
ปั่นเพื่อตัวเอง และเพื่อโลก
โดย...เชาวลิต บุณยภูษิต เครือข่ายพุทธิกา http://www.budnet.org
โดย...เชาวลิต บุณยภูษิต เครือข่ายพุทธิกา http://www.budnet.org
ผมออกกำลังกายแม้จะไม่ทุกวันแต่ก็เป็นประจำ เหตุผลที่ออกกำลังกายจนกลายเป็นกิจวัตร ไม่ใช่เพื่อลดความอ้วนดังที่ผู้คนจำนวนหนึ่งในยุคสมัยนี้มองเป้าหมายของการออกกำลังกายกัน แต่จุดมุ่งหมายของผมคือการมีสุขภาพที่ดี ร่างกายแข็งแรง ลดการพึ่งพาหมอและโรงพยาบาลให้เหลือน้อยที่สุดและพึ่งพาเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ซึ่งก็ได้ผลตามที่วางไว้ ตั้งแต่เริ่มออกกำลังกายมาเป็นปกตินิสัย ผมไม่เคยเจ็บไข้ไม่สบายจนถึงขนาดเข้าโรงพยาบาลหรือล้มหมอนนอนเสื่อเลย บางปีแม้แต่ไข้หวัดก็ไม่มีเลยสักครั้งเดียว บางครั้งถึงแม้อากาศภายนอกจะเปลี่ยนแปลง โดนฝนต้องลมบ้างร่างกายก็ไม่ได้แสดงอาการผิดปกติออกมาให้เห็น ซึ่งน่าจะเกิดจากเหตุปัจจัยต่างๆ ที่หมั่นสั่งสม ทั้งอาหารการกิน การออกกำลังกาย การพักผ่อนที่เพียงพอ ฯลฯ เป็นเหตุให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันและทำให้สุขภาพแข็งแรง
ในระยะ 3-4 ปีมานี้ ตามถนนหนทางสังเกตเห็นได้ว่าคนไทยนิยมขี่จักรยานออกกำลังกายกันมากขึ้น ซึ่งก็เป็นแนวโน้มและค่านิยมที่ดี กล่าวคือ โดยส่วนตัวก็เป็นผลดีต่อสุขภาพของคนขี่เอง และโดยส่วนรวมทำให้รัฐมีตัวเลือกนักกีฬาในการแข่งขันจักรยานประเภทต่างๆ มากขึ้น นอกจากนี้ การขี่จักรยานก็ยังลดการใช้รถยนต์ ช่วยลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้อีกทางหนึ่งด้วย (ดูได้จากตัวเลข Co2 บนไมค์จักรยานที่ขี่แต่ละครั้ง)
พูดถึงเรื่องการขี่จักรยานเพื่อสุขภาพ ผมขอนำประสบการณ์การทดลองด้วยตัวเองมาเล่าสู่กันฟัง
หลังจากตรวจร่างกายประจำปี 2558 เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 2558 ผลการตรวจร่างกายปรากฏค่าที่ผิดปกติ 2 อย่าง คือ
1.ค่าไขมันในเลือด (คอเลสเตอรอล) 273 มก./ดล. (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 200 มก./ดล.)
2.ไขมันไม่ดี (LDL) 188 มก./ดล. (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 160 มก./ดล.)
แพทย์แนะนำว่าค่าไขมันในเลือดสูงกว่าเกณฑ์ที่เหมาะสมแล้ว อาจจะเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง และทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ จะให้ยาลดไขมันในเลือด แต่ผมปฏิเสธ บอกหมอไปว่าผมขอทดลองตัวเอง นอกจากควบคุมอาหารบางชนิดตามคำแนะนำแล้วผมก็จะออกกำลังกายเพิ่ม ซึ่งก็คือขี่จักรยานเฉลี่ยสัปดาห์ละ 2 วัน ครั้งหนึ่งเป็นระยะทางประมาณ 25-30 กม. ใช้เวลาขี่ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง
ผลจากการขี่จักรยานเพิ่มเติมจากการวิ่งออกกำลังกาย ปรากฏผลการตรวจเลือดครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 21 ม.ค. 2559 ดังนี้
1.ค่าไขมันในเลือด (คอเลสเตอรอล) ลดลงเหลือ 245 มก./ดล.
2.ไขมันไม่ดี (LDL) ลดลงเหลือ 167 มก./ดล.
ผลจากการใช้ตัวเองเป็นเครื่องทดลองดังกล่าว น่าจะสรุปได้ว่าสาเหตุที่ตัวเลขคอเลสเตอรอลลดลงอย่างเห็นได้ชัดน่าจะเป็นผลมาจากการออกกำลังกายขี่จักรยาน เพราะการขี่จักรยานทำให้ร่างกายได้เผาผลาญเต็มที่ และถ้ายังขี่อย่างต่อเนื่องคาดว่าตรวจร่างกายงวดต่อไปอีก 6 เดือนข้างหน้า ตัวเลขคอเลสเตอรอลน่าจะลดลงต่ำกว่า 245 มก./ดล. อย่างแน่นอน โดยผมไม่ต้องพึ่งพายาจากแพทย์แต่อย่างใดเลย ซึ่งนับเป็นอานิสงส์จากการขี่จักรยานโดยตรงก็ว่าได้
นอกจากเรื่องขี่จักรยานเพื่อสุขภาพและเพื่อการกีฬาแล้ว ยังมีผลที่ตามมาในทางสังคมอย่างเช่นที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในปี 2558 คือ การจัดกิจกรรมปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติ “bike for MOM ปั่นเพื่อแม่” เมื่อวันที่ 16 ส.ค. 2558 และ “ปั่นเพื่อพ่อ BIKE FOR DAD” เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2558 ซึ่งเป็นกิจกรรมที่หลอมรวมใจคนไทยทั้งชาติเข้าด้วยกัน การปั่นจักรยานระดับชาติทั้งสองครั้ง ทรงนำโดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ร่วมกิจกรรมโดยคนไทยทุกกลุ่มอาชีพทุกวัย เพื่อจุดมุ่งหมายเดียวกันคือการแสดงความจงรักภักดีต่อประมุขของชาติ
สำหรับกิจกรรมปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติ “bike for MOM ปั่นเพื่อแม่” กินเนสบุ๊ก เวิลด์ ออฟ เรกคอร์ดส์ ถึงกับให้การรับรองประเทศไทยว่าเป็นเจ้าของสถิติโลก มีจำนวนผู้เข้าร่วมในการปั่นจักรยานในครั้งนั้น 136,411 คน ซึ่งทำลายสถิติที่ไต้หวันเคยทำไว้ที่ 72,919 คนลง และถือว่าประเทศไทยเป็นเจ้าของสถิติโลกรายใหม่ที่มีคนร่วมปั่นจักรยานพร้อมกันมากที่สุดในโลก
การร่วมปั่นจักรยาน “ปั่นเพื่อพ่อ BIKE FOR DAD” เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2558 เป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจ นอกจากจะได้ร่วมแสดงความจงรักภักดีต่อในหลวงแล้ว ยังมีเพื่อนร่วมทางนับหมื่นๆ ได้ออกกำลังกายและสูดอากาศบนท้องถนนที่ไม่มีควันรถในย่านต่างๆ ในเขตกรุงเทพฯ เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลินและไม่รู้สึกเหนื่อยแต่อย่างใดเลย เพราะมีคนคอยปรบมือ คอยให้กำลังใจสองข้างทางตลอดระยะ 29 กม. เป็นความประทับใจไม่รู้ลืม นึกถึงคราวใดก็ปลื้มใจไม่รู้จาง
ผมคิดว่ากิจกรรมลักษณะนี้ควรจัดให้เป็นกิจกรรมประจำปีของประเทศไทย ทำให้เป็นสิ่งที่ผู้คนรอเข้าร่วมกิจกรรม เหมือนอย่างรายการแข่งขันจักรยานระดับโลก Tour de France ของฝรั่งเศสที่มีมานานกว่าร้อยปี
ถ้าทำอย่างนั้นได้ ในแต่ละปีนอกจากจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยแล้ว ยังมีผู้เดินทางเข้าร่วมการปั่นจักรยานประจำปีเพิ่มขึ้นอีกโดยไม่ต้องสงสัย
ก่อนจบบทความนี้ ก็ขอส่งท้ายว่าเมื่อออกกำลังกายและมีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคภัยเบียดเบียน ก็ต้องเตือนสติตัวเองเสมอว่า เราต้องไม่หลงมัวเมาติดอยู่กับร่างกายที่สมบูรณ์ ต้องพยายามใช้ร่างกายที่ไม่มีโรคภัยเบียดเบียนนี้ขวนขวายสร้างประโยชน์ให้เกิดขึ้นในแต่ละวันที่มีชีวิตอยู่ให้ได้
สมดังที่พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) นำพุทธพจน์มาเน้นย้ำในหนังสือ “อมฤตพจนา : พุทธศาสนสุภาษิต” ว่า “เวลาแต่ละวัน อย่าให้ผ่านไปเปล่า จะน้อยหรือมาก ก็ให้ได้อะไรบ้าง (อโมฆํ ทิวสํ กยิรา อปฺเปน พหุเกน วา)”







