถึง 38-39 บาท/เหรียญสหรัฐ อย่างที่คาดการณ์กัน ผมว่าเงินบาทน่าจะเคลื่อนไหวแถว 35 บาท ก็ทำให้ราคาทองคำในประเทศปรับขึ้นน้อยกว่าราคาในตลาดโลก  เหมือนเมื่อวันศุกร์ที่เงินบาทแข็งค่าที่สุดในรอบ 7 เดือน”

อีซีบีแจกเงินรอบนี้  หวังว่าสภาพคล่องจะไหลเข้าตลาดหุ้นเอเชีย และตลาดหุ้นไทยน่าจะได้รับอานิสงส์บ้าง!!

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา