
นักท่องเที่ยวจีน
เป็นเวลานานกว่า 3 ทศวรรษแล้ว ที่ภาคเอกชนในส่วนท่องเที่ยวและบริการของไทยเข้าไปทำธุรกิจท่องเที่ยวกับบริษัทท่องเที่ยวเอกชนและรัฐวิสาหกิจของจีน ในการที่จะนำนักท่องเที่ยวจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเที่ยวเมืองไทย ซึ่งในยุครุ่นบุกเบิกนั้นว่ากันว่านักธุรกิจไทย ทั้งบริษัทนำเที่ยว โรงแรมต่างก็ยังไม่ค่อยสันทัดในการเจรจาธุรกิจกับชาวจีนบนผืนแผ่นดินใหญ่มากนัก กอปรกับอุปสรรคในด้านภาษาที่ค่อนข้างจะหานักธุรกิจจีนที่พร้อมจะใช้ภาษากลาง คือ ภาษาอังกฤษ ในการเจรจาพูดคุยได้ยากมาก แต่ประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่สุดหรอกครับ ประเด็นที่มีความสำคัญมากกว่า คือ แนวคิดและวิธีดำเนินธุรกิจในแบบจีนแผ่นดินใหญ่ ที่จะต้องยอมรับความจริงกันว่านักธุรกิจไทยนั้นต่างก็ไม่คุ้นเคย หรือมีความสามารถในความเข้าใจกับระบบความคิดของนักธุรกิจจีนดีมากพอ
เป็นเวลานานกว่า 3 ทศวรรษแล้ว ที่ภาคเอกชนในส่วนท่องเที่ยวและบริการของไทยเข้าไปทำธุรกิจท่องเที่ยวกับบริษัทท่องเที่ยวเอกชนและรัฐวิสาหกิจของจีน ในการที่จะนำนักท่องเที่ยวจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเที่ยวเมืองไทย ซึ่งในยุครุ่นบุกเบิกนั้นว่ากันว่านักธุรกิจไทย ทั้งบริษัทนำเที่ยว โรงแรมต่างก็ยังไม่ค่อยสันทัดในการเจรจาธุรกิจกับชาวจีนบนผืนแผ่นดินใหญ่มากนัก กอปรกับอุปสรรคในด้านภาษาที่ค่อนข้างจะหานักธุรกิจจีนที่พร้อมจะใช้ภาษากลาง คือ ภาษาอังกฤษ ในการเจรจาพูดคุยได้ยากมาก แต่ประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่สุดหรอกครับ ประเด็นที่มีความสำคัญมากกว่า คือ แนวคิดและวิธีดำเนินธุรกิจในแบบจีนแผ่นดินใหญ่ ที่จะต้องยอมรับความจริงกันว่านักธุรกิจไทยนั้นต่างก็ไม่คุ้นเคย หรือมีความสามารถในความเข้าใจกับระบบความคิดของนักธุรกิจจีนดีมากพอ
อาจจะเป็นเพราะว่านักธุรกิจท่องเที่ยวของไทยรุ่นบุกเบิกประเทศจีนที่อยู่ในกลุ่ม Baby Boomer ต่างก็สำเร็จการศึกษาจากในประเทศ หรือในยุโรปหรืออเมริกาเป็นส่วนใหญ่ มีน้อยที่ศึกษาในประเทศจีน แม้บางท่านสำเร็จการศึกษาจากสิงคโปร์ ฮ่องกง หรือไต้หวัน ที่ใช้ภาษาจีนในการเรียนการสอน แต่ก็ไม่ง่ายที่จะเข้าใจวัฒนธรรมองค์กรธุรกิจจีนแผ่นดินใหญ่อย่างถ่องแท้
ว่ากันว่าการทำธุรกิจท่องเที่ยวกับคนเชื้อสายจีนในฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน มาเลเซีย หรืออินโดนีเซีย ที่ว่าค่อนข้างจะยากแล้ว แต่ว่าเทียบไม่ได้หนึ่งในสิบของนักธุรกิจในแผ่นดินแม่ของชาวจีน เท่าที่ผมฟังมาหลายบริษัทชั้นนำของไทยในเซ็กเตอร์อื่นๆ ที่ส่งพนักงานระดับสูงเข้าไปฝังตัวหาข้อมูลเพื่อลงทุนในจีน ว่ากันว่าอยู่กันนานกว่าสิบปีแล้วยังไม่เริ่มลงทุนก็มีครับ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตจำหน่ายสินค้า การเกษตรและปศุสัตว์ นักธุรกิจชาวจีน เข้มแข็งและนิ่งพอสำหรับเจรจาต่อรองในธุรกิจต่างๆ
ในยุคแรกเริ่มการเจรจาค้าขายเรื่องการท่องเที่ยวเริ่มกันที่กรุ๊ปทัวร์เป็นหลักใหญ่ นักท่องเที่ยวเดินทางอิสระยังมีไม่มากนัก การดำเนินธุรกิจคุยเป็นเงินสด เพราะระบบธนาคารของจีนยังไม่เปิดกว้าง ค่าธรรมเนียมสูง ทำให้นักธุรกิจท่องเที่ยวจากไทยที่ไปบุกเบิกมีทางเลือกเรียกเก็บเงินไม่มาก คือรับเป็นเงินสดแล้วถือกลับมาเมืองไทย หรือโอนผ่านระบบโพยก๊วน เป็นต้น
ต่อมาหลังมีบริษัททัวร์ไทยเข้าไปจีนมากขึ้น มีกิจกรรมส่งเสริมเอกลักษณ์ไทย ธุรกิจท่องเที่ยวจีนไทยขยายตัว การทำธุรกรรมการเงินผ่านธนาคารไทยกับจีนจึงสะดวกมากขึ้น การโอนเงินไม่ยุ่งยากอีกต่อไป
แต่สิ่งหนึ่งที่ยังไม่เปลี่ยนคือวิธีคิดและกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของชาวจีนแผ่นดินใหญ่ นอกจากความคิดรักชาติ ภูมิใจ ที่มีจำนวนพลเมืองมากที่สุดในโลก มีประวัติศาสตร์ ขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมสืบทอดกันมาหลายพันปี มีความก้าวหน้าทันสมัย มีความมั่งคั่งทางการเงิน และมีอัตราการเติบโตเศรษฐกิจแบบก้าวกระโดด
เคยมีผู้กล่าวเอาไว้ว่า หากสามารถค้าขายกับจีนได้นั้นเพียงแค่แปรงสีฟันอย่างเดียวก็รวยได้ในพริบตา เพราะจีนมีประชากรถึงกว่าพันล้านคน มีกำลังซื้อมากมายมหาศาล แต่ในโลกของความเป็นจริงอาจไม่ง่ายหรือสวยหรู หากสินค้าไม่โดนใจและต้องการแล้ว ต่อให้ฟรีๆ คนจีนก็อาจปฏิเสธ แต่ถ้าต้องการและอยากได้แล้ว เท่าไรก็ซื้อครับ ไม่ว่าจะใช้เม็ดเงินทุ่มเท่าใดก็สู้
นอกจากนี้อีกตัวแปรที่สำคัญ คือหากสินค้าใดเป็นที่นิยมมาก เพียงแค่พริบตาสินค้าแบบเดียวกันหรือคล้ายๆ จะถูกผลิตและวางขายในจีนในราคาที่ย่อมเยากว่ามาก เช่น สินค้าแบรนด์เนมเสื้อผ้าและกระเป๋า
ปัจจุบันนี้ธุรกิจท่องเที่ยวในจีนได้รับความนิยมมากขึ้น ผู้คนต่างมีประสบการณ์เดินทางจนท่องเที่ยวอย่างอิสระได้ ใช้ภาษาอังกฤษได้ มีฐานะมั่งคั่งและมีอาชีพที่มั่นคง นักท่องเที่ยวจีนหลากหลายจึงต้องการและนิยมท่องเที่ยวมากขึ้น โดยเฉพาะมาไทยที่ใช้เวลาไม่นาน มาได้บ่อยๆ เพราะค่าใช้จ่ายไม่แพง ผู้คนเป็นมิตร อาหารถูกรสนิยม สถานบันเทิงมีทุกระดับ
ด้วยเหตุนี้นักท่องเที่ยวจากจีนมาเที่ยวไทยมากขึ้นทุกๆ ปี แม้เศรษฐกิจจีนจะโตลดลง แต่ทั้งสายการบิน รถยนต์ ต่างก็เนืองแน่น ซึ่งก็สร้างความปลาบปลื้มให้หน่วยงานที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทย ถึงผลสำเร็จในการทำตลาดจีนที่โตวันโตคืนต่อเนื่อง
อย่างไรก็ดีสิ่งหนึ่งที่หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนควรตระหนักอยู่เสมอ ว่าวิธีคิดและดำเนินธุรกิจของชาวจีนแผ่นดินใหญ่นั้น ไม่มีสอนในตำราของตะวันตกหรือในไทย พวกเขาคิดแบบจีนครับ หมายถึงว่าถ้าธุรกิจใดที่มีทิศทางที่จะเติบโตอย่างดียิ่งในอนาคต พวกเขาไม่ลังเลที่จะลงทุนทันที ความพร้อมในด้านเงินทุน ความเชี่ยวชาญของบุคลากร ความทันสมัยของระบบการทำงานที่มีเทคโนโลยีช่วยในการลดค่าใช้จ่าย แถมด้วยการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากนโยบายจากภาครัฐบาลของจีน ที่ต้องการให้ภาคเอกชนของจีนไปลงทุนในต่างประเทศให้มากขึ้น นัยว่าเพื่อสร้างสินค้าและบริการของจีนให้มีมากขึ้นในทุกอุตสาหกรรม ทั้งนี้เป็นการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของจีนในระยะยาว
บรรดาพ่อค้าชาวจีนนั้นต่างสืบทอดความเชี่ยวชาญในการค้าขายมาแต่บรรพกาลแล้ว นักธุรกิจชาวจีนรุ่นใหม่ชื่นชอบการดำเนินธุรกิจแบบครบวงจร ขณะที่นักธุรกิจจีนสมัยก่อนนิยมธุรกิจแบบผูกขาด ซึ่งในไทยวันนี้ทั้งธุรกิจการเกษตร ธุรกิจการก่อสร้าง ธุรกิจที่เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ หรือธุรกิจพลังงาน มีนักธุรกิจชาวจีนที่ออกมาลงทุนในไทยมากขึ้นครับ นัยว่าเพื่อเป็นเจ้าของฐานการผลิตที่ค่าแรงไม่สูง ผลิตสินค้ากลับมาขายในจีนรวมไปถึงส่งไปประทศที่สาม
สำหรับในธุรกิจการท่องเที่ยวของไทยนั้น ปัจจุบันก็เริ่มมีโรงแรม ห้องพัก ร้านอาหาร บริษัททัวร์ ร้านขายของที่ระลึก ร้านรับแลกเงินตรา ฯลฯ ที่เจ้าของเป็นชาวจีนมาเปิดให้บริการกันมาก ทั้งที่ถูกกฎหมายและยังไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งก็ยังไม่มีผลกระทบมากนักต่อส่วนรวม เพราะยังมีจำนวนไม่มาก เรียกว่ายังพอที่จะควบคุมได้อยู่ หรือบางแห่งแค่หุ้นส่วนเท่านั้น หากในอนาคต มีนักท่องเที่ยวจีนมากขึ้น หรือเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดเช่นในปัจจุบัน
แน่นอนที่สุดพวกเขาจะต้องมากันแน่ครับ ซึ่งทำให้ผมอดกังวลถึงอนาคตว่า เม็ดเงินทุนมหาศาลจะบุกมา เพื่อเปิดธุรกิจให้ครบวงจร ก่อให้เกิดการทุ่มตลาด ตัดราคา ซื้อกิจการคู่แข่งมาเก็บไว้ หรือเปลี่ยนมือเจ้าของบริษัททัวร์ โรงแรมจะมีมากขึ้น แล้วท้ายที่สุดวันนั้นผู้ที่จะครอบครองกระบวนการและกลไกบริการท่องเที่ยวแก่นักท่องเที่ยวชาวจีนแบบครบวงจรในประเทศไทย คือนักธุรกิจจากจีนที่เป็นเจ้าของทั้งโรงแรม บริษัทนำเที่ยว สายการบิน ร้านอาหาร
หากสถานการณ์ที่ว่านี้เกิดขึ้นเมื่อใด นักธุรกิจจีนหลั่งไหลลงทุนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยแบบเต็มรูปแบบ ทั้งเป็นเจ้าของกิจการหรือร้านค้าที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการท่องเที่ยวของประเทศไทยทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างแท้จริง รายได้จากการท่องเที่ยวของประเทศไทยก็จะเป็นเพียงตัวเลขสวยหรูไว้ให้หน่วยงานทั้งหลายชื่นชม แต่เม็ดเงินจริงๆ นั้นอาจจะถูกส่งกลับและตกอยู่ในมือของนักธุรกิจจีนเหล่านี้แต่ผู้เดียว
รวมไปถึงกลไกการตั้งราคาค่าทัวร์ ค่าโรงแรม ราคาอาหาร และราคาสินค้าของที่ระลึก ก็จะถูกกำหนดโดยการผูกขาดของนักธุรกิจกลุ่มนี้ ซึ่งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนั้นจะสร้างผลกระทบ สร้างปัญหาไปยังตลาดท่องเที่ยวในภูมิภาคและทวีปอื่นๆ ของไทยได้อีกครับ โดยเฉพาะในเรื่องราคาที่จะยึดถือราคาอ้างอิงจากตลาดจีนในการต่อรองทั้งค่าบริการท่องเที่ยว ค่าที่พักและธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งในทางตรงและทางอ้อมครับ







