
ซอฟต์ดริ้งค์รุกอาเซียน
ไทยดริ้งค์ปั้นเอส 4 ประเทศ หวัง 5 ปีโตเท่าตัว 5 หมื่นล้าน คาราบาวแดงเน้นซีแอลเอ็มวี
ไทยดริ้งค์ปั้นเอส 4 ประเทศ หวัง 5 ปีโตเท่าตัว 5 หมื่นล้าน คาราบาวแดงเน้นซีแอลเอ็มวี
นายวิเวก ชาห์บรา กรรมการผู้อำนวยการบริษัท ไทยดริ้งค์ ในเครือกลุ่มเจริญ สิริวัฒนภักดี ผู้จัดจำหน่ายเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์ในเครือไทยเบฟเวอเรจ เปิดเผยว่า วิชั่น 2020 ของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ หรือปี 2558-2563 วางเป้าหมายก้าวเป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มในตลาดอาเซียน สินค้าที่เข้าไปเปิดตลาดต้องติดอันดับ 1 ใน 2 ของตลาด โดยบริษัทโฟกัสสินค้า 5 กลุ่มหลักในพอร์ตโฟลิโอ ได้แก่ ชาเขียวโออิชิ น้ำอัดลมเอส โคล่า ไอศกรีม แมกโนเลีย นมถั่วเหลืองนูทรีซอย และเครื่องดื่มเกลือแร่ฮันเดรด พลัส
ทั้งนี้ บริษัทวางแผนเปิดตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมเอส โคล่า ที่เมียนมา สปป.ลาว กัมพูชา ภายในปีนี้ นำร่องที่เมียนมาก่อน เนื่องจากตลาดเครื่องดื่มมีศักยภาพเติบโตอีกมาก โดยบริษัทใช้ฐานการผลิตเอฟ แอนด์ เอ็น ซึ่งมีสำนักงานตั้งอยู่ที่เมียนมาทำตลาด ส่วน สปป.ลาวและกัมพูชา ใช้ฐานผลิตและส่งออกจากไทย หลังจากก่อนหน้านี้ส่งออกไปมาเลเซีย 6 เดือน ได้รับการตอบรับดี มีส่วนแบ่ง 4% ส่วนในไทยปีที่ผ่านมาได้ปรับพอร์ตโฟลิโอขนาดสินค้าและวางยุทธศาสตร์ใหม่
สำหรับการทำตลาดบริษัทยังเดินหน้าสร้างฐานลูกค้าให้เป็นผู้ดื่มประจำ หลังจากโปรโมชั่นปีที่ผ่านมาทำให้ผู้ดื่มประจำเพิ่มจากไตรมาส 3 จาก 35% เพิ่มเป็น 47% โดยใช้งบ 160 ล้านบาท จัดแคมเปญ ”เอส เชียร์สุดซี้ด ต้อง SEAT ติดขอบ” ต้อนรับในช่วงฤดูร้อน จัดโปรโมชั่นชิงโชคลุ้นรางวัลตั๋วรับชมฟุตบอลที่ฝรั่งเศส และรางวัลซัมซุง กาแล็คซี่ S7 ราว 500 เครื่อง คาดกระตุ้นยอดขายโต 15% ในช่วงหน้าร้อน รวมทั้งผลักดันให้มีลูกค้าดื่มประจำเพิ่มขึ้น
“กลยุทธ์ของเอสจากนี้ไปให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์ ให้เป็นที่รักสำหรับกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ในรูปแบบแตกต่างจากคู่แข่ง เช่น เอสเพลย์ น้ำอัดลมสีผสมองุ่นและเบอร์รี่ ซึ่งเปิดตัวไม่ถึง 2 เดือน ยอดขายราว 2.5 แสนลัง ล่าสุดดึง นายณเดชน์ คูกิมิยะ มาเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ตัวแทนคนรุ่นใหม่ และจากกลยุทธ์ครบวงจร คาดเอสสิ้นปีจะโตตัวเลขหลักเดียว จากปีที่ผ่านมามีส่วนแบ่ง 10% รั้งอันดับ3” นายวิเวก กล่าว
ขณะที่ตลาดน้ำอัดลมมูลค่า 5 หมื่นล้านบาท อาจไม่โต เนื่องจากผู้บริโภคกลางถึงล่างยังระวังการใช้จ่าย ตามแนวโน้มเศรษฐกิจโลกชะลอตัว โดยเฉพาะจีนที่ชะลอมาก กระทบความเชื่อมั่นผู้บริโภค ส่วนปัญหาภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้น บริษัทมั่นใจว่ากำลังการผลิตจากโรงงานทั้งหมด 7 แห่ง รองรับกับความต้องการของผู้บริโภคได้
นายวิเวก กล่าวว่า ส่วนเป้าระยะยาว บริษัท ไทยดริ้งค์ ปี 2563 ตั้งเป้า 5 หมื่นล้านบาท โตเท่าตัวจากปี 2558 รายได้รวม 2.5 หมื่นล้านบาท โดยรายได้ต่างประเทศจะเป็นส่วนหนึ่งร่วมผลักดันให้ 5 ปี รายได้รวมของไทยเบฟฯ เป็น 3 แสนล้านบาท ส่วนสิ้นปีนี้รายได้ 1.62 แสนล้านบาท ซึ่งมีสินค้าเรือธงของไทยดริ้งค์ 2 แบรนด์ คือ เอส โคล่า รายได้มาจากต่างประเทศสัดส่วน 50% อีก 50% เป็นในประเทศ ส่วนโออิชิจากต่างประเทศ 40% และในประเทศ 60%
ด้าน บริษัท คาราบาว กรุ๊ป ระบุว่า ปีนี้จะเน้นขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มซีแอลเอ็มวี ซึ่งยอดขายช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ ทำสถิติสูงสุดมากกว่าที่เคยทำได้ปี 2553 สวนทางกับภาพรวมอุตสาหกรรม ทำให้บริษัทตั้งเป้ายอดขายปีนี้โต 15-20% จากปีก่อนยอดขาย 7,800 ล้านบาท และตั้งงบลงทุนไว้ 500-600 ล้านบาท ขยายกำลังผลิตเครื่องดื่มกระป๋องและปรับปรุงเครื่องจักร







