มท.เผยงบตำบลละ5ล้านเบิกจ่ายแล้วกว่าหมื่นล้าน
มหาดไทยเผยงบส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชนมียอดเบิกจ่ายกว่าหมื่นล้าน เชื่อเม็ดเงินกระจายเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจฐานรากได้ตามเป้าหมาย
มหาดไทยเผยงบส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชนมียอดเบิกจ่ายกว่าหมื่นล้าน เชื่อเม็ดเงินกระจายเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจฐานรากได้ตามเป้าหมาย
เมื่อวันที่ 13 มี.ค.นายชยพล ธิติศักดิ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะโฆษกกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยได้รับจัดสรรงบประมาณโครงการตามมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชนจำนวน 42,368.42 ล้านบาท ข้อมูล ณ วันที่ 11 มี.ค. สามารถก่อหนี้ผูกพันแล้ว 32,704.67 ล้านบาท และมียอดการเบิกจ่ายงบประมาณตามมาตรการต่างๆ เป็นเงิน 15,736.85 ล้านบาท
ทั้งนี้ ประกอบด้วย 1.มาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล (ตำบลละ 5 ล้านบาท) ได้รับอนุมัติงบจำนวน 121,527 โครงการ เป็นเงิน 36,254.78 ล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว 11,946.32 ล้านบาท 2.มาตรการสำคัญเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและคนยากจนในการสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ได้รับการอนุมัติ 3,800 โครงการ เป็นเงิน 3,114.95 ล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว 1,856.00 ล้านบาท
3.โครงการสนับสนุนการจัดหาเครื่องจักรกลทางการเกษตรให้แก่กลุ่มสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร ได้รับอนุมัติ 412 รายการ เป็นเงิน 247.51 ล้านบาท ดำเนินการในพื้นที่ 21 จังหวัด เบิกจ่ายแล้ว 121.72 ล้านบาท และ 4.มาตรการส่งเสริมการลงทุนขนาดเล็กของรัฐบาล กระทรวงมหาดไทยได้รับงบประมาณ 4,105 รายการ เป็นเงิน 2,286.44 ล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว 1,812.81 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถกระจายเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจฐานรากได้ตามเป้าหมาย
สำหรับ การดำเนินงานโครงการของงบตำบลละ 5 ล้านบาทภาพรวมมีความคืบหน้าในการดำเนินงานเป็นที่น่าพึงพอใจ และข้อมูลจากระบบ GFMIS มีหลายจังหวัดสามารถเบิกจ่ายงบได้เป็นจำนวนมาก เช่น นราธิวาส เบิกจ่ายแล้วร้อยละ 91.01 ของงบที่ได้รับจัดสรร 385 ล้านบาท สกลนคร เบิกจ่ายแล้วร้อยละ 82.45 ของงบที่ได้รับจัดสรร 625 ล้านบาท และกาญจนบุรี เบิกจ่ายแล้วร้อยละ 78.59 ของงบที่ได้รับจัดสรร 490 ล้านบาท
โฆษกกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ขณะนี้งบประมาณตามมาตรการดังกล่าว มีห้วงระยะเวลาดำเนินการที่จำกัด โดยเฉพาะในช่วงระยะเวลา 3 สัปดาห์ที่เหลือ ที่ทุกจังหวัดจะต้องเร่งเบิกจ่ายงบประมาณที่ได้รับจัดสรรให้ทันตามกำหนดระยะเวลา จึงเกรงว่าระบบอาจจะรองรับไม่ทัน ดังนั้นเพื่อให้การเบิกจ่ายชเป็นไปตามเป้าหมาย จึงจำเป็นจะต้องทำการก่อหนี้ผูกพัน โดยการจองเงินในระบบ (PO) ไว้ก่อนในทุกๆโครงการ ภายใน 31 มีนาคมนี้ ซึ่งพล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีความห่วงใยเป็นอย่างยิ่งและต้องการให้แต่ละหน่วยงานเร่งก่อหนี้ผูกพันให้ได้มากที่สุด โดยได้มอบเป็นนโยบายให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ในแต่ละพื้นที่ลงไปกำกับติดตาม ตรวจสอบดูแลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด และ เป็นไปอย่างโปร่งใส







